เตือน! ผู้ใช้บริการ Facebook Messenger App มันน่ากลัวมากๆ

เข้ามาแก้ไขเพื่อทำความเข้าใจในเจตนาของ จขทก.นะคะ

   จขกท. ได้อ่าน Permissions ของ Application อื่นๆแล้วก่อนที่จะหยิบเอา Facebook Messenger App ตัวนี้มาพูดถึงซึ่งมีผู้ใช้บิรการ Facebook มากกว่า 900 ล้านคนทั่วโลก อันที่จริง Permissions คล้ายกันและทุก Application และมันจำเป็นต้องมี มันก็มีความเสี่ยงเหมือนกันค่ะ ที่หยิบตัวนี้มาพูดเพราะได้ยินคนอเมริกันพูดถึงและกังวลกันมาก จขกท.เลยไปหาข้อมูลมาอ่าน รวมถึงวิดีโอ ก็เข้าใจว่าคนไทยไม่ตกใจอะไรง่ายๆเหมือนอย่างคนอเมริกัน จขกท.ก็ไม่ได้ตกใจกลัวเรื่อง Permissions เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่ App ทุกตัวจะต้องมีการขออนุญาต User และก็เป็นสิทธิ์ของ User จะเลือกใช้หรือไม่ใช่ App นั่นก็ได้ แต่เมื่อทราบว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มันทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด โดยที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนนี่สิน่ากลัว

   ความมีชื่อเสียงของ Facebook และเป็นเว็บ Social media ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้ อาจจะทำให้เราไว้ใจ Facebook แต่ความปลอดภัยของเว็บไซต์นี้ก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่ หากคนไทยยังโดนคนไทยแฮก Facebook ได้ แล้วนับประสาอะไรที่นักพัฒนา Softwere ที่อาศัยช่องทางดึงข้อมูลของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่า Messenger App ตัวนี้ มี Permissions ที่เปิดกว้างมากเกินกว่าการใช้งานของApp และยังเชื่อมต่อกับเว็บไซต์มีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนหน้านี้ผู้ใช้บริการ Facebook สามารถส่งข้อความจากเว็บไซต์จากมือถึอได้โดยที่ไม่ต้อง download Messenger App มาใช้ก็ได้ แต่...เมื่อไม่นานมานี้ทาง Facebook ได้มีการบล็อกกล่องข้อความบนมือถือไปแล้ว คือถ้าอยากมีกล่องข้อความก็ต้องไป Download มาจาก App Store หรือ Play Store โหลดฟรีไม่เสียตังค์ คนทั่วโลกก็เลยจำเป็นจะต้อง Download App นี้มาใช้กัน
หากคุณเข้ามาอ่านถึงตรงนี้และคิดว่าการที่ Facebook Messenger App ขอ Permissions มากเกินความจำเป็นเป็นเรื่องที่คุณรับได้มันก็คงไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือปัญหาอะไรในความคิดของคุณ แนะนำให้ข้ามไปอ่านกระทู้ต่อไปได้เลยค่ะ

   ที่นำมาเล่าให้ฟังในเชิงเตือนเนื่องจาก "เหรียญยังมีสองด้าน" ทุกสรรพสิ่งล้วนมีข้อดีและข้อเสีย ส่วนด้านที่หลายคนเห็นอยู่แล้ว จขกท. ก็ไม่ขอหยิบมาพูดเพราะเชื่อว่าในเว็บพันทิปมีผู้รู้ ผู้ฉลาดกว่า จขกท.อีกมากมาย แต่สิ่งที่หยิบมาพูดคือสิ่งที่คนธรรมดาอย่างเราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนคือด้านมืดของเทคโนโลยี  

   คราวนี้มาดูด้านมืดของเจ้าตัว App เหล่านี้ตามที่ชาวอเมริกันพูดถึงว่ามันน่ากลัวยังไงบ้าง? (จขกท.แปลมาจากข่าวที่ชาวอเมริกันพูดๆกัน ไม่ได้เอา Permissions มาแปล เพราะคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าคืออะไร และเพราะอะไรจึงต้องขออนุญาตผู้ใช้รวมถึงการทำงานของแต่ละส่วน เพียงแต่ใช้หัวข้อของ Permissions มาใช้เพื่อง่ายต่อการอธิบาย ขอย้ำว่านี่คือสิ่งที่คนอเมริกันพูดถึงในด้านมืดที่เทคโนโลยีทำได้ (คลิ๊กดูวิดีโอด้านล่าง)
- App สามารถค้นหาบัญชีผู้ใช้บริการของคุณจากการเชื่อมต่อบัญชีและอุปกรณ์สื่อสารของเรา(ง่ายๆคือค้นหาประวัติและข้อมูลส่วนตัวของคุณได้แทบทุกช่องทาง)
- App สามารถเข้าไปอ่านข้อมูล Contact Card ในมือถือของคุณได้ (ข้อมูลในมือถือคุณไม่เกี่ยวกับใช้ App เลยด้วย แต่มันก็ยังเข้าไปดูได้)
- App สามารถเข้าไปดูเบอร์ติดต่อของทุกคนที่อยู่ในมือถือคุณได้
- App สามารถค้นหาตำแหน่งบริเวณที่เราอยู่ เช่น ตอนนี้คุณอยู่ Central World (แต่อยู่ตรงไหนของ CTW นั่นอีกเรื่องหนึ่ง)
- App สามารถระบุตำแหน่งที่เราอยู่ได้อย่างชัดเจน เช่น ตอนนี้คุณอยู่ในห้องน้ำชั้น 3 ฝั่ง North ของ Siam Paragon
- App สามารถ รับ-ส่ง แก้ไขข้อความในมือถือของคุณ ทั้ง SMS และ MMS
- App สามารถโทรหาคุณได้โดยตรง (มันจะโทรมาทำไม อันนี้ไม่ค่อยกลัวหรอก แต่...อย่าโทรมาทวงหนี้ก็พอ เพราะมันจะระบุไว้ว่าอาจจะเรียกเก็บหากมีค่าใช้จ่าย)
- App สามารถอ่านข้อมูลจาก USB Storage (นั่นหมายถึงอุปกรณ์สื่อสารอะไรก็ตามที่คุณใช้เชื่อมต่อทาง USB มันสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้หมด)
- App สามารถแก้ไขหรือลบไฟล์ รูปภาพ วิดีโอ และมีเดียทั้งหมดในมือถือคุณ
- App สามารถถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ และอัดเสียง Audio จากมือถือเราได้ (อันนี้น่ากลัวมากๆ แม้เราไม่ได้เปิดใช้งานกล้องก็ตาม)
เช่น คุณเข้าห้องน้ำแล้วเอามือถือไปดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ คุณอาจจะคิดว่าไม่เป็นไรเพราะไม่ได้เปิดกล้อง App นี้มันไม่ได้แค่เห็นคุณแต่มันสามารถถ่ายวิดีโอพร้อมเสียงหรือถ่ายรูปคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว

***สรุปคือเจ้า App เหล่านี้สามารถเข้าไปดึงข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ในมือถือและคอมพิวเตอร์ที่คุณได้เชื่อมต่อข้อมูลจากมือถือ อีกทั้งยังสั่งมือถือคุณให้ทำงานได้ทั้งถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ แอบฟัง อัดเสียง ลบไฟล์ แก้ไขไฟล์ของคุณ รับ-ส่ง แก้ไขข้อความจากมือถือของคุณ ในขณะที่คุณไม่รู้ตัวเลย ที่สำคัญที่สุดคือ มันไม่ต้องแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า

   จขกท.เข้าใจว่ามุมมองของ Facebook อาจจมองเรื่องการเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค เลยหาช่องทางเอาข้อมูลจากผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะส่งข้อความlส่วนตัวคุยกับเพื่อนเรื่องอะไรก็ตาม มันจะลิ้งค์ไปที่ Google ทำการแมทคำ เช่น สุดสัปดาห์นี้จะไปหาซื้อรองเท้า Nine West ที่ CTW ไปด้วยกันมั้ย? หลังจากนั้นคุณก็จะเห็น Pop up โฆษณาของ Nine West และ CTW โผล่ขึ้นมาทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ อันนี้เคยเจอกับตัวยังเคยสงสัยเลยว่าเราคิดดังไปรึเปล่า ทั้งๆที่เราไม่ได้ไป Search หาที่ Google เลยด้วยนะ คือพอทราบการทำงานของ App ตัวนี้ก็พอจะเข้าใจว่าเค้าให้พวกเราเล่น Facebook ฟรี(จริงหรอออออ?) เพื่อที่จะหากลุ่มเป้าหมายและเอาข้อมูลเพื่อไปขายให้บริษัทสินค้าต่างๆ ทุกอย่างมันมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่...วันนี้ จขกท. คิดว่าเงื่อนไขที่ทาง Facebook และ Messenger App ต้องการจากพวกเรามันล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวมากเกินไป จนหลายๆคนเลิกเล่น Facebook ไปเลย

    ทุกข้อมูลรวบรวมมาจากข่าวและการให้สัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหน จขกท.ก็จะคอยติดตามข่าวต่อไป แต่...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคลนะคะว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อข่าว หลายคห. อาจจะมองว่าจขกท.กังวลมากเกินไปเพราะความไม่รู้ คหสต.นะคะ Facebook เป็น Social media site สัญชาติอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชาวอเมริกันอาจจะค่อนข้าง Sensitive มากเกินไปในความคิดของคนไทย เพราะชาวอเมริกันมักจะคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตกับผู้บริโภค แต่...คนไทยอาจจะยังมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ แต่จขกท.มองว่ามันใกล้ตัวเรามากที่สุดในปัจจุบัน และหากไม่มีมูลมันคงไม่มีข่าวขึ้นมา หากไม่เป็นความจริง Facebook ก็ควรจะออกมาชี้แจง เพราะการที่นำเสนอข่าวที่ไม่มีมูลความจริงที่อเมริกาถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอาจถึงขั้นฟ้องร้องกันได้ ฉะนั้นฟังหูไว้หูค่ะ พิจารณากันเองนะคะ จขกท.แค่ออกมาบอกว่าให้ใช้มือถืออย่างระมัดระวังมากขึ้น เพราะบางสิ่งที่เรามองไม่เห็นก็ใช่ว่าจะไม่มีจริงหรือเป็นไปไม่ได้ ไม่มีตรงไหนที่ จขกท.บอกว่าให้เลิกใช้ หรือห้ามใช้ App มือถือเลย แค่ให้ใช้อย่างระวังกันมากขึ้นก็เท่านั้น

***ปล.จขกท.ไม่ใช่นักเขียนหรือนักข่าว ภาษาที่เขียนอาจจะทำให้คนอ่านมองไม่เห็นเจตนาที่แท้จริงของกระทู้นี้ อ่านให้จบและดู Video และลิ้งค์ด้านล่างที่แนบมา คิดและทำความเข้าใจก่อนสักนิดว่าเจตนาของกระทู้นี้คืออะไร ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นในทางเสียดสี และหากใครมีความรู้หรือทราบเกี่ยวกับข่าวนี้ก็แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ออกมาเผื่อคนอื่นที่เข้ามาอ่าน

ขอบคุณทุกความคิดเห็นด้านล่างนี้ที่ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์กับชาวพันทิปค่ะ
คห.ที่ 28, 38, 43, 45, 58, 86, 163, 175, 177, 183, 188, 208, 216 พาพันขอบคุณพาพันขอบคุณพาพันขอบคุณ

Permissions Messenger App ทั้ง Android และ Iphone (รูปนี้เอามาจากอินเตอร์เนตค่ะ)



หน้าตาของ Messenger App หลังจากโหลดมาไว้บนมือถือแล้ว


วิดีโอที่ FOX29 รายงานข่าวไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ถามความคิดเห็น User Messenger App จากรายงานข่าวช่อง abc 6
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Leo Laporte : American technology broadcaster
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Geekazine ได้โพสต์เอาไว้ อันนี้ฟังเข้าใจง่าย
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ใช้ App นี้คุณจะไม่รู้สึกเดียวดายอีกต่อไป (เพราะมันอาจจะกำลังส่องคุณอยู่ก็ได้)


ขอบคุณลิ้งค์อ้างอิง
http://www.makeuseof.com/tag/bad-facebook-messenger-permissions-anyway/
http://www.cbsnews.com/news/myths-about-facebooks-messenger-app-go-viral/
http://www.huffingtonpost.com/sam-fiorella/the-insidiousness-of-face_b_4365645.html
http://www.ebizmba.com/articles/social-networking-websites

ขอบคุณทุกๆความคิดเห็น
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่