บางคนที่ได้ติดตามข่าวของจีนกับฮ่องกงในช่วงนี้ จะพอทราบว่ามีเรื่องของระบอบการปกครองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถมองย้อนกลับมาที่บ้านเราได้
แต่ก่อนอื่น! ผมอยากให้ทุกท่านเปิดใจรับฟังข้อมูลที่ผมจะบอกเสียก่อน อย่าพึ่งคิดไปไกล
จีนไม่อยากให้ฮ่องกงใช้ระบอบประชาธิปไตยเต็มขั้นเหมือนพวกฝรั่ง ซึ่งจีนเอาเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติมาอ้าง บลาๆๆ แต่ผมจะบอกให้เข้าใจว่า
เรื่องประวัติศาสตร์ของชาติ กับ การปกครอง บางทีมันก็พูดยากเพราะเวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
แต่การจะละทิ้งตัวตนของตนเองไปเลยก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะระบอบการปกครองทุกระบอบในโลกนี้ไม่มีระบอบไหนที่ไม่มีปัญหา
มันขึ้นอยู่กับผู้นำสูงสุดว่าจะมีความสามารถมากพอที่จะสามารถบริหารประเทศบนระบอบการปกครองที่ตนเองเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขนาดอเมริกาเองซึ่งเดิมเป็นชาวอังกฤษพวกเค้าก็ยังไม่ยึดติดกับกษัตริย์ของตนเองแล้วใช้ระบบประธานาธิบดีแทน , ญี่ปุ่นซึ่งเดิมเป็นชาวจีนหลอกลวงกษัตริย์ของตนเองแล้วหนีออกไปตั้งรกรากใหม่คล้ายกับคนอเมริกัน แต่ญี่ปุ่นก็ยังใช้ระบบกษัตริย์(พระจักรพรรดิ)เหมือนกับจีนที่ใช้ระบบกษัตริย์(ฮ่องเต้) 2 กรณีที่เหมือนกันระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกา แต่ก็ยังแตกต่างกันที่ระบอบการปกครอง ซึ่งญี่ปุ่น กับ อเมริกาก็สามารถเจริญก้าวหน้าในระดับต้นของโลก ในแนวทางการปกครองที่แตกต่างกัน ประเทศใดๆจะเจริญก้าวหน้าได้หรือไม่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบอบการปกครอง แต่มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนในชาติ ถ้าคนในชาติไร้จิตสำนึกต่อให้ copy ระบบของอเมริกามาทั้งดุ้นประเทศก็ไม่เจริญไปไหนหรอก
ลองมองมาที่ประเทศไทยของเรา เราใช้ระบอบประชาธิปไตยมาตั้งแต่ พ.ศ.2475 เราเองก็มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายหลายอย่าง
แต่ทำไมเราสู้สิงคโปร์ไม่ได้ สู้จีนไม่ได้ สู้ญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ได้ ผมไม่ได้จะบอกว่าประชาธิปไตยไม่ดี เพราะเราเองก็มีเหตุผลที่ต้องใช้ระบอบนี้
แต่ทำไมเราใช้ระบอบประชาธิปไตยมาตั้งนานถึง 82 ปีแล้ว ก็เหมือนยังย่ำอยู่กับที่ ทั้งๆที่ประเทศอื่นที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยเหมือนเรา แต่เค้า
กลับยิ่งพัฒนาไปไกลกว่าเรามากขึ้นทุกที แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบอบการปกครอง แต่อยู่ที่คนหรือประชาชนในประเทศ
กรณีศึกษา จีน VS ฮ่องกง
แต่ก่อนอื่น! ผมอยากให้ทุกท่านเปิดใจรับฟังข้อมูลที่ผมจะบอกเสียก่อน อย่าพึ่งคิดไปไกล
จีนไม่อยากให้ฮ่องกงใช้ระบอบประชาธิปไตยเต็มขั้นเหมือนพวกฝรั่ง ซึ่งจีนเอาเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติมาอ้าง บลาๆๆ แต่ผมจะบอกให้เข้าใจว่า
เรื่องประวัติศาสตร์ของชาติ กับ การปกครอง บางทีมันก็พูดยากเพราะเวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
แต่การจะละทิ้งตัวตนของตนเองไปเลยก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะระบอบการปกครองทุกระบอบในโลกนี้ไม่มีระบอบไหนที่ไม่มีปัญหา
มันขึ้นอยู่กับผู้นำสูงสุดว่าจะมีความสามารถมากพอที่จะสามารถบริหารประเทศบนระบอบการปกครองที่ตนเองเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขนาดอเมริกาเองซึ่งเดิมเป็นชาวอังกฤษพวกเค้าก็ยังไม่ยึดติดกับกษัตริย์ของตนเองแล้วใช้ระบบประธานาธิบดีแทน , ญี่ปุ่นซึ่งเดิมเป็นชาวจีนหลอกลวงกษัตริย์ของตนเองแล้วหนีออกไปตั้งรกรากใหม่คล้ายกับคนอเมริกัน แต่ญี่ปุ่นก็ยังใช้ระบบกษัตริย์(พระจักรพรรดิ)เหมือนกับจีนที่ใช้ระบบกษัตริย์(ฮ่องเต้) 2 กรณีที่เหมือนกันระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกา แต่ก็ยังแตกต่างกันที่ระบอบการปกครอง ซึ่งญี่ปุ่น กับ อเมริกาก็สามารถเจริญก้าวหน้าในระดับต้นของโลก ในแนวทางการปกครองที่แตกต่างกัน ประเทศใดๆจะเจริญก้าวหน้าได้หรือไม่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบอบการปกครอง แต่มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนในชาติ ถ้าคนในชาติไร้จิตสำนึกต่อให้ copy ระบบของอเมริกามาทั้งดุ้นประเทศก็ไม่เจริญไปไหนหรอก
ลองมองมาที่ประเทศไทยของเรา เราใช้ระบอบประชาธิปไตยมาตั้งแต่ พ.ศ.2475 เราเองก็มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายหลายอย่าง
แต่ทำไมเราสู้สิงคโปร์ไม่ได้ สู้จีนไม่ได้ สู้ญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ได้ ผมไม่ได้จะบอกว่าประชาธิปไตยไม่ดี เพราะเราเองก็มีเหตุผลที่ต้องใช้ระบอบนี้
แต่ทำไมเราใช้ระบอบประชาธิปไตยมาตั้งนานถึง 82 ปีแล้ว ก็เหมือนยังย่ำอยู่กับที่ ทั้งๆที่ประเทศอื่นที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยเหมือนเรา แต่เค้า
กลับยิ่งพัฒนาไปไกลกว่าเรามากขึ้นทุกที แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบอบการปกครอง แต่อยู่ที่คนหรือประชาชนในประเทศ