อหังการเจ้าพ่อ
ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ ดุจดั่งหมอกหม่นสีเทาอันบางเบาที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนที่ควันสีเทานั้นจะค่อยๆ ถูกกลืนหายไป พร้อมกับควันบุหรี่อีกหนึ่งชุดตามสมทบมาอีกในไม่ช้า แสงไฟสีแดงสว่างวาบขึ้น จากปลายของมวนกระดาษซึ่งภายในอัดแน่นเต็มไปด้วยเส้นยาสูบ ในกระดาษที่ถูกม้วนรูปทรงกระบอกสีขาว ไฟสุกสว่างสีแดงค่อย ๆ กลืนกินเนื้อที่ของมวนกระดาษนั้นอย่างช้า ๆ หลังจากนั้นชายหนุ่มกระรัตรูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวจึง โยนเจ้ากระดาษมวนนั้นลงพื้น ก่อนใช้ปลายของรองเท้าผ้าใบขยี้เจ้ากระดาษมวนนั้น ราวกับจะทำให้มันกลืนหายลงไปกับพื้น
ชายคนนั้นยังยืนอยู่อย่างสงบนิ่งท่ามกลางความเงียบสงัดบนขอบฟุตบาท เขายืนอยู่ตรงนั้น ด้วยท่าทีราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคนอยู่ ทว่าบนถนนเส้นนี้กลับไม่ค่อยมีใครกล้าใช้สัญจรมากนัก ด้วยความที่ว่ามันเป็นพื้นที่เปลี่ยวและห่างไกล จากชุมชนโดยรอบของบริเวณ ความเงียบสงัดยังคงคอยอยู่เป็นเพื่อนเขา ชายหนุ่มยกแขนซ้ายขึ้นมาเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาโรแล็กซ์สีบรอนส์เงินเรือนงาม
23.00 นาฬิกาพอดิบพอดี
แสงไฟสว่างสีเหลืองนวลค่อย ๆ ขยายวงกว้างจากจุดเล็ก ๆ แล้วจึงขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์คำรามที่ดังมาแต่ไกล จากนั้นรถจักรยานยนต์จึงเคลื่อนที่เข้ามาจากจุดหนึ่ง ก่อนที่ในอีกไม่ช้าจะเข้ามาถึงตัวเขาในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีร่างของผู้ชายอีกคนที่สวมหมวกกันน็อคที่กำลังนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซต์ของตนใกล้เข้ามาจนเห็นได้ชัดเจนขึ้น ชายเจ้าของรถมอเตอร์ไซต์สวมเสื้อแจ็คเก็ตคลุมสีดำ หยุดจอดรถอยู่ตรงหน้า ทั้งคู่สบสายตามองกันและกัน ด้วยท่าทีที่คุ้นเคย
หากแต่ความคุ้นเคยนั้นยังแฝงไว้ด้วยการวางท่าทีต่อกันและกัน และท่าทีที่ซ่อนเร้นไว้ด้วยความระมัดระแวงไม่ไว้ใจกัน มันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราต่อให้คุ้นเคยกันเพียงไร ก็ย่อมมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องปกปิดซ่อนไว้อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ประหนึ่งมันคือสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดของมนุษย์บนโลกใบนี้ บางทีการที่เราไว้ใจใครมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเราได้ และยิ่งกว่านั้นถ้าหากเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิต การเปิดเผยข้อมูลบางอย่างอาจทำให้เราตกอยู่ในสภาวะของความอันตราย
“ แทน..แกคงเตรียมตัวมาพร้อมแล้วสินะ” ชายเจ้าของรถมอเตอร์ไซต์ เอ่ยถามขึ้นก่อนจะหันหน้ามามองทางคู่สนทนา ที่ดูท่าจะอ่อนวัยกว่าสักเล็กน้อย ทั้งคู่สบสายตามองหน้ากันและกัน ไฟสว่างสีเหลืองนวลจากหลอดไฟของรถมอเตอร์ไซต์ สว่างพอที่จะทำให้คนทั้งคู่มองเห็นหน้ากันและกันได้อย่างชัดเจน
“ ฉันหวังว่าคนมีฝีมือแบบแก คงจะจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ยาก” เขาจ้องมองคู่สนทนาก่อนยื่นกระเป๋าสะพายข้างให้กับคู่สนทนา
แทน…คือชื่อของชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า ใบหน้าอันเรียบเฉยของเขาซ่อนไว้ซึ่งดวงตาที่เด็ดเดี่ยว และทระนง ชายหนุ่มรับกระเป๋าสะพายมา ด้านในของกระเป๋าใบนั้นมีสิ่งที่เขาคุ้นเคยอยู่ สิ่งที่ใครหลายคนมักเรียกมันว่า ‘ปืน’ แทน คือมือปืนรับจ้าง อาชีพของแทนไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการทำหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามที่ผู้ว่าจ้างคาดหวัง รูปภาพของเหยื่อหรือเป้าหมายจะถูกส่งมาในรูปแบบของซองเอกสารสีน้ำตาลไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ส่ง ในนั้นมีเพียงรูปภาพอยู่ไม่กี่รูป แต่ก็เป็นเพียงภาพถ่ายหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนเป้าหมายสำหรับงานของเขา งานง่าย ๆ แต่ความเป็นความตาย เทียบเท่าชีวิต
“ก็หวังว่ามันคงจะเป็นอย่างนั้น” ชายหนุ่มตอบคู่สนทนาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ก่อนจะคาดกระเป๋าสะพายข้างไว้ที่ไหล่ด้านขวา และหยิบภาพถ่ายของเป้าหมายขึ้นมาดูอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เขาไม่ชอบนักกับคำว่า ’ผิดพลาด’ ความผิดพลาดคือหายนะต่อชีวิตเขา มันคือความเป็นความตายที่เขาเองต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่อาจเปลี่ยนสถานะของเขาจากผู้ล่า กลายเป็นผู้ถูกล่าทันทีเมื่อเหยื่อไหวตัวทัน และเป็นหน้าที่จำเป็นเมื่อเกิดความผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นต้องไม่บอกเบาะแสของผู้จ้างวานให้ใครรู้เด็ดขาด ทางที่ดีควรทำตัวให้เงียบที่สุดหรือหนีไปยังแหล่งกบดานไกล ๆ สักพักจนกว่าเรื่องจะเงียบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากี่เดือน กี่ปี หรือจะอีกหลายปีก็ตาม
เขาไม่รู้จัก ‘เป้า’ หรือเป้าหมายเป็นการส่วนตัว แต่ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนมีอิทธิพลหรือเลวร้ายอย่างไร ก็ไม่มีความเกี่ยวพันใด ๆ กับเขาทั้งสิ้น และเขาไม่ได้ต้องการฆ่าใครเพียงเพราะแค่ความเกลียดชังส่วนตัวแต่อย่างใดต่อตัวผู้เคราะห์ร้าย เป็นเพียงแค่หน้าที่ของมือปืนรับจ้างอย่างเขาที่จำเป็นต้องทำ หน้าที่ที่แลกมาด้วยเศษเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชีวิตของคน ๆ นึงที่ต้องสูญเสียไป งานที่ต่อลมหายใจให้กับมือปืนรับจ้างอย่างเขาได้พอประทังชีวิตไปวัน ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว จุดจบสุดท้ายของเรื่องราวชีวิตจะลงเอยเช่นไร มันก็คงเป็นเพียงสภาวการณ์บีบคั้นที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับอาชีพ มือปืนรับจ้างอย่างเขา
“ คราวนี้เป็นพวกมีสี ได้ข่าวว่ามันไปขัดขาพวกนักการเมืองเข้าเลยโดนสั่งเก็บ เห็นแต่ก่อนมันเคยเป็นตำรวจแต่ถูกสั่งให้พ้นจากราชการข้อหาพัวพันยาเสพติด คุมบ่อน คุมซ่อง พ่วงด้วยคดีอีกสารพัดถ้าจะให้เล่าถึงความเลวคงบรรยายได้ไม่หมด” เขายังจำได้ถึงประวัติคร่าว ๆ ของเป้าหมาย จากคำบอกเล่าของผู้รับงานจ้างวานฆ่า เป้าหมายส่วนใหญ่ของเขามักเป็นพวกที่เกี่ยวข้องกับ คนมีสี นักการเมือง หรือเจ้าพ่อพวกมีอิทธิพล ที่ขัดผลประโยชน์กันเองและหาทางลงเอยกันไม่ได้ จึงอาศัยปืนเป็นหนทางจบชีวิตของศัตรู
“ ท่าทางจะร้ายไม่เบา ” ชายหนุ่มนึกขัน เมื่อมองดูรูปถ่ายของชายรูปร่างอ้วนท้วม ที่ดูภายนอกแทบจะไม่มีพิษสงอะไร แตกต่างจากคำบอกเล่าที่ถูกเล่ามา
สายลมเย็นพัดผ่านปะทะกับผิวหยาบกร้านของชายหนุ่ม ก่อนที่คนทั้งคู่พร้อมด้วยรถมอเตอร์ไซต์จะหายไปกับความมืดมิดในยามราตรี หลงเหลือไว้เพียงเศษก้นบุหรี่ที่นอนกองติดอยู่กับพื้นถนน
อันนี้เป็นลิ้งค์ของนิยายที่ผมเขียนลงไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://my.dek-d.com/ketbadinboom/writer/view.php?id=1201306
ช่วยวิจารณ์นิยายให้หน่อยครับ
ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ ดุจดั่งหมอกหม่นสีเทาอันบางเบาที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนที่ควันสีเทานั้นจะค่อยๆ ถูกกลืนหายไป พร้อมกับควันบุหรี่อีกหนึ่งชุดตามสมทบมาอีกในไม่ช้า แสงไฟสีแดงสว่างวาบขึ้น จากปลายของมวนกระดาษซึ่งภายในอัดแน่นเต็มไปด้วยเส้นยาสูบ ในกระดาษที่ถูกม้วนรูปทรงกระบอกสีขาว ไฟสุกสว่างสีแดงค่อย ๆ กลืนกินเนื้อที่ของมวนกระดาษนั้นอย่างช้า ๆ หลังจากนั้นชายหนุ่มกระรัตรูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวจึง โยนเจ้ากระดาษมวนนั้นลงพื้น ก่อนใช้ปลายของรองเท้าผ้าใบขยี้เจ้ากระดาษมวนนั้น ราวกับจะทำให้มันกลืนหายลงไปกับพื้น
ชายคนนั้นยังยืนอยู่อย่างสงบนิ่งท่ามกลางความเงียบสงัดบนขอบฟุตบาท เขายืนอยู่ตรงนั้น ด้วยท่าทีราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคนอยู่ ทว่าบนถนนเส้นนี้กลับไม่ค่อยมีใครกล้าใช้สัญจรมากนัก ด้วยความที่ว่ามันเป็นพื้นที่เปลี่ยวและห่างไกล จากชุมชนโดยรอบของบริเวณ ความเงียบสงัดยังคงคอยอยู่เป็นเพื่อนเขา ชายหนุ่มยกแขนซ้ายขึ้นมาเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาโรแล็กซ์สีบรอนส์เงินเรือนงาม
23.00 นาฬิกาพอดิบพอดี
แสงไฟสว่างสีเหลืองนวลค่อย ๆ ขยายวงกว้างจากจุดเล็ก ๆ แล้วจึงขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์คำรามที่ดังมาแต่ไกล จากนั้นรถจักรยานยนต์จึงเคลื่อนที่เข้ามาจากจุดหนึ่ง ก่อนที่ในอีกไม่ช้าจะเข้ามาถึงตัวเขาในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีร่างของผู้ชายอีกคนที่สวมหมวกกันน็อคที่กำลังนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซต์ของตนใกล้เข้ามาจนเห็นได้ชัดเจนขึ้น ชายเจ้าของรถมอเตอร์ไซต์สวมเสื้อแจ็คเก็ตคลุมสีดำ หยุดจอดรถอยู่ตรงหน้า ทั้งคู่สบสายตามองกันและกัน ด้วยท่าทีที่คุ้นเคย
หากแต่ความคุ้นเคยนั้นยังแฝงไว้ด้วยการวางท่าทีต่อกันและกัน และท่าทีที่ซ่อนเร้นไว้ด้วยความระมัดระแวงไม่ไว้ใจกัน มันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราต่อให้คุ้นเคยกันเพียงไร ก็ย่อมมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องปกปิดซ่อนไว้อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ประหนึ่งมันคือสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดของมนุษย์บนโลกใบนี้ บางทีการที่เราไว้ใจใครมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเราได้ และยิ่งกว่านั้นถ้าหากเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิต การเปิดเผยข้อมูลบางอย่างอาจทำให้เราตกอยู่ในสภาวะของความอันตราย
“ แทน..แกคงเตรียมตัวมาพร้อมแล้วสินะ” ชายเจ้าของรถมอเตอร์ไซต์ เอ่ยถามขึ้นก่อนจะหันหน้ามามองทางคู่สนทนา ที่ดูท่าจะอ่อนวัยกว่าสักเล็กน้อย ทั้งคู่สบสายตามองหน้ากันและกัน ไฟสว่างสีเหลืองนวลจากหลอดไฟของรถมอเตอร์ไซต์ สว่างพอที่จะทำให้คนทั้งคู่มองเห็นหน้ากันและกันได้อย่างชัดเจน
“ ฉันหวังว่าคนมีฝีมือแบบแก คงจะจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ยาก” เขาจ้องมองคู่สนทนาก่อนยื่นกระเป๋าสะพายข้างให้กับคู่สนทนา
แทน…คือชื่อของชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า ใบหน้าอันเรียบเฉยของเขาซ่อนไว้ซึ่งดวงตาที่เด็ดเดี่ยว และทระนง ชายหนุ่มรับกระเป๋าสะพายมา ด้านในของกระเป๋าใบนั้นมีสิ่งที่เขาคุ้นเคยอยู่ สิ่งที่ใครหลายคนมักเรียกมันว่า ‘ปืน’ แทน คือมือปืนรับจ้าง อาชีพของแทนไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการทำหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามที่ผู้ว่าจ้างคาดหวัง รูปภาพของเหยื่อหรือเป้าหมายจะถูกส่งมาในรูปแบบของซองเอกสารสีน้ำตาลไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ส่ง ในนั้นมีเพียงรูปภาพอยู่ไม่กี่รูป แต่ก็เป็นเพียงภาพถ่ายหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนเป้าหมายสำหรับงานของเขา งานง่าย ๆ แต่ความเป็นความตาย เทียบเท่าชีวิต
“ก็หวังว่ามันคงจะเป็นอย่างนั้น” ชายหนุ่มตอบคู่สนทนาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ก่อนจะคาดกระเป๋าสะพายข้างไว้ที่ไหล่ด้านขวา และหยิบภาพถ่ายของเป้าหมายขึ้นมาดูอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เขาไม่ชอบนักกับคำว่า ’ผิดพลาด’ ความผิดพลาดคือหายนะต่อชีวิตเขา มันคือความเป็นความตายที่เขาเองต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่อาจเปลี่ยนสถานะของเขาจากผู้ล่า กลายเป็นผู้ถูกล่าทันทีเมื่อเหยื่อไหวตัวทัน และเป็นหน้าที่จำเป็นเมื่อเกิดความผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นต้องไม่บอกเบาะแสของผู้จ้างวานให้ใครรู้เด็ดขาด ทางที่ดีควรทำตัวให้เงียบที่สุดหรือหนีไปยังแหล่งกบดานไกล ๆ สักพักจนกว่าเรื่องจะเงียบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากี่เดือน กี่ปี หรือจะอีกหลายปีก็ตาม
เขาไม่รู้จัก ‘เป้า’ หรือเป้าหมายเป็นการส่วนตัว แต่ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนมีอิทธิพลหรือเลวร้ายอย่างไร ก็ไม่มีความเกี่ยวพันใด ๆ กับเขาทั้งสิ้น และเขาไม่ได้ต้องการฆ่าใครเพียงเพราะแค่ความเกลียดชังส่วนตัวแต่อย่างใดต่อตัวผู้เคราะห์ร้าย เป็นเพียงแค่หน้าที่ของมือปืนรับจ้างอย่างเขาที่จำเป็นต้องทำ หน้าที่ที่แลกมาด้วยเศษเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชีวิตของคน ๆ นึงที่ต้องสูญเสียไป งานที่ต่อลมหายใจให้กับมือปืนรับจ้างอย่างเขาได้พอประทังชีวิตไปวัน ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว จุดจบสุดท้ายของเรื่องราวชีวิตจะลงเอยเช่นไร มันก็คงเป็นเพียงสภาวการณ์บีบคั้นที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับอาชีพ มือปืนรับจ้างอย่างเขา
“ คราวนี้เป็นพวกมีสี ได้ข่าวว่ามันไปขัดขาพวกนักการเมืองเข้าเลยโดนสั่งเก็บ เห็นแต่ก่อนมันเคยเป็นตำรวจแต่ถูกสั่งให้พ้นจากราชการข้อหาพัวพันยาเสพติด คุมบ่อน คุมซ่อง พ่วงด้วยคดีอีกสารพัดถ้าจะให้เล่าถึงความเลวคงบรรยายได้ไม่หมด” เขายังจำได้ถึงประวัติคร่าว ๆ ของเป้าหมาย จากคำบอกเล่าของผู้รับงานจ้างวานฆ่า เป้าหมายส่วนใหญ่ของเขามักเป็นพวกที่เกี่ยวข้องกับ คนมีสี นักการเมือง หรือเจ้าพ่อพวกมีอิทธิพล ที่ขัดผลประโยชน์กันเองและหาทางลงเอยกันไม่ได้ จึงอาศัยปืนเป็นหนทางจบชีวิตของศัตรู
“ ท่าทางจะร้ายไม่เบา ” ชายหนุ่มนึกขัน เมื่อมองดูรูปถ่ายของชายรูปร่างอ้วนท้วม ที่ดูภายนอกแทบจะไม่มีพิษสงอะไร แตกต่างจากคำบอกเล่าที่ถูกเล่ามา
สายลมเย็นพัดผ่านปะทะกับผิวหยาบกร้านของชายหนุ่ม ก่อนที่คนทั้งคู่พร้อมด้วยรถมอเตอร์ไซต์จะหายไปกับความมืดมิดในยามราตรี หลงเหลือไว้เพียงเศษก้นบุหรี่ที่นอนกองติดอยู่กับพื้นถนน
อันนี้เป็นลิ้งค์ของนิยายที่ผมเขียนลงไว้ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้