สวัสดีค่ะ เราจะมาแชร์เรื่องราวการท่องเที่ยวของเราค่ะ แรงบันดาลใจก็ได้มาจากคุณ The Walking Backpack แต่เวลาเราเที่ยว วิธีไม่โหดเท่านะคะ ^v^ เคยอ่านกระทู้ และ comment บน fb page ของคุณ The Walking Backpack หลายๆครั้งจะเห็นผู้หญิงหลายคนบอกว่า เป็นผู้หญิง เลยไม่กล้า backpack คนเดียว กลัวว่าจะอันตราย เลยอยากแชร์เรื่องราวของตัวเราเอง เผื่อผู้หญิงอีกหลายๆคนจะได้ลองไปเที่ยวในที่ต่างๆบ้าง อยากจะตั้งกระทู้มานานแล้วค่ะ แต่ไม่มีเวลาตั้งซักที ช่วงนี้อ่านหนังสือสอบ GRE เพื่อยื่นเข้าเรียน ป.โท เวลาว่างเลยมากขึ้น จริงๆก็ไม่ควรจะว่าง แต่อ่านหนังสือไปมันก็มีอารมณ์เบื่อกันบ้าง เลยแบ่งเวลามาตั้งกระทู้นี้เป็นการผ่อนคลายไปในตัว กระทู้นี้เป็นการเล่าเรื่องระหว่างปี 2011 ถึงปัจจุบันนะคะ รวมแล้วก็ประมาณ 3ปี กับการท่องเที่ยว 7ประเทศ 3ทวีป ไม่แน่ใจว่ามาเก๊า และฮ่องกงนับเป็นประเทศมั้ย เพราะเป็นของประเทศจีนก็จริง แต่ระบบ immigration รวมถึงการปกครองก็ดูจะคนละส่วนกับจีนแผ่นดินใหญ่ ถ้านับ 2ที่นี้เป็นประเทศ ก็จะได้ 9ประเทศ 3ทวีปนะคะ
แนะนำตัวก่อน – เราชื่อ เม ค่ะ อายุ 24 ค่ะ เพิ่งจบ ป.ตรี จากสถาบันแห่งหนึ่ง เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ เล็กจริงๆค่ะ เอาเป็นว่าสูงไม่เกิน 160 ซม. นะคะ สรีระแบบนี้ก็กล้าเที่ยวคนเดียวนะคะ อ้อ ที่จริงก็ไม่ได้คนเดียวซะทุกครั้งนะคะ บางครั้งก็มีเพื่อนร่วมทางค่ะ แต่ 80% จะคนเดียว เพราะคนใกล้ๆตัวที่รู้จักแทบไม่มีใครแนวเดียวกันเลย แต่ละที่ที่เลือกไปส่วนใหญ่จะมีเรื่องราวบางอย่างที่เราวาดฝันไว้ และเราก็จะค่อยๆไปเยือนทุกๆที่ที่เราเคยฝันไว้ อยากจะแชร์เรื่องราวของเรา เผื่อหลายๆคน(ไม่เฉพาะสาวๆ)จะเกิดแรงบันดาลใจ ออกไปท่องโลกกว้างกันค่ะ ถ้ามีข้อมูลเมืองไหนอยากถามเรา ก็ถามได้เลยนะคะ เราจะตอบเท่าที่รู้ค่ะ เพราะเนื้อหากระทู้จะเยอะพอควร เราอาจไม่ได้ลงลึกแต่ละสถานที่มากนัก
สำหรับเราการท่องเที่ยวมันอยู่ที่ Attitude ของแต่ละคนค่ะ เราเองก็มีมุมมองของตัวเอง ว่าเราชอบอะไร อยากไปอะไร เรามีคติอยู่อย่างนึงค่ะ คือ Nowadays I can go anywhere easier than Columbus era, so why not explore!? ทุกวันนี้ฉันสามารถไปแต่ละที่ได้ง่ายดายกว่าในยุคสมัยโคลัมบัส แล้วทำไมจะไปออกไปสำรวจล่ะ!? ยุคนี้มี internet มีเครื่องบิน มีเทคโนโลยีต่างๆมากมาย อย่าง Maldives ก็ใกล้ตัวคนเรากว่าสมัยก่อนเยอะ Bora Bora, Mauritius, Seychelles, Bahamas, .. และอีกหลายๆที่ ถ้าเป็น 30ปีก่อน เราอาจไม่มีโอกาสได้รู้จัก แต่ตอนนี้เราได้รู้จักได้อย่างง่ายดาย โชคดีแค่ไหนที่เกิดทันใช้ชีวิตในยุค 21st century แต่ละคนอาจจะมีความสุขกับชีวิตในแบบที่แตกต่างกันไป ในแบบของเราก็คือการท่องเที่ยวค่ะ
3 ปีที่ผ่านมา เงินทุนมาจากไหน? ก็จะเก็บเองจากค่าขนมที่แม่ให้ เดือนนึงได้ 5,000บาทค่ะ และมีทำงาน part time บางช่วง แม้แต่งานค่าแรงน้อยๆ ตักไอศครีมร้านแบรนด์ดังร้านนึงเราก็ทำค่ะ เงินน้อย แต่เก็บซักเดือนสองเดือนก็ไปเที่ยวใกล้ๆได้แล้วค่ะ อันนี้เราเรียนรู้มาจากอเมริกาเลยค่ะ เพราะวัฒนธรรมที่นั่นเค้าจะทำงานตั้งแต่ยังเด็ก เรายังนึกเสียดาย ถ้าย้อนไปสมัยมัธยมได้จะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จะได้มีเงินเก็บเพิ่ม และอีกงานคือรับ freelance เรื่อยๆ ก็จะเป็นงานแปลภาษาบ้าง ตัดต่อบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะเพื่อนๆกันนี่แหละค่ะ เพราะเราเองก็ไม่ได้เก่งมาก แค่พอทำเป็น ยกเว้นที่ไป USA ที่แม่ออกให้ไป เพราะไปกับโครงการ WAT ทั้ง 2ครั้ง จริงๆเราคิดว่าถ้าอยากได้ภาษาเพื่อไปทำงานออฟฟิศ หรือไปเรียนต่อโครงการนี้แทบไม่ช่วยเลยนะคะ แนะนำให้ไปเรียนภาษาเลยดีกว่าค่ะ ทำงานในโครงการได้ประสบการณ์ค่ะ เราก็ได้มาเยอะเลย เอาไว้จะเล่าให้อีกทีนะคะ
การเตรียมตัว – แน่นอนค่ะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ อยากจะลองกางเต็นท์ ค่ำไหนนอนนั่น เหมือนคุณ The Walking Backpack แต่ไม่สามารถจริงๆค่ะ คุณแม่มีลูกคนเดียว ทำในสิ่งที่ทำให้คุณแม่เป็นห่วงมากไม่ได้ค่ะ เราจะพยามยามเตรียมพร้อมแทบทุกอย่าง ในตอนแรกๆก็มีขาดมีตกหล่นบ้าง แต่ประสบการณ์มันจะค่อยๆสอนเราเองนะคะ
อย่างแรกเลยตั๋วเครื่องบิน(แน่นอนต้องมี) เวลาจองตั๋วจองให้ไปถึงเช้าๆไปเลยค่ะ เผื่อเจอ delay หรือ cancel จะได้หาทางแก้ปัญหาทัน แต่ก็ยังไม่เคยเจอซักที ถ้าบินใกล้ๆก็ Low cost เช่น AirAsia และ Lion Air ถ้าบินไกลหน่อยก็จะเทียบราคาใน Skyscanner.com ดูก่อน ถ้าไม่มีสายการบินไหนถูกเวอร์ก็จะใช้ Cathay Pacific ตลอด ก็ต้อง via Hong Kong แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะอะไร เดี๋ยวจะบอกอีกทีนะคะ
อย่างที่สองคือ ที่พัก ส่วนใหญ่ก็จะจองผ่าน agoda, booking.com, hostelsbookers หรือเว็บของที่พักนั้นๆเอง แล้วแต่ที่ไหนจะถูก โดยเริ่มจากการเทียบราคาคร่าวๆผ่านเว็บ
http://www.hotelscombined.com/ ก่อนแล้วค่อยไปดูแต่ละเว็บยิบย่อย ทริปหน้าจะลองจองใน airbnb ดูเหมือนกัน เห็นหลายๆท่านชมช่องทางนี้ และที่ขาดไม่ได้ต้องเข้าไปดูรูปที่พักแต่ละที่ในเว็บ tripadvisor.com ก่อนทุกครั้ง เพราะเป็นเว็บที่คนที่เคยเข้าไปพักจะมาโพสต์รูปไว้ ซึ่งจะใกล้ความเป็นจริงมากกว่าตามเว็บจองทั่วๆไป ส่วนใหญ่เราก็จะนอน hostel หรือไม่ก็ Budget hotel ค่ะ จะมีแค่ไม่กี่ครั้งที่นอนหรู ก็จะเพราะไปกับเพื่อนก็ต้องเพิ่ม budget นิดนึงค่ะ
อย่างที่สามคือข้อมูลสถานที่เราอยากจะไปคร่าวๆ แต่วิธีการเดินทางไปแต่ละที่ อันนี้ก็ต้องเข้าตามเว็บท่องเที่ยว official ของที่นั้นๆบ้าง หาอ่านในเน็ตบ้าง ใน pantip นี่ก็มีแทบทุกที่เลยค่ะ จากนั้นก็วางแผนคร่าวๆว่าวันๆนึงเราจะไปไหนบ้าง ครั้งแรกๆข้อมูลจะปึ๊กมากค่ะ พอหลายๆครั้งประสบการณ์จะสอนเราเอง ก็วางแผนคร่าวๆก็พอ การเดินทางส่วนใหญ่ Google Map จะช่วยได้อย่างมากในประเทศที่เจริญๆ
อย่างสุดท้ายคือ ร่างกาย และจิตใจค่ะ ไปเที่ยวใครว่าไม่เหนื่อย เหนื่อยมากค่ะ แต่ภาพที่แตกต่างจากที่เราเห็นทุกวันทำให้เรามีความสุขแม้จะเหนื่อย ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงจะช่วยได้มากเลย ช่วงไหนเราไม่ค่อยได้ออกกำลัง แล้วไปเที่ยวบางที่ต้องเล่น surf ลมจับหอบเหมือนกันค่ะ และจิดใจ ต้องกล้าค่ะ กล้าไป กล้าลุย กล้าถาม
ก่อนอื่นฝาก FB page ที่ไม่ค่อยจะอัพเดท ไม่ค่อยมีเวลาค่ะ นานๆจะอัพที เผื่อใครอยากดูรูปเยอะกว่านี้ ลองเข้าไปดูกันได้นะคะ
http://www.facebook.com/journeyofmay หรือจะตามใน IG ที่ตั้งใจจะอัพอย่างน้อยวันละรูป เพิ่งเริ่มทำวันนี้ค่ะ อยากจะลองแชร์รูปหลายๆรูปที่ถ่ายมา ไม่ได้มีความรู้ด้านการถ่ายภาพเลยค่ะ ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกในแต่ละที่ที่ไปเท่านั้นค่ะ follow กันมาได้นะคะ @journeyofmay ค่ะ ลิงค์
http://instagram.com/journeyofmay
เอาล่ะค่ะ เราจะพาไปชมแต่ละเมือง แต่ละประเทศที่เราเคยไปท่องเที่ยวมานะคะ โลกใบนี้มีสถานที่มากมายรอให้เราทุกคนไปเยี่ยมชมอย่างน้อยซักครั้งในชีวิตอยู่ค่ะ ขอเริ่มกันที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราใกล้ๆก่อน แล้วค่อยๆขยายออกไปทวีปอื่นนะคะ
ผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุ 24ปี ใช้เวลา 3ปี Backpack เที่ยว 7ประเทศ 3ทวีป
แนะนำตัวก่อน – เราชื่อ เม ค่ะ อายุ 24 ค่ะ เพิ่งจบ ป.ตรี จากสถาบันแห่งหนึ่ง เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ เล็กจริงๆค่ะ เอาเป็นว่าสูงไม่เกิน 160 ซม. นะคะ สรีระแบบนี้ก็กล้าเที่ยวคนเดียวนะคะ อ้อ ที่จริงก็ไม่ได้คนเดียวซะทุกครั้งนะคะ บางครั้งก็มีเพื่อนร่วมทางค่ะ แต่ 80% จะคนเดียว เพราะคนใกล้ๆตัวที่รู้จักแทบไม่มีใครแนวเดียวกันเลย แต่ละที่ที่เลือกไปส่วนใหญ่จะมีเรื่องราวบางอย่างที่เราวาดฝันไว้ และเราก็จะค่อยๆไปเยือนทุกๆที่ที่เราเคยฝันไว้ อยากจะแชร์เรื่องราวของเรา เผื่อหลายๆคน(ไม่เฉพาะสาวๆ)จะเกิดแรงบันดาลใจ ออกไปท่องโลกกว้างกันค่ะ ถ้ามีข้อมูลเมืองไหนอยากถามเรา ก็ถามได้เลยนะคะ เราจะตอบเท่าที่รู้ค่ะ เพราะเนื้อหากระทู้จะเยอะพอควร เราอาจไม่ได้ลงลึกแต่ละสถานที่มากนัก
สำหรับเราการท่องเที่ยวมันอยู่ที่ Attitude ของแต่ละคนค่ะ เราเองก็มีมุมมองของตัวเอง ว่าเราชอบอะไร อยากไปอะไร เรามีคติอยู่อย่างนึงค่ะ คือ Nowadays I can go anywhere easier than Columbus era, so why not explore!? ทุกวันนี้ฉันสามารถไปแต่ละที่ได้ง่ายดายกว่าในยุคสมัยโคลัมบัส แล้วทำไมจะไปออกไปสำรวจล่ะ!? ยุคนี้มี internet มีเครื่องบิน มีเทคโนโลยีต่างๆมากมาย อย่าง Maldives ก็ใกล้ตัวคนเรากว่าสมัยก่อนเยอะ Bora Bora, Mauritius, Seychelles, Bahamas, .. และอีกหลายๆที่ ถ้าเป็น 30ปีก่อน เราอาจไม่มีโอกาสได้รู้จัก แต่ตอนนี้เราได้รู้จักได้อย่างง่ายดาย โชคดีแค่ไหนที่เกิดทันใช้ชีวิตในยุค 21st century แต่ละคนอาจจะมีความสุขกับชีวิตในแบบที่แตกต่างกันไป ในแบบของเราก็คือการท่องเที่ยวค่ะ
3 ปีที่ผ่านมา เงินทุนมาจากไหน? ก็จะเก็บเองจากค่าขนมที่แม่ให้ เดือนนึงได้ 5,000บาทค่ะ และมีทำงาน part time บางช่วง แม้แต่งานค่าแรงน้อยๆ ตักไอศครีมร้านแบรนด์ดังร้านนึงเราก็ทำค่ะ เงินน้อย แต่เก็บซักเดือนสองเดือนก็ไปเที่ยวใกล้ๆได้แล้วค่ะ อันนี้เราเรียนรู้มาจากอเมริกาเลยค่ะ เพราะวัฒนธรรมที่นั่นเค้าจะทำงานตั้งแต่ยังเด็ก เรายังนึกเสียดาย ถ้าย้อนไปสมัยมัธยมได้จะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จะได้มีเงินเก็บเพิ่ม และอีกงานคือรับ freelance เรื่อยๆ ก็จะเป็นงานแปลภาษาบ้าง ตัดต่อบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะเพื่อนๆกันนี่แหละค่ะ เพราะเราเองก็ไม่ได้เก่งมาก แค่พอทำเป็น ยกเว้นที่ไป USA ที่แม่ออกให้ไป เพราะไปกับโครงการ WAT ทั้ง 2ครั้ง จริงๆเราคิดว่าถ้าอยากได้ภาษาเพื่อไปทำงานออฟฟิศ หรือไปเรียนต่อโครงการนี้แทบไม่ช่วยเลยนะคะ แนะนำให้ไปเรียนภาษาเลยดีกว่าค่ะ ทำงานในโครงการได้ประสบการณ์ค่ะ เราก็ได้มาเยอะเลย เอาไว้จะเล่าให้อีกทีนะคะ
การเตรียมตัว – แน่นอนค่ะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ อยากจะลองกางเต็นท์ ค่ำไหนนอนนั่น เหมือนคุณ The Walking Backpack แต่ไม่สามารถจริงๆค่ะ คุณแม่มีลูกคนเดียว ทำในสิ่งที่ทำให้คุณแม่เป็นห่วงมากไม่ได้ค่ะ เราจะพยามยามเตรียมพร้อมแทบทุกอย่าง ในตอนแรกๆก็มีขาดมีตกหล่นบ้าง แต่ประสบการณ์มันจะค่อยๆสอนเราเองนะคะ
อย่างแรกเลยตั๋วเครื่องบิน(แน่นอนต้องมี) เวลาจองตั๋วจองให้ไปถึงเช้าๆไปเลยค่ะ เผื่อเจอ delay หรือ cancel จะได้หาทางแก้ปัญหาทัน แต่ก็ยังไม่เคยเจอซักที ถ้าบินใกล้ๆก็ Low cost เช่น AirAsia และ Lion Air ถ้าบินไกลหน่อยก็จะเทียบราคาใน Skyscanner.com ดูก่อน ถ้าไม่มีสายการบินไหนถูกเวอร์ก็จะใช้ Cathay Pacific ตลอด ก็ต้อง via Hong Kong แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะอะไร เดี๋ยวจะบอกอีกทีนะคะ
อย่างที่สองคือ ที่พัก ส่วนใหญ่ก็จะจองผ่าน agoda, booking.com, hostelsbookers หรือเว็บของที่พักนั้นๆเอง แล้วแต่ที่ไหนจะถูก โดยเริ่มจากการเทียบราคาคร่าวๆผ่านเว็บ http://www.hotelscombined.com/ ก่อนแล้วค่อยไปดูแต่ละเว็บยิบย่อย ทริปหน้าจะลองจองใน airbnb ดูเหมือนกัน เห็นหลายๆท่านชมช่องทางนี้ และที่ขาดไม่ได้ต้องเข้าไปดูรูปที่พักแต่ละที่ในเว็บ tripadvisor.com ก่อนทุกครั้ง เพราะเป็นเว็บที่คนที่เคยเข้าไปพักจะมาโพสต์รูปไว้ ซึ่งจะใกล้ความเป็นจริงมากกว่าตามเว็บจองทั่วๆไป ส่วนใหญ่เราก็จะนอน hostel หรือไม่ก็ Budget hotel ค่ะ จะมีแค่ไม่กี่ครั้งที่นอนหรู ก็จะเพราะไปกับเพื่อนก็ต้องเพิ่ม budget นิดนึงค่ะ
อย่างที่สามคือข้อมูลสถานที่เราอยากจะไปคร่าวๆ แต่วิธีการเดินทางไปแต่ละที่ อันนี้ก็ต้องเข้าตามเว็บท่องเที่ยว official ของที่นั้นๆบ้าง หาอ่านในเน็ตบ้าง ใน pantip นี่ก็มีแทบทุกที่เลยค่ะ จากนั้นก็วางแผนคร่าวๆว่าวันๆนึงเราจะไปไหนบ้าง ครั้งแรกๆข้อมูลจะปึ๊กมากค่ะ พอหลายๆครั้งประสบการณ์จะสอนเราเอง ก็วางแผนคร่าวๆก็พอ การเดินทางส่วนใหญ่ Google Map จะช่วยได้อย่างมากในประเทศที่เจริญๆ
อย่างสุดท้ายคือ ร่างกาย และจิตใจค่ะ ไปเที่ยวใครว่าไม่เหนื่อย เหนื่อยมากค่ะ แต่ภาพที่แตกต่างจากที่เราเห็นทุกวันทำให้เรามีความสุขแม้จะเหนื่อย ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงจะช่วยได้มากเลย ช่วงไหนเราไม่ค่อยได้ออกกำลัง แล้วไปเที่ยวบางที่ต้องเล่น surf ลมจับหอบเหมือนกันค่ะ และจิดใจ ต้องกล้าค่ะ กล้าไป กล้าลุย กล้าถาม
ก่อนอื่นฝาก FB page ที่ไม่ค่อยจะอัพเดท ไม่ค่อยมีเวลาค่ะ นานๆจะอัพที เผื่อใครอยากดูรูปเยอะกว่านี้ ลองเข้าไปดูกันได้นะคะ
http://www.facebook.com/journeyofmay หรือจะตามใน IG ที่ตั้งใจจะอัพอย่างน้อยวันละรูป เพิ่งเริ่มทำวันนี้ค่ะ อยากจะลองแชร์รูปหลายๆรูปที่ถ่ายมา ไม่ได้มีความรู้ด้านการถ่ายภาพเลยค่ะ ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกในแต่ละที่ที่ไปเท่านั้นค่ะ follow กันมาได้นะคะ @journeyofmay ค่ะ ลิงค์ http://instagram.com/journeyofmay
เอาล่ะค่ะ เราจะพาไปชมแต่ละเมือง แต่ละประเทศที่เราเคยไปท่องเที่ยวมานะคะ โลกใบนี้มีสถานที่มากมายรอให้เราทุกคนไปเยี่ยมชมอย่างน้อยซักครั้งในชีวิตอยู่ค่ะ ขอเริ่มกันที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราใกล้ๆก่อน แล้วค่อยๆขยายออกไปทวีปอื่นนะคะ