เมื่อ man United ไม่ United อีกต่อไป

กระทู้สนทนา
หากมองย้อนไปถึงความย่ำแย่ของทีมเมื่อปีที่แล้วของทีมรักของพวกเรา แล้วมองกลับมาถึงเกมส์สี่นัดที่ผ่านมาในปีนี้ เราคงเปลี่ยนความคิดไปได้บ้างที่จะโทษ เดวิดมอยส์ คนเดียวทั้งหมด ฉะนั้นในความคิดผมให้เป็นความผิดมอยส์แค่ 30% ส่วนที่เหลือเป็นของนักเตะล้วนๆ ในปัจจุบันนี้เราคงหาโค้ชสมองเพชรอย่างท่านเซอร์ไม่ได้อีกแล้ว ที่ทำให้ระบบทีมผลักดันนักเตะให้มีประสิทธิภาพขึ้นมา ซึ่งนักเตะเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นบิกเนม ทุกตำแหน่งทำงานประสานกันได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การยืนบงการข้างสนามของโค้ช ทำให้คำว่า United (เป็นหนึ่งเดียว) ชัดเจนมาโดยตลอด หาก star ดังของทีมคนไหนมีความคิดว่าชื่อเขาที่ติดอยู่ข้างหลังเสื้อสำคัญกว่าโลโก้ของสโมสรที่อยู่บนหน้าอก ท่านเทพเซอร์จะไปอนุญาติให้เขาอยู่ในทีมอีกต่อไป ต่อมาเมื่อท่านสมองเพชรวางมือ หน้าที่อันหนักอึ้งได้ตกไปอยู่กับผู้รับตำแหน่งสืบทอด (มอยส์) ในตอนแรกผมคิดว่าจะเปลี่ยนใครมาทำหน้าที่แทนก็ชั่งเถอะ....ก็มันนักเตะชุดเดียวกันประสิทธิภาพจะต่างกันตรงไหน แต่ก็เป็นความคิดที่ผิดพลาดมหันต์ ความผิดพลาดครั้งในการเลือก (Chosen one) ครั้งนั้น ทำให้ มอยส์ (แพะ) ต้องโดนเด้งออกไปพร้อมทั้งคำสบประมาททุกอย่างที่เขาต้องทนรับไปเต็มๆ.....
        ฟาลกัล เข้ามารับหน้าที่นี้แทน ซึ่งก็คงรู้กันอยู่แล้วว่าบารมีเขามันขนาดไหน เขาอ่านเกมส์ขาด เขาอ่าน MAN U  ออก แล้วเขาก็ยังอ่านตัวเองออกด้วย เขาไม่ใช่เซอร์อเล็ก เขาไม่ได้เก่งขนาดนั้น ที่จะใช้ระบบของทีมตามที่ท่านเซอร์วางไว้ แล้วจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ด้วยบารมีและความต้องการของฟาลกัลที่ไปกระตุ้นให้ผู้บริหารแมนยู ในการสร้างทีมแบบสมัยใหม่ (สมัยที่เงินซื้อความสำเร็จมาได้ทุกอย่าง) เราจึงได้เห็นอำนาจของเงินในการดึงนักเตะระดับโลกเข้ามาสู่ทีมไม่ใช่แค่คนเดียวหรือสองคนอย่างที่เราเคยเห็นในยุคของท่านเซอร์ แต่เป็นการกวาดมาแบบเกือบยกเช็ต.....ทำให้ระบบหรือคำว่า United ที่เราเคยรู้จักได้จบสมัยลง ไม่มีการดึงดาวเด่นโนเนมจากอคาเดมีขึ้นมาเหมือนเคย ยุคใหม่ ฟุตบอลสมัยใหม่ ต้องใช้เงินเท่านั้นถึงจะสำเร็จ เป็นยุคที่ฟาลกัลและอยู่บริหารทุ่มทุนไปสูงมาก ทำให้ Man U กลายเป็นทีมเจ้าบุญทุ่มอย่างกับที่ท่านเซอร์เคยว่าให้กับทีมอื่นๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่