สวัสดีครัลพี่ๆชาว Pantip ทุกคน นี้เป็นกระทู้แรกที่ผมได้ตั้งขึ้น ซึ้งผมไม่รู้จะทำยังไงต่อดีครับ ใครมีข้อคิดเห็น ข้อเสนอดีๆ รบกวนช่วยอ่านแล้วบอกผมทีนะครับ ขอบคุณมากกว่า
บอกก่อนตอนนี้ผมอายุ 22 เรียนอยู่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ชั้นปี ที่ 4
เรื่องมันมีอยู่ว่า
ผมคบกับแฟนคนหนึ่ง มันคงต้องย้อนไปตอนมัธยมศึกษาปีที่ 5 น้องเขาก็อยู่ มัธยมศึกษาปีที่ 2 เราก็คบกันมาเรื่อยๆ มีทะเลาะบางเล็กน้อย ไม่มีการนอกใจกัน รักกันดี ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน บ่อยๆ เราก็คบ รักกัน แบบนี้ มาจนถึงช่วงหนึ่ง ตอนนั้นผมก็อยู่ มัธยมศึกษาปีที่ 6 เทอม 2 ก็คืออีกไม่กี่เดิอนผมก็ต้องจบ เข้ามหาวิทยาลัย ส่วนตัวน้องก็ต่อ มัธยมศึกษาปีที่ 4
แต่ระหว่างนั้นเกิด เรื่องขึ้น ผมคงนิสัยไม่ดี มีอยู่วัน พ่อแม่แฟนผม (ตอนนั้น) เขาไม่อยู่บ้านกัน มีธุระที่ต้องทำ กลับดึก ผมก็เข้าไปบ้านน้องผู้หญิง แต่สุดท้ายก็พ่อของผู้หญิงคนนั้นดันกลับมาบ้านก่อนที่ผมจะออกจากบ้าน แล้วเราก็เกิดเรื่องกันถึงโรงพัก ก็เจรากันอยู่นาน จนหาข้อตกลงกันได้ ผมก็เสียเงินไปให้ทางฝ่ายหญิงไป หลังจากวันนั้น พ่อแม่ฝ่ายหญิง ก็สั่งไม่ให้คบกับผม ผู้หญิงมาเล่าให้ผมฟัง ผมก็ถามน้องผู้หญิงไป แล้วเราจะเลิกกันไหม ผู้หญิงบอก ไม่เลิก เราก็คบกันไปแบบนี้แระ เราก็คบกันมาเรื่อยๆๆๆ
จนช่วงก่อนจบ ผมดันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้นอน ICT อยู่ 1 เดือน ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เพิ่งมารู้เหตุการณ์ หลังจากออกจาก รพ แล้ว เริ่มมีสติ มีความทรงจำ ค่อยๆปรับตัวได้ พ่อแม่ผมก็เล่าให้ฟัง ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะช่วงเวลา 1 เดือน ผมเหมือนหลับไป ผมจำได้ครั้งสุดท้าย ผมอยู่บ้านเพื่อน จำได้อีกที เวลาก็ผ่านมา 1 เดือนเต็มๆ พอผมเริ่มจำได้ ผมก็โทรไปหาแฟนผม คุยกับแฟนผม ก็รักกันเหมือนเดิม ณ ตอนนั้น
แต่พอวันเวลาผ่านไป จนปิดเทอม ก็เหมือนรักกันดี แต่พอเปิดเทอม แฟนผมเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 4 ผมเองก็เข้ามหาวิทยาลัยปีที่ 1 ผมก็คิดว่า เรารักกันเหมือนเดิม แต่มันไม่ใช่ครับ แฟนผมขอเลิกกับผม ผมก็ถามทำไม อะไร ยังไง เขาก็บอกผมเปลี่ยนไป ซึ้งผมก็ไม่เข้าใจผมเปลี่ยนไปยังไง ผมก็ไม่ยอมเลิก จนสุดท้าย ผมมาร็ความจริงว่า เขาหมดรักกับผมไปตั้งแต่ช่วงที่ผมเกิดอุบัติเหตุ มันก็ 3 เดือนที่แล้ว หรือมันอาจหมดไปนานแล้ว
จากวันนั้นที่รู้ความจริง จนสุดท้ายผมก็ยอมแพ้ ผมก็ไปบอกพ่อแม่น้อง ว่าเราเลิกกัน พ่อแม่น้องก็บอก เลิกกันก็มาเป็นพี่เป็นน้องกันได้ เข้ามาหาน้องที่บ้านก็ได้ไม่ว่ากัน ผมก็โอเค แต่ต้องพูดว่า เราก็ยังนัดเจอ มีอะไรกันอยู่บ้างเป็นบางครั้ง แต่พอนานเข้า นานเข้า เขาก็เจอผู้ชายที่ถูกใจ ผมก็ต้องทำเป็นยิ้ม ว่าไม่เป็นอะไร แต่จริงๆ ผมแค้นมากๆ ผมก็ต้องยอม แต่ต้องพูดว่า น้องเขาหมดรักกับผมไปตั้งนานแล้ว นานจนผมไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่ไม่รัก
****หลังจากวันนั้นผ่านไป 3 เดือนเศษๆ
ต้องบอกว่าผมเป็นคนนับประจำเดือนของน้องผู้หญิงคนนั้น ว่า จะมาช่วงไหน ยังไง ก็ไม่เคยพลาด จนมาถึงเวลาที่ผมจะไปจากน้อง แบบเป็นคนไม่รู้จักกัน เพราะน้องเขาต้องการแบบนั้น แต่เดือนนั้น ประจำเดือนน้องยังไม่มา มันก็ใกล้สิ้นเดือน ผมก็บอกกับเขาว่า ขอให้ไปตรวจว่า "ท้อง" ไหม ถ้าไม่ท้อง ผมก็จะจากไปเขาไปทันที แต่ผลปรากฎว่าท้อง ผมก็ไม่รู้จะทำไง ก็บอกให้ไปบอกพ่อแม่ ผมก็บอกพ่อแม่ผม ความคิดของน้องตอนนั้นคือไม่อยากบอก อยากเอาเด็กออก แต่ผมก็ห้าม ขู่ สารพัดว่าถ้าเอาเด็กออก ผมจะฆ่าเธอด้วย ผมก็มีความคิดแบบเด็กๆ วัยรุ่นคนหนึ่ง ณ ตอนนั้น
จนสุดท้ายผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้ เรื่องที่เกิดดขึ้น พอวันรุ่งขึ้น พ่อแม่ของผม ก็ขับรถไปบ้านผู้หญิง นัดคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนได้ข้อสรุป ให้ต้องจัดงาน ขอขมา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย **ฝ่ายหญิงมีเพียง พ่อ แม่ เขาเท่านั้น เขาไม่กล้าเปิดเผยให้ใครรับรู้** จนสุดท้ายเวลาผ่านไป เราก็จัดพิธีขอขมา มีสินสอดให้ฝ่ายหญิง พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็ให้น้องมาอยู่กับผม ที่บ้านผม ให้ผมดูแลน้อง ผมก็ดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ผมทำได้ในเวลานั้น
พอเวลาผ่านไปช่วงตั้งครรภ์ ผมก็พาน้องไปฝากครรภ์ หาหมอ เป็นประจำ หาอาหาร หาอะไรที่ควรจะได้รับมาทุกอย่างๆให้น้องเขา ก็เหมือนจะดีนะครับ จนถึงเวลาเด็กต้องคลอดออกมา ปรากฎว่าเป็นเด็ก ผู้ชาย ก็โอเค บ้านผมขอรับเลี้ยงไว้เอง ฝ่ายหญิง ก็ให้กลับไปอยู่บ้าน เพราะเขาอยากเรียนหนังสือต่อ ผมก็โอเค กับเรื่องนี้ เราได้ตกลงกันว่า ถ้าลูกของผมอายุ 3 ปี เข้าเรียนอนุบาลได้แล้ว ฝ่ายหญิง จะเอาไปดูแลเอง ตอนนั้นผมก็โอเค เพราะต้องพูดว่า ฝ่ายหญิง ฐานะดีกว่าผม เขาพร้อม เขาส่งเสริม ได้ดีกว่า เพราะบ้านเขาเองก็อยู่ในตัวจังหวัด แต่บ้านผมอยู่ต่างอำเภอ เราก็โอเคกันทั้งสองฝ่าย แต่หลังจากวันนั้นที่เด็กออก มาจนถึง วันนี้ ก็เป็นเวลา 2 ปี ครึ่ง แล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมคืนดีกับผม ผมก็รอๆ รอจนวันนี้
ซึ้งก็ต้องบอกอีกนิดว่า ญาติ พี่ น้อง เพื่อน ของฝ่ายหญิง ไม่มีใครรับร็เรื่องนี้เลย แม้กระทั้งคนสนิทของเขา เขาปิดบังเรื่องนี้ แล้วไม่กล้าเปิดเผย เรื่องเด็กคนนี้ อีกทั้ง
- พ่อฝ่ายหญิง มีกิจการเป็นของตัวเอง วันๆทำแต่งาน ไม่มีเวลา ไม่ค่อยหยุดไปไหน
- แม่ฝ่ายหญิง เป็นข้าราชกาลประจำ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้า ภายในกระทรวง กระทรวงหนึ่งของจังหวัดที่ผมอยู๋ ก็ไม่มีเวลา วันๆทำแต่งาน เสาร์อาทิตย์ก็ทำงาน
- ผู้หญิง ยังเรียน ปีนี้จบ ปวช.3 การบัญชี แห่งหนึ่งของจังหวัดที่ผมอยู่
จากข้อมูลที่ผมเล่ามา ผมจึงมีความที่ว่า
1. จากที่ต้องลงกัน ลูกผม อายุ 3 ขวบ เขาจะเอาไปเลี้ยง ตอนแรกผมตกลง ฝ่ายบ้านผมตกลง แต่วันเวลาผ่านไป ตอนนี้ ผมกับพ่อแม่ผม คิดว่าไม่โอเคแล้วที่จะให้เขาไปเลี้ยง เพราะใครจะมาดูแลลูกของผมละ ไหนจะต้องไปรับ-ส่งไป โรงเรียน เตรียมอนุบาล ซึ้งผมโทรไปคุยกับผู้หญิงมาว่าแบบนี้ ฝ่ายผู้หญิงคนนั้น ตอบทันทีเลยครับ ว่า เอาตามนั้นก็ได้ มันโอเคละ เพราะ ผู้หญิงบอก เขาจะเรียน ผมก็นึกย้อนคิดไม่ได้นะครับ ว่า ไม่รักลูกหรอ อะไรประมาณนี้ แต่เขาพูดมันก่อนครับ ลูก เขาก็รัก แต่เขาไม่พร้อม ผมก็ทำเป็นโอเค ไม่พูดต่อ
2. ผมถามผู้หญิงต่อ แล้วเรื่องของเราละ สถานะ ของเราละ เป็นไงหรอ เพราะอย่างที่ผมพูดไป ผมยังรอผู้หญิงคนนี้ ถึงผมไม่ได้รักเขา แต่ผมก็ต้องการ เขา ยังไงเขาก็คือแม่ของลูกผม ผมก็พูดไปประมาณนี้ แต่เขาตอบผมว่า เราขาดกันแล้วนิ จะทำไรก็ทำ แล้วแต่เลย ผมก็เงียบไปสักพัก แล้วก็ตอบไป อย่างนั้นก็ได้ มันดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่จริงๆ ผมคิดว่า แล้วลูกละ จะรู้สึกยังไง อะไรแบบนี้
**** ผมจึงจะขอถามพี่ๆขาว PANTIP ครับ *****
1. ผมควรทำยังไงดีครับ ผมจะไม่ให้เขาเลี้ยงเด็ก ผมจะเลี้ยงเอง ผมต้องพูดอย่างไรหรอ ผมกลัวเขาจะเอาข้อกฎหมาย มาบังคับ เพราะเขาก็มีอิทธิพลระดับหนึ่ง ช่วยชี้แนะที
2. แล้วเรื่องผมกับผู้หญิงคนนั้น ผมควรปล่อยเธอไปดีไหม ควรให้เธอไปเริ่มต้นใหม่ แบบ ไม่มีมลธินดีไหม เพราะที่ผมคิดว่าผมไม่อยากปล่อยไป เพราะผมสงสารลูก แต่ผมปรึกษาใครหลายๆคน เขาก็บอกให้ผมปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เอา
3. ถ้าผมตามข้อ 2 ถ้าลูกผมโตกว่านี้ ลูกผมจะรู้สึกยังไง ผมจะบอกลูกผมยังไง แล้วถ้าวันหนึ่ง ผมกับผู้หญิงเลิกกัน แล้วผู้หญิง ไปมีครอบครัวใหม่ ผมคงควบคุมอารมณ์ ตัวเองไม่ได้ถ้าเจอหน้ากัน
4. อย่าง ข้อ 2 กับ 3 ผมจะมีวิธีไหม ที่ไม่ทำให้ ผู้หญิงคนนั้นมาเจอกับทางฝ่ายผม หรือผม ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น แล้วพาลูกไปอยู่ด้วย หรือยังไง
****ขอความกรุณาช่วยอ่านให้จบ แล้วทำความเข้าใจ และช่วยคิดแนวทางให้ผมทีครับผมจะต้องทำยังไงดี เพราะปีหน้า ผมก็เรียนจบแล้ว ผมอยากวางแผนอนาคตไว้ก่อนครับ ****
****ซึ้งเหตุการณ์ที่ผมเล่ามาทั้งหมด มันอาจวนไปวนมา แต่โดยรวมก็ทำนองดีอะครับ ขอบพระคุณครับ....
ช่วยชี้แนะทีครับ
บอกก่อนตอนนี้ผมอายุ 22 เรียนอยู่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ชั้นปี ที่ 4
เรื่องมันมีอยู่ว่า
ผมคบกับแฟนคนหนึ่ง มันคงต้องย้อนไปตอนมัธยมศึกษาปีที่ 5 น้องเขาก็อยู่ มัธยมศึกษาปีที่ 2 เราก็คบกันมาเรื่อยๆ มีทะเลาะบางเล็กน้อย ไม่มีการนอกใจกัน รักกันดี ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน บ่อยๆ เราก็คบ รักกัน แบบนี้ มาจนถึงช่วงหนึ่ง ตอนนั้นผมก็อยู่ มัธยมศึกษาปีที่ 6 เทอม 2 ก็คืออีกไม่กี่เดิอนผมก็ต้องจบ เข้ามหาวิทยาลัย ส่วนตัวน้องก็ต่อ มัธยมศึกษาปีที่ 4
แต่ระหว่างนั้นเกิด เรื่องขึ้น ผมคงนิสัยไม่ดี มีอยู่วัน พ่อแม่แฟนผม (ตอนนั้น) เขาไม่อยู่บ้านกัน มีธุระที่ต้องทำ กลับดึก ผมก็เข้าไปบ้านน้องผู้หญิง แต่สุดท้ายก็พ่อของผู้หญิงคนนั้นดันกลับมาบ้านก่อนที่ผมจะออกจากบ้าน แล้วเราก็เกิดเรื่องกันถึงโรงพัก ก็เจรากันอยู่นาน จนหาข้อตกลงกันได้ ผมก็เสียเงินไปให้ทางฝ่ายหญิงไป หลังจากวันนั้น พ่อแม่ฝ่ายหญิง ก็สั่งไม่ให้คบกับผม ผู้หญิงมาเล่าให้ผมฟัง ผมก็ถามน้องผู้หญิงไป แล้วเราจะเลิกกันไหม ผู้หญิงบอก ไม่เลิก เราก็คบกันไปแบบนี้แระ เราก็คบกันมาเรื่อยๆๆๆ
จนช่วงก่อนจบ ผมดันเกิดอุบัติเหตุ ทำให้นอน ICT อยู่ 1 เดือน ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เพิ่งมารู้เหตุการณ์ หลังจากออกจาก รพ แล้ว เริ่มมีสติ มีความทรงจำ ค่อยๆปรับตัวได้ พ่อแม่ผมก็เล่าให้ฟัง ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะช่วงเวลา 1 เดือน ผมเหมือนหลับไป ผมจำได้ครั้งสุดท้าย ผมอยู่บ้านเพื่อน จำได้อีกที เวลาก็ผ่านมา 1 เดือนเต็มๆ พอผมเริ่มจำได้ ผมก็โทรไปหาแฟนผม คุยกับแฟนผม ก็รักกันเหมือนเดิม ณ ตอนนั้น
แต่พอวันเวลาผ่านไป จนปิดเทอม ก็เหมือนรักกันดี แต่พอเปิดเทอม แฟนผมเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 4 ผมเองก็เข้ามหาวิทยาลัยปีที่ 1 ผมก็คิดว่า เรารักกันเหมือนเดิม แต่มันไม่ใช่ครับ แฟนผมขอเลิกกับผม ผมก็ถามทำไม อะไร ยังไง เขาก็บอกผมเปลี่ยนไป ซึ้งผมก็ไม่เข้าใจผมเปลี่ยนไปยังไง ผมก็ไม่ยอมเลิก จนสุดท้าย ผมมาร็ความจริงว่า เขาหมดรักกับผมไปตั้งแต่ช่วงที่ผมเกิดอุบัติเหตุ มันก็ 3 เดือนที่แล้ว หรือมันอาจหมดไปนานแล้ว
จากวันนั้นที่รู้ความจริง จนสุดท้ายผมก็ยอมแพ้ ผมก็ไปบอกพ่อแม่น้อง ว่าเราเลิกกัน พ่อแม่น้องก็บอก เลิกกันก็มาเป็นพี่เป็นน้องกันได้ เข้ามาหาน้องที่บ้านก็ได้ไม่ว่ากัน ผมก็โอเค แต่ต้องพูดว่า เราก็ยังนัดเจอ มีอะไรกันอยู่บ้างเป็นบางครั้ง แต่พอนานเข้า นานเข้า เขาก็เจอผู้ชายที่ถูกใจ ผมก็ต้องทำเป็นยิ้ม ว่าไม่เป็นอะไร แต่จริงๆ ผมแค้นมากๆ ผมก็ต้องยอม แต่ต้องพูดว่า น้องเขาหมดรักกับผมไปตั้งนานแล้ว นานจนผมไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่ไม่รัก
****หลังจากวันนั้นผ่านไป 3 เดือนเศษๆ
ต้องบอกว่าผมเป็นคนนับประจำเดือนของน้องผู้หญิงคนนั้น ว่า จะมาช่วงไหน ยังไง ก็ไม่เคยพลาด จนมาถึงเวลาที่ผมจะไปจากน้อง แบบเป็นคนไม่รู้จักกัน เพราะน้องเขาต้องการแบบนั้น แต่เดือนนั้น ประจำเดือนน้องยังไม่มา มันก็ใกล้สิ้นเดือน ผมก็บอกกับเขาว่า ขอให้ไปตรวจว่า "ท้อง" ไหม ถ้าไม่ท้อง ผมก็จะจากไปเขาไปทันที แต่ผลปรากฎว่าท้อง ผมก็ไม่รู้จะทำไง ก็บอกให้ไปบอกพ่อแม่ ผมก็บอกพ่อแม่ผม ความคิดของน้องตอนนั้นคือไม่อยากบอก อยากเอาเด็กออก แต่ผมก็ห้าม ขู่ สารพัดว่าถ้าเอาเด็กออก ผมจะฆ่าเธอด้วย ผมก็มีความคิดแบบเด็กๆ วัยรุ่นคนหนึ่ง ณ ตอนนั้น
จนสุดท้ายผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้ เรื่องที่เกิดดขึ้น พอวันรุ่งขึ้น พ่อแม่ของผม ก็ขับรถไปบ้านผู้หญิง นัดคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนได้ข้อสรุป ให้ต้องจัดงาน ขอขมา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย **ฝ่ายหญิงมีเพียง พ่อ แม่ เขาเท่านั้น เขาไม่กล้าเปิดเผยให้ใครรับรู้** จนสุดท้ายเวลาผ่านไป เราก็จัดพิธีขอขมา มีสินสอดให้ฝ่ายหญิง พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็ให้น้องมาอยู่กับผม ที่บ้านผม ให้ผมดูแลน้อง ผมก็ดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ผมทำได้ในเวลานั้น
พอเวลาผ่านไปช่วงตั้งครรภ์ ผมก็พาน้องไปฝากครรภ์ หาหมอ เป็นประจำ หาอาหาร หาอะไรที่ควรจะได้รับมาทุกอย่างๆให้น้องเขา ก็เหมือนจะดีนะครับ จนถึงเวลาเด็กต้องคลอดออกมา ปรากฎว่าเป็นเด็ก ผู้ชาย ก็โอเค บ้านผมขอรับเลี้ยงไว้เอง ฝ่ายหญิง ก็ให้กลับไปอยู่บ้าน เพราะเขาอยากเรียนหนังสือต่อ ผมก็โอเค กับเรื่องนี้ เราได้ตกลงกันว่า ถ้าลูกของผมอายุ 3 ปี เข้าเรียนอนุบาลได้แล้ว ฝ่ายหญิง จะเอาไปดูแลเอง ตอนนั้นผมก็โอเค เพราะต้องพูดว่า ฝ่ายหญิง ฐานะดีกว่าผม เขาพร้อม เขาส่งเสริม ได้ดีกว่า เพราะบ้านเขาเองก็อยู่ในตัวจังหวัด แต่บ้านผมอยู่ต่างอำเภอ เราก็โอเคกันทั้งสองฝ่าย แต่หลังจากวันนั้นที่เด็กออก มาจนถึง วันนี้ ก็เป็นเวลา 2 ปี ครึ่ง แล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมคืนดีกับผม ผมก็รอๆ รอจนวันนี้
ซึ้งก็ต้องบอกอีกนิดว่า ญาติ พี่ น้อง เพื่อน ของฝ่ายหญิง ไม่มีใครรับร็เรื่องนี้เลย แม้กระทั้งคนสนิทของเขา เขาปิดบังเรื่องนี้ แล้วไม่กล้าเปิดเผย เรื่องเด็กคนนี้ อีกทั้ง
- พ่อฝ่ายหญิง มีกิจการเป็นของตัวเอง วันๆทำแต่งาน ไม่มีเวลา ไม่ค่อยหยุดไปไหน
- แม่ฝ่ายหญิง เป็นข้าราชกาลประจำ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้า ภายในกระทรวง กระทรวงหนึ่งของจังหวัดที่ผมอยู๋ ก็ไม่มีเวลา วันๆทำแต่งาน เสาร์อาทิตย์ก็ทำงาน
- ผู้หญิง ยังเรียน ปีนี้จบ ปวช.3 การบัญชี แห่งหนึ่งของจังหวัดที่ผมอยู่
จากข้อมูลที่ผมเล่ามา ผมจึงมีความที่ว่า
1. จากที่ต้องลงกัน ลูกผม อายุ 3 ขวบ เขาจะเอาไปเลี้ยง ตอนแรกผมตกลง ฝ่ายบ้านผมตกลง แต่วันเวลาผ่านไป ตอนนี้ ผมกับพ่อแม่ผม คิดว่าไม่โอเคแล้วที่จะให้เขาไปเลี้ยง เพราะใครจะมาดูแลลูกของผมละ ไหนจะต้องไปรับ-ส่งไป โรงเรียน เตรียมอนุบาล ซึ้งผมโทรไปคุยกับผู้หญิงมาว่าแบบนี้ ฝ่ายผู้หญิงคนนั้น ตอบทันทีเลยครับ ว่า เอาตามนั้นก็ได้ มันโอเคละ เพราะ ผู้หญิงบอก เขาจะเรียน ผมก็นึกย้อนคิดไม่ได้นะครับ ว่า ไม่รักลูกหรอ อะไรประมาณนี้ แต่เขาพูดมันก่อนครับ ลูก เขาก็รัก แต่เขาไม่พร้อม ผมก็ทำเป็นโอเค ไม่พูดต่อ
2. ผมถามผู้หญิงต่อ แล้วเรื่องของเราละ สถานะ ของเราละ เป็นไงหรอ เพราะอย่างที่ผมพูดไป ผมยังรอผู้หญิงคนนี้ ถึงผมไม่ได้รักเขา แต่ผมก็ต้องการ เขา ยังไงเขาก็คือแม่ของลูกผม ผมก็พูดไปประมาณนี้ แต่เขาตอบผมว่า เราขาดกันแล้วนิ จะทำไรก็ทำ แล้วแต่เลย ผมก็เงียบไปสักพัก แล้วก็ตอบไป อย่างนั้นก็ได้ มันดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่จริงๆ ผมคิดว่า แล้วลูกละ จะรู้สึกยังไง อะไรแบบนี้
**** ผมจึงจะขอถามพี่ๆขาว PANTIP ครับ *****
1. ผมควรทำยังไงดีครับ ผมจะไม่ให้เขาเลี้ยงเด็ก ผมจะเลี้ยงเอง ผมต้องพูดอย่างไรหรอ ผมกลัวเขาจะเอาข้อกฎหมาย มาบังคับ เพราะเขาก็มีอิทธิพลระดับหนึ่ง ช่วยชี้แนะที
2. แล้วเรื่องผมกับผู้หญิงคนนั้น ผมควรปล่อยเธอไปดีไหม ควรให้เธอไปเริ่มต้นใหม่ แบบ ไม่มีมลธินดีไหม เพราะที่ผมคิดว่าผมไม่อยากปล่อยไป เพราะผมสงสารลูก แต่ผมปรึกษาใครหลายๆคน เขาก็บอกให้ผมปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เอา
3. ถ้าผมตามข้อ 2 ถ้าลูกผมโตกว่านี้ ลูกผมจะรู้สึกยังไง ผมจะบอกลูกผมยังไง แล้วถ้าวันหนึ่ง ผมกับผู้หญิงเลิกกัน แล้วผู้หญิง ไปมีครอบครัวใหม่ ผมคงควบคุมอารมณ์ ตัวเองไม่ได้ถ้าเจอหน้ากัน
4. อย่าง ข้อ 2 กับ 3 ผมจะมีวิธีไหม ที่ไม่ทำให้ ผู้หญิงคนนั้นมาเจอกับทางฝ่ายผม หรือผม ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น แล้วพาลูกไปอยู่ด้วย หรือยังไง
****ขอความกรุณาช่วยอ่านให้จบ แล้วทำความเข้าใจ และช่วยคิดแนวทางให้ผมทีครับผมจะต้องทำยังไงดี เพราะปีหน้า ผมก็เรียนจบแล้ว ผมอยากวางแผนอนาคตไว้ก่อนครับ ****
****ซึ้งเหตุการณ์ที่ผมเล่ามาทั้งหมด มันอาจวนไปวนมา แต่โดยรวมก็ทำนองดีอะครับ ขอบพระคุณครับ....