เอามาจาก Facebook.com/moneyplusthailand
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=901047666589510&id=557036550990625&ref=bookmark
มีคำพูดนึง ชอบมาก อิงธรรมะนิด วิชาการหน่อยๆ
"เงินคือ"กายแก่น"
หุ้นกับราคาหุ้นคือ"มายา"
ฟังแล้วบรรลุเลย ว่า
เรามีหน้าที่รักษาเงินของเราไม่ให้หายไปในตลาดหุ้น
โดยคำนึงถึง risk เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ราคาหุ้น ที่ขึ้นลง ตามความโลภและความกลัว (fear&greed) ควรบริหารเงินให้เสียหายน้อยที่สุด โดยใช้technicalเป็นตัวบอก กลยุทธ์เข้า ออก มีstoplossเสมอ
Stoploss ไม่ใช่จุดcut พร่ำเพรื่อตามความรู้สึก หรือตามที่นักวิเคราะห์บอกมา
รู้ดังนั้นเราจึงต้อง คัดเลือกหุ้นมาอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่trend /macro economics ประเภทธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากtrendนั้นๆ แล้วมาวิเคราะห์แนวโน้มรายได้ แนวโน้มการทำกำไร มากกว่า1ปีขึ้นไป แล้วใช้ technical analysis มาพิจารณาจังหวะ action ตามsignal แล้วทนแกว่งตามtechnical ไป ทนเห็นหุ้นคนอื่นขึ้น กุ้นเราไม่ขึ้น "อึดและอดทน"ถือหุ้นในแนวโน้มขึ้น
จงตัดสินใจขายเมื่อกราฟสั่งขาย
"ไม่รักหุ้นจนเกินไป แต่จงรักเงินของเราให้มากที่สุด"
อย่าหวังได้เยอะมากๆ คิดซะว่า
Warren buffetทำได้แค่15% ต่อปี ลุงโฉลกก็ขอแค่นี้ ถ้าเราทำได้สักครึ่งนึง7%ก็ควรจะมีความสุขกับมัน ถ้าเกินกว่านั้นก็ถือเป็นโบนัส แล้วเอามาทำmoney managementกันใหม่
พอมีหลักคิดเช่นนี้แล้ว เราก็น่าจะลงทุนอย่างมีความสุข
โดยส่วนตัวเพิ่งตระหนักและเห็นคุณค่าของ dow theory ก็เมื่อไม่นานมานี้
การเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุดครับ พยามยามหาความรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน อย่างสม่ำเสมอ วันนี้เราอาจจะยังไม่สำเร็จ แต่เราจำเป็นต้องมีอาวุธ ในการออกศึก ไปตลอดชีวิต
อย่าไปยึดติดกับวิธีของคนอื่น แล้วมาบอกว่าตัวเองจะเป็น VI จงเลือกวิธีที่เหมาะกับจริตของตน แล้วหมั่นฝึกฝนทั้ง fundamental / technical / และการควบคุมจิตวิทยาการลงทุนของตัวเอง วันนึงข้างหน้าเราอาจจะบรรลุเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง ก็เป็นได้
เพ้อเจ้อก่อนนอน ราตรีสวัสดิ์
เงินคือกายแก่น ราคาหุ้นคือมายา
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=901047666589510&id=557036550990625&ref=bookmark
มีคำพูดนึง ชอบมาก อิงธรรมะนิด วิชาการหน่อยๆ
"เงินคือ"กายแก่น"
หุ้นกับราคาหุ้นคือ"มายา"
ฟังแล้วบรรลุเลย ว่า
เรามีหน้าที่รักษาเงินของเราไม่ให้หายไปในตลาดหุ้น
โดยคำนึงถึง risk เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ราคาหุ้น ที่ขึ้นลง ตามความโลภและความกลัว (fear&greed) ควรบริหารเงินให้เสียหายน้อยที่สุด โดยใช้technicalเป็นตัวบอก กลยุทธ์เข้า ออก มีstoplossเสมอ
Stoploss ไม่ใช่จุดcut พร่ำเพรื่อตามความรู้สึก หรือตามที่นักวิเคราะห์บอกมา
รู้ดังนั้นเราจึงต้อง คัดเลือกหุ้นมาอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่trend /macro economics ประเภทธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากtrendนั้นๆ แล้วมาวิเคราะห์แนวโน้มรายได้ แนวโน้มการทำกำไร มากกว่า1ปีขึ้นไป แล้วใช้ technical analysis มาพิจารณาจังหวะ action ตามsignal แล้วทนแกว่งตามtechnical ไป ทนเห็นหุ้นคนอื่นขึ้น กุ้นเราไม่ขึ้น "อึดและอดทน"ถือหุ้นในแนวโน้มขึ้น
จงตัดสินใจขายเมื่อกราฟสั่งขาย
"ไม่รักหุ้นจนเกินไป แต่จงรักเงินของเราให้มากที่สุด"
อย่าหวังได้เยอะมากๆ คิดซะว่า
Warren buffetทำได้แค่15% ต่อปี ลุงโฉลกก็ขอแค่นี้ ถ้าเราทำได้สักครึ่งนึง7%ก็ควรจะมีความสุขกับมัน ถ้าเกินกว่านั้นก็ถือเป็นโบนัส แล้วเอามาทำmoney managementกันใหม่
พอมีหลักคิดเช่นนี้แล้ว เราก็น่าจะลงทุนอย่างมีความสุข
โดยส่วนตัวเพิ่งตระหนักและเห็นคุณค่าของ dow theory ก็เมื่อไม่นานมานี้
การเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุดครับ พยามยามหาความรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน อย่างสม่ำเสมอ วันนี้เราอาจจะยังไม่สำเร็จ แต่เราจำเป็นต้องมีอาวุธ ในการออกศึก ไปตลอดชีวิต
อย่าไปยึดติดกับวิธีของคนอื่น แล้วมาบอกว่าตัวเองจะเป็น VI จงเลือกวิธีที่เหมาะกับจริตของตน แล้วหมั่นฝึกฝนทั้ง fundamental / technical / และการควบคุมจิตวิทยาการลงทุนของตัวเอง วันนึงข้างหน้าเราอาจจะบรรลุเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง ก็เป็นได้
เพ้อเจ้อก่อนนอน ราตรีสวัสดิ์