สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 25
บทความของมิสลันตา ผ่านการบิดเบือนและใส่สีตีไข่มาอย่างมากมาย เพื่อให้ร้ายศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นคู่กรณีของอิสลาม ในศรีลังกา
อันดับแรก มัวร์ ไม่ใช่ชาติพันธ์ที่แยกออกมาต่างหาก แต่คือเชื้อสายของชาวทมิฬวรรณะต่ำ ที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม
เรื่องต่อมา การเข้าขัดขวางการละหมาด เป็นคำที่ใช้ปลุกระดมชาวมุสลิม และเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับมุสลิมในการที่จะใช้ความรุนแรงเพราะมุสลิมมีบัญญัติว่า ให้ใช้กำลังต่อสู้ฆ่าฟันกับศัตรูที่ขัดขวางการประกอบศาสนกิจของอิสลามได้ ความจริงก็คือ มัสยิดดังกล่าว เป็นมัสยิดใหม่ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธในศรีลังกา โดยไม่ได้รับอนุญาติจริงๆ และทุกฝ่ายก็ได้ร่วมประชุมแก้ไขปัญหากันไปแล้ว โดยการให้มุสลิมไปละหมาดในมัสยิดหลังเดิม
เรื่องที่สาม การไม่ติดเครื่องหมายฮาลาลลงในสินค้า เป็นมติของรัฐบาลศรีลังกา ที่สั่งระงับการใช้เครื่องหมายฮาลาล เนื่องจากถูกนำมาใช้อย่างผิดกฎหมายตั้งแต่แรก
เรื่องที่สี่ เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากฝ่ายมุสลิมใช้ความรุนแรงก่อน เช่นขว้างปาก้อนหินเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นมุสลิมทมิฬ ไม่ทำหน้าที่ในการป้องกันผู้ชุมนุม และนำตัวคนผิดมาดำเนินคดี ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความโกรธแค้น และบานปลายเป็นจลาจลขึ้น
เรื่องที่ห้า มัสยิดเก่าแก่ใน Kuragala ที่ว่า เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิของชาวพุทธมาก่อน ต่อมาได้ถูกมุสลิมมาสร้างมัสยิดทับลงไป กลุ่ม BBS จึงต้องการให้มีการเคลียร์พื้นที่เพื่อบูรณะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธกลับคืนมา
อันดับแรก มัวร์ ไม่ใช่ชาติพันธ์ที่แยกออกมาต่างหาก แต่คือเชื้อสายของชาวทมิฬวรรณะต่ำ ที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม
เรื่องต่อมา การเข้าขัดขวางการละหมาด เป็นคำที่ใช้ปลุกระดมชาวมุสลิม และเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับมุสลิมในการที่จะใช้ความรุนแรงเพราะมุสลิมมีบัญญัติว่า ให้ใช้กำลังต่อสู้ฆ่าฟันกับศัตรูที่ขัดขวางการประกอบศาสนกิจของอิสลามได้ ความจริงก็คือ มัสยิดดังกล่าว เป็นมัสยิดใหม่ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธในศรีลังกา โดยไม่ได้รับอนุญาติจริงๆ และทุกฝ่ายก็ได้ร่วมประชุมแก้ไขปัญหากันไปแล้ว โดยการให้มุสลิมไปละหมาดในมัสยิดหลังเดิม
เรื่องที่สาม การไม่ติดเครื่องหมายฮาลาลลงในสินค้า เป็นมติของรัฐบาลศรีลังกา ที่สั่งระงับการใช้เครื่องหมายฮาลาล เนื่องจากถูกนำมาใช้อย่างผิดกฎหมายตั้งแต่แรก
เรื่องที่สี่ เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากฝ่ายมุสลิมใช้ความรุนแรงก่อน เช่นขว้างปาก้อนหินเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นมุสลิมทมิฬ ไม่ทำหน้าที่ในการป้องกันผู้ชุมนุม และนำตัวคนผิดมาดำเนินคดี ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความโกรธแค้น และบานปลายเป็นจลาจลขึ้น
เรื่องที่ห้า มัสยิดเก่าแก่ใน Kuragala ที่ว่า เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิของชาวพุทธมาก่อน ต่อมาได้ถูกมุสลิมมาสร้างมัสยิดทับลงไป กลุ่ม BBS จึงต้องการให้มีการเคลียร์พื้นที่เพื่อบูรณะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธกลับคืนมา
ความคิดเห็นที่ 10
โดยก่อนเชือด จะต้องทำให้สัตว์ยินยอม (submission) ตาย ในนามของพระเจ้าเท่านั้น
สัตว์ยินยอมหรือครับ ผมว่า มนุษย์คิดเข้าข้างตนเองมากกว่า
สัตว์ที่ไหนก็รักชีวิตทั้งนั้น จะยินยอมได้อย่างไร
สัตว์ยินยอมหรือครับ ผมว่า มนุษย์คิดเข้าข้างตนเองมากกว่า
สัตว์ที่ไหนก็รักชีวิตทั้งนั้น จะยินยอมได้อย่างไร
สมาชิกหมายเลข 732008 ถูกใจ, CyrusAsVirus II ทึ่ง, ความเหงาคือความกล้าหาญ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 849652 ถูกใจ, เศรษฐีหุ้น ถูกใจ, ckman ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1448622 ถูกใจ, Godgate ทึ่ง, Hoo ถูกใจ, Varalbastra ถูกใจรวมถึงอีก 11 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 37
มิสลันตาเอาภาพพระตอนที่กำลังเรียกร้องความเป็นธรรมกับตำรวจ กรณีไม่ยอมจับกุมมุสลิมที่เข้ามาทำร้ายผู้ชุมนุม มาพูดทำนองว่าเป็นภาพขณะประท้วงอาหารฮาลาล เข้าข่ายบิดเบือนใส่ร้ายอีกแล้วนะครับ
ตอนประท้วงเขาประท้วงกันอย่างสงบ ถ้าไม่มีพวกมุสลิมมาทำร้าย จลาจลก็ไม่เกิด





ตอนประท้วงเขาประท้วงกันอย่างสงบ ถ้าไม่มีพวกมุสลิมมาทำร้าย จลาจลก็ไม่เกิด





▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ศาสนาพุทธ
ศาสนาอิสลาม
เหตุผลที่พระศรีลังกาต่อต้านระบบอาหารฮาลาล ความจริงที่มุสลิมไม่บอกคุณ
คำเตือน : คลิปวีดีโอมีภาพการเชือดคอสัตว์ และภาพความทรมานก่อนสัตว์จะเสียชีวิต
การเชือดสัตว์เพื่อเป็นอาหารในยุคปัจจุบัน จะใช้ไฟฟ้าทำให้สัตว์หมดสติ จากนั้นจึงนำสัตว์เข้าสู่กระบวนการผลิต ส่วนการเชือดแบบฮาลาล มุสลิมยังคงใช้วิธีการแบบเดียวกับเมื่อ 1400 ปีก่อน สัตว์จะถูกเชือดที่คอเพื่อตัดหลอดอาหารและเส้นเลือดใหญ่ เพื่อให้เลือดไหลออกจากร่างและตายอย่างช้าๆทำให้สัตว์ต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเวลานานจนกว่าจะตาย
มุสลิมนั้นต่อต้านการใช้ไฟฟ้าช๊อตสัตว์ให้สลบ โดยอ้างว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ และสัตว์อาจจะตายก่อนทำให้ผิดขั้นตอน
ของการเชือดแบบฮาลาล นอกจากนี้ยังมีความเชื่อผิดๆว่าสัตว์ที่ถูกเชือดคอตามกรรมวิธีฮาลาล จะไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมาน
นักวิทยาศาสตร์ในยุโรปได้ใช้เวลา 4 ปี ศึกษาเรื่องนี้และพบว่า กรรมวิธีสมัยใหม่นั้นถูกต้องและการ เชื่อดแบบอิสลามนั้น
ทำให้สัตว์ต้องทนทุกข์ทรมานโดยไม่จำเป็น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เอกสารทางวิทยาศาสตร์ ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ท่านสามารถอ่านได้ที่นี่
http://issuu.com/florencebergeaud-blackler/docs/veterinary-concerns?viewMode=magazine
ชาวพุทธในศรีลังกาโดยส่วนใหญ่เป็นผู้รักสงบ และมีจิตใจที่โอบอ้อมอารี แต่เขารังเกียจวิธีการเชือดสัตว์แบบฮาลาล วิธีการเชือดสัตว์ที่ล้าสมัยในศรรตวัตที่ 7 นี้ดูเหมือนจะเป็นการทรมาณสัตว์ โดยไม่จำเป็น สำหรับศรีลังกาในศรรตวัตที่ 21 แต่มุมสลิมก็ยังยึดติดว่าวิธีการนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาต่อสัตว์
ภาพต่อต้านอาหารฮาลาลของชาวศรีลังกา
มุสลิมมักจะบอกว่า อาหารฮาลาลเป็นอาหารที่ชาวพุทธและชาวคริสต์ก็ทานได้
แต่เมื่อคุณจ่ายเงินซื้อเนื้อฮาลาล หรือเข้าไปนั่งกินอาหารในร้านฟาสฟู้ดที่ใช้เนื้อจากโรงงานฮาลาล
คุณก็มีส่วนร่วมในการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่รู้ตัว ระบบอาหารฮาลาลจึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศศรีลังกา
2. การรับรองฮาลาลทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทบคนทั้งประเทศ
ศรีลังกานั้นมีชาวพุทธสิงหลอยู่ประมาณ 3/4 ของประเทศ ส่วนประชากรมุสลิมมีอยู่เพียง 10% ส่วนใหญ่เป็นชาวทมิฬ แต่กลับมีสินค้าที่ได้รับการรับรองฮาลาลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การที่โรงงานหรือร้านอาหาร จะได้ตราฮาลาลมาติด จะต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตตามกระบวนการฮาลาล ขอขึ้นทะเบียนกับองค์กรอิสลามเจ้าของสัญลักษณ์ และมีกระบวนการตรวจสอบและจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้สัญลักษณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าที่คนทั้งประเทศต้องจ่าย ทั้งที่เป็นการผลิตส่วนเกิน ที่คน 90% ของประเทศไม่ต้องการ นอกจากนี้ การออกตราฮาลาล ขององค์กรธุรกิจอิสลามในศรีลังกา ยังทำไปโดยไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายอีกด้วย พวกเขาเป็นองค์กรธุรกิจที่ออกแบบตราฮาลาลมาใช้กับสินค้าของตัวเองเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจอื่นๆที่ต้องการนำตราสัญลักษณ์ของเขาไปใช้
ภาพต่อต้านอาหารฮาลาลของชาวศรีลังกา
การประท้วงของพระภิกษุและประชาชนชาวศรีลังกา
ในปี 2013 พระภิกษุชาวศรีลังกาได้เริ่มแคมเปญต่อต้านระบบอาหารฮาลาล โดยใช้แนวทางสันติ กลุ่มของเขาเดินขบวนรณรงค์ไปตามสถานที่ต่างๆโดยปราศจากอาวุธ มีการผลิตเสื้อยืดที่มีสัญลักษณ์ต่อต้านอาหารฮาลาล สวดมนต์ แผ่เมตตา ตั้งเวทีปราศรัย เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ความรู้กับประชาชน ไม่ต่างจากการประท้วงโดยสันติในประเทศอื่นๆ แต่ความเคลื่อนไหวเหล่านี้กลับถูกถ่ายทอดออกมาด้วยถ้อยคำที่รุนแรงเกินจริง เช่น คลั่งศาสนา หัวรุนแรง