:: Manchester United เสริมตรงไหนถึงตอบโจทย์? ADM ค่าตัวระยับจะยกระดับทีมได้มั้ย? ::

"ถ้ามา"

คงต้องรีบออกตัวไว้ก่อน เพราะความเงิบ ไม่เคยปราณีใคร สำหรับดีลสะท้านโอลแทร็ฟฟอร์ด Angel Di Maria ด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษ 60 ล้านปอนด์ อ้างอิงตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์อันเชื่อถือได้ (เหรอ)

คิดเล่นๆ ว่าค่าตัว ริโอ เฟอร์ดินานด์ + เวนย์ รูนี่ย์ เท่านั้นเอ๊ง จิ๊บๆ

ปัญหาของ แมนฯยูไนเต็ด ตอนนี้ดูจะมีหลายที่หลายจุด (พูดแล้วก็งงว่าป๋าแกพายูไนเต็ดมาได้ขนาดนี้ได้ไงวะที่ผ่านมา ฮือๆ)

ถึงหลายๆ อาจจะปรามาสนักเตะกลุ่มวัตถุโบราณอย่าง สโคลส์, กิ๊กซ์, เฟอร์ดินานด์, วีดิช และ เอวร่า แต่เอาจริงๆ แล้ว ภายใน 2-3 ฤดูกาลมานี่ เสีย 5 ตำนานนี้ไป ถามว่ามีผลกระทบต่อทีมมั้ย... ผมว่า มีนะ

และมันยิ่งตอกย้ำว่ากลุ่มนักเตะเหล่านี้ยิ่งใหญ่และสำคัญกับสโมสรแค่ไหน ก็ตอนที่เราต้อง "ซื้อ" คนใหม่เข้ามานี่แหละ เพราะเอาจริงๆ คิดจะซื้อนักเตะระดับ 5 คนนั้นในช่วงท็อปๆ อายุ 20 ต้นๆ - กลางๆ คิดว่าค่าตัวเท่าไหร่ เหลียวซ้ายแลขวา ถ้าหาได้ที่ต่ำกว่า 40-50 ล้านสมัยนี้ คงต้องแจกบ้านพร้อมที่ดินให้ทีม scout กันเลยทีเดียว T_T


ตลกดี ถ้าจะบอกว่าแม้แต่ระบบเซ็นเตอร์ 3 คนยังไม่เหนียวเท่า ริโอ-วีดิช ในช่วงเกรียงไกร

คือ quality มาก่อน quantity สินะ

แต่ก็นั่นแหละ สิ่งเดียวที่อาจจะทำให้ทีมสามารถกลับมาเล่นระบบแผงหลัง 4 คนได้อีกครั้ง (ถ้า RVG ไม่เลิฟระบบปัจจุบันมั่กมากจริงๆ) ก็คงมีแต่การได้เซ็นเตอร์ระดับ แม็ต ฮุมเมลส์ เข้ามาเท่านั้นเอง (แล้วได้มั้ย?) เพราะอย่างที่เห็น แม้แต่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ 3 คนที่คุณภาพปัจจุบันก็ยังกล้าๆ รั่วให้เราๆ ทั่นได้ใจสั่นกันเล่นๆ


เหลียวมองมาที่ "บ่อ"

มิดฟิล์ดตรงกลาง นับตั้งแต่การจับคู่ของ "ลูกพี่" คีโน่ กับ "เจ้าชาย" หัวขิง สโคลส์ซี่ ก็ดูเหมือนยูไนเต็ดจะมีปัญหากับตรงนี้มาตลอด จริงๆ น่าจะพูดได้ว่าเราเริ่มพูดกันตั้งแต่ต้นๆ ยุค 2000s กันแล้วล่ะ เพียงแต่เสียงซาๆ ไปหลังจากทีมได้ ไมเคิ่ล คาริค กับ โอเว่น ฮากรีฟส์ มาซึ่งแม้จะโคตรคนละคาแรคเตอร์กับพี่คีนขาโหดแต่ก็ช่วยทีมได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ในแบบสไตล์ตัวเอง

ฝรั่งบางคนวิจารย์ไว้ว่า อันเดอร์ เอเรเร่า อาจเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนของ คาริค เพียงแต่บางคนอาจจะเริ่มเฉยๆ ไปจนถึงเซ็งๆ กับหนุ่มหน้าเด็กคนนี้ ด้วยเพราะคาดหวังกว่าจะได้ New Xavi มาร่วมทีม (ซึ่งบ้าไปแล้น)

คาริค หรือ เฟล็ทเชอร์ ไม่ใช่มิดฟิลด์ที่เพอร์เฟ็ค และยังด้อยกว่าพวก เจอร์ราด หรือ แลมพาร์ด

พวกนี้มีสิ่งที่เค้าถนัด อย่าง คาริค ก็ชอบมา support เพื่อนร่วมทีม ขยับมาช่วยให้ทุกๆ คนใกล้ตัวหันมาแล้วพบว่า เฮ้ย ไปไม่ได้ว่ะ ส่งให้เชี่ยนี่แหละ คอยประคองเกม คอย maintain possession ถึงแม้คนจะจ้องจะดูแต่ looooooooooooooooooong passes หรือ killer passes แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งปกติทีมไหนที่เจอกับยูไนเต็ดก็ยากจะเปิดพื้นที่กว้างๆ ให้พวกชอบจ่ายบอลอย่าง คาริค ได้วางบอลกันง่ายๆ

เพราะฉะนั้นก็อย่าไปว่าเทพเคาะสั้น หรือคืนหลัง ให้แกเล้ย แกมีประโยชน์ของแกนะ

แต่แน่นอน อย่างบอก แกไม่ dynamic คือไม่รอบด้าน physical ไม่แน่น ไม่มีวิ่งตะลุย ตัดเกมส์ไม่เก่ง บู๊ไม่ไหว ทะลวงไม่ได้ ยิงไกลงั้นๆ อะไรเทือกนี้ ซึ่งพวกเทพๆ บางคนมันดันทำได้หมดเลยนะสิขรั่บ

หลายๆ เทพถึงได้ยกย่อง สโคลส์ เพราะตอนเฮียแกยังเทพ แกก็แบบนั้น ชอบตัดเกมส์สะสมใบเหลือง ขึ้นไปยิงประตูอย่างกับกองหน้า โหม่งก็ได้ ยิงไกลก็ได้ อาจจะเลี้ยงไม่พริ้วแต่ "เหลี่ยม" ดี (สังเกตพวกมิดฟิลด์สเปนิชจะเหลี่ยมบอลดีมาก ตัวเล็กแต่ไม่เสียเปรียบ)


...นั่นล่ะครับ หันมาดู เคลฟเวอร์ลีย์ เอย อันแดร์สัน เอย ก็พาลเศร้าใจ

เฟล็ทเชอร์ เคยมีจุดเด่นที่อาจทำให้นึกถึง ปาร์ค จีซุง เล็กๆ ตรงที่ขยัน คือ เป็นกองกลางที่น่าจะเข้าบอลเยอะที่สุดแล้ว (ในตอนที่ฟอร์มยังดีๆ) ของยูไนเต็ดในยุคหลังๆ นอกนั้นไม่มีอะไร ไม่เร็ว ไม่พริ้ว คือมี 2 อย่าง ขยันไล่บอลตัดบอล และ Cross บอลดีจัดว่าเข้าขั้นใช้ได้ (รู้สึกช่วงแรกๆ น้องแกเล่น มิดฟิลด์ริมเส้นฝั่งขวาด้วยหนิ?)


พวกนี้ ถ้าไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีจริงๆ ของตัวเอง ก็.. แทบจะเหมาะสมกับทีมกลางๆ ตารางไปเลย T_T

ยิ่งถ้าดูมาตรฐานพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน เผลอๆ จะยังอยู่ยากนะ (ฮาาาาาา... ทั้งน้ำตา)



สรุป! หลังอ่อน กลางยวบ!

เย้ย แล้วป๋า RVG แกไปซื้อ ADM มาทำไม?


“We were dominant in possession and created glimmers of chances, but never really carved them open like we would have liked”

อันนี้น้องเหวอ ฟิล โจนส์ เค้าให้สัมภาษณ์หลังเกมมา

"เราครองบอลได้เยอะ แต่สร้างโอกาสได้ไม่มาก เราไม่สามารถทะลวงพวกเค้า (ซันเดอร์แลนด์) ได้อย่างที่ต้องการ"


ก่อนหน้านี้ เป็นที่มองกันว่า ยูไนเต็ด มีกองหน้าที่ดีนะ แต่ไม่สามารถสร้างโอกาสให้พี่บิ้นกับรูนได้ จึงได้จัดมิดฟิลด์ประเภทความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ ประกวดเรียงความได้ที่ 1 (ไม่ใช่ละ) มาเดินเหยียบทีนกันเล่นๆ 2 คน ทั้ง คากาวะ และ มาตา

แต่กลายเป็นว่า ปีก ที่กลายเป็นง่อยของยูไนเต็ด ทำให้เพลย์เมคเกอร์ทั้งหลายแทบจะกลายเป็นแค่เคลฟเวอร์ลี่ย์ที่เลี้ยงบอลดีขึ้น คือได้แต่จ่ายบอลแปะไปแปะมาเอาตัวรอด แต่ไม่มีช่องให้ "จัดของ" สักเท่าไหร่


ดังคำที่ RVG แกว่าไว้...

“At this moment, we have five No9s and four No10s and don’t have wingers to give us attacking width”

อันนี้รู้สึกแกจะบอกไว้ช่วงปรีซีซั่น ไอเบอร์ 9 ห้าคนนี่ใครบ้างนะเนี่ย บิ้น, รูน, เวลเบ็ค, ชิชา แล้วใครอีกฟระ???

ส่วนเบอร์ 10 ห้าคนนี่ น่าะมี คากาวะ, มาตา, รูนี่ย์ แล้ว...? ใครอีกคนฟระ

เอาเป็นว่า! ประเด็นคือ ป๋าแกบอกว่าเราขาดแคลน "ตัว รุก ริม เส้น" (ซึ่งหลังจากนั้นแกยังอุตส่าห์คอมเม้นท์ว่า ดิมาเรีย คือ ปีกระดับ "Highest Level" เหยดดดดด ออกตัวล้อฟรีเลย)


พูดก็คือ!

เป็นที่คาดการณ์ว่า การกระชากนักเตะอาเจนไตน์รายที่ 5 ในประวัติศาสตร์แมนฯยูไนเต็ด (ต่อจาก เวรอน, ไฮน์เซ่, เตเบซ และ โรโฮ) เข้ามานี้ก็เพื่อ "เอาชนะ" เพื่อ "เจาะ" เพื่อ "ทะลวง" แผงหลังฝ่ายตรงข้าม เพราะช่วงที่ผ่านมาความหวังอันริบหรี่ในการเอาชนะแผงหลังฝ่ายตรงข้ามที่เคยฝากไว้กับ อ.ยัง, นานี่, และ อันโต ก็ดูจะจางหายไปพร้อมๆ กับ 2-3 แต้มในหลายๆ เกม

การ (ถ้า) ได้ ADM มันจะแบ่งเบาภาระของทั้ง 1. No. 9 และ 2. No. 10 นัยว่าให้กองหลังมันไปกลัวคนอื่นบ้าง ให้ปีกแมนฯยูไนเต็ดกลับมาน่ากลัวบ้างเห๊อะ คือ ยูไนเต็ดจะเล่นกับพื้นที่กว้าง กับ width ของสนามได้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ไม่ใช่แค่จ่ายบอลไปแปะไว้เฉยๆ แล้วจ่ายกลับเข้ามา ยิ้มส์!

แต่ก็นั่นแหละ นี่เรามองถึงในมุมมองของเกมรุกเพียวๆ เลย


ส่วนเกมรับ การเอาชนะคู่แข่ง การตัดเกม ครองบอล maintain & recycle possession ซึ่งเป็นปัญหาสะสมตั้งแต่คู่เซ็นเตอร์มาจนถึงคู่มิดฟิลด์ ก็คงต้องดูต่อไปว่ายังไง...

ส่วนหนึ่ง RVG แกเคยให้สัมภาษณ์ไว้อีกว่า...

“It is not usual that we have four injuries in midfield”

คือ "มันไม่ปกติน๊ะ ที่เรามีมิดฟิลด์เจ็บพร้อมๆ กันตั้ง 4 คนแหนะ" โดยนัยก็คือว่า กุไม่อยากซื้อ รอตัวเจ็บกลับมาครบๆ ก่อนได้ป่ะวะ

(ซึ่งหลังจากท่อนนี้ แกก็ร่ายถึงเหตุผลว่าทำไมส่ง ยานาไซจ์ ลงไปเล่นตรงกลางช่วงครึ่งกับแมวดำ แกว่าแกอยากได้ "creation" พร้อมสำทับว่ากะทีมชาติเบลเยี่ยมหนูยานาไซจ์ก็เคยเล่นตรงกลางน๊ะ ประมาณนี้)



โดยรวมแล้ว ส่วนตัว ระบบ 5-2-1-2 วิงแบ็คในปัจจุบัน น่าจะช่วยบรรเทาจุดอ่อนในเกมรับไปได้ ถ้าทำกันดีๆ แผงเซ็นเตอร์ 3 คนมันน่าจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ เพราะหากจะหวังให้เซ็นเตอร์ระดับ แม็ต ฮุมเมลส์ ย้ายมาชั่วข้ามคืนก็คง.. นะ อย่าให้พูดเลย ช้ำ

และถ้ากำแพงดินน้ำมัน 3 คนของเราแกร่งจริง ก็น่าจะพอบรรเทาฝายกั้นน้ำ Central Midfielders 2 คนก๊องแก๊งของเราไปได้ แต่ก็ไม่แน่ครับ ถ้าไม่รู้อีท่าไหน RVG แกทำให้พวก CM ทั้งหลายไม่ว่า คาริค, เฟล็ช, แอน, เคลฟ, เอเรร่า เกิดเล่นดีขึ้นมาได้ (เหรอ...) ก็คงพอเอาตัวรอดเกาะ Top 4 ไปได้ครับ (โถ นี่เรามานั่งพูดกันถึงหวัง top 4 แล้วเหรอ 2 ปีที่แล้วยังพูดถึงแชมป์อยู่เล้ยยยยยย)


นั่นล่ะครับ คือสาเหตุ ว่าทำไม "Arturo Vidal" ถึงได้ขึ้นชื่อเหมือนเป็นแพชูชีพสำหรับ ยูไนเต็ด ในห้วงเวลานี้เสียเหลือเกิน

ใครไม่เคยเห็นฟอร์มหมอนี่ ไปหาดูมาซะครับ (แล้วมาบอกผมด้วย)


ก็คือว่า ซื้อ ADM 60 ล้าน แล้วซื้อ AV (ห๊ะ?) อีกพอๆ กัน สโมสรเราก็ทำลายสถิติกระเป๋าฉีกไปโดยปริยายฮะ ฮือออออออออ...




ถึงทุกวันนี้ ตำแหน่งเดียวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่ค่อยขี้เหร่กว่าสโมสรอื่นมาก ก็คงเป็น กองหน้า นั่นล่ะครับ แต่ถ้ายังแก้ปัญหาทีมไม่ได้ ไม่ช้าไม่นานก็คงหดตามชื่อเสียงของตำแหน่งอื่นๆ ไปโดยปริยาย ฮือออออออออออออ

และอาจส่ง Luis Van Gaal ไปเป็นเพื่อนพี่หะมอยส์ก็เป็นได้




ระบบใหม่ (ถ้า) ได้ ADM มา ท่านคิดว่าจะเป็นไงครับ? ระบบเดิม? หรือเปลี่ยน? เป็นท่าไหน??

Angel Di Maria ไม่ใช่วิงแบ็คโดยธรรมชาติ

และภาพเดียวที่มีอยู่ คือ Manchester United ในระบบใหม่ ไม่ใช่ 442 หรือ 451 ที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยใช้ แต่เป็น

4-3-3 คือ RVP ยืนเป้า รูนี่ย์ ถ่างออกไปสนับสนุนทางฝั่งซ้าย และ ADM ทางกราบขวา

มาตา/คากาวะ ลอยขึ้นนิดนึงเล่นหนือ CM คอยสนับสนุนไตรเทพข้างบน และมี เอเรร่า, คาริค, เฟลช, เคลฟ คอยทำอะไรก็ได้ที่ทำได้อยู่ตรงกลางอีกที


แต่.... ปัญหาอย่างเดียว คือมันกลับมาที่ว่า ด้วยคุณภาพกองหลังที่มีในปัจจุบัน RVG จะกล้าๆ กลับมาเล่นแผงหลัง 4 คนเหรอคั๊บ!!! แค่คิดก็สยองแล้วนา T_T

และเมื่อบวกกับการมี ลุค ชอว์ และ มากอส โรโฮ ที่เป็นริมเส้นกึ่งรับจอมบุก ทำให้ยืนยัน RVG ไม่น่าทิ้ง 5-2-1-2 ไปแน่ๆ

ว่าแล้วย้อนกลับไปอ่านคำสัมภาษณ์ของบอสด้านบน การมาของ ADM ไม่ใช่การเล่นตรงกลาง เพื่อตำแหน่ง No.10 แน่นอน แต่เป็นการเพิ่ม "Width Attacking" ก็คงแปลได้ว่า ADM จะมาเล่นริมเส้นแน่ๆ และอาจต้องปรับบทบาทไปเป็นวิงแบ็ค (ยังไงฟระ)

นี่คือเบื้องต้น ระบบปัจจุบัน แค่เปลี่ยนอียังออก ให้ น้องนางฟ้า (Angel) ลงไปแทน (แต่สลับฝั่ง?)


และบางที ถ้าทีมได้ Vidal หรือมิดฟิลด์ตรงกลางที่ไว้ใจได้สักคน เช่น Strootman (ที่ว่ากันว่าเป็นเป้าช่วงมกราฯ) ก็อาจกล้าๆ กลับมาเล่น 4-4-2 หรือ 4-3-3 ก็เป็นได้ เช่นเดียวกัน ที่ถ้าได้ Center Back ที่ไว้ใจได้สักคน ก็จะเอื้อให้เล่นระบบนี้เหมือนกัน



เอ้า ก็มโนกันต่อไปนะครับพวกเรา แค่นี้แหละ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่