เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นระยะๆ ตามเวลาเดิมๆที่มันเคยทำหน้าที่ แต่วันนี้มันไม่ได้มีผลต่อการลืมตาตื่นของผมแม้แต่น้อย ผมลืมตามองดูเพดานอยู่นานพอดูก่อนที่นาฬิกาเรือนเดิมจะทำหน้าที่ของมัน
ผมไม่รู้ว่าทำไมผมจึงนอนไม่หลับ และผมก็ไม่รุ้ว่าทำไมผมจึงไม่รู้ บางทีอาจมีคนบางคนบนฟ้าที่ตั้งใจกำหนดวันนี้ให้เป็นวันๆหนึ่งที่ "ว่างปล่าว" ที่สุดของผม
ผมลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ระเบียง อันเป็นที่สิงสถิตย์ของต้นกระบองเพชรต้นเล็กๆสามถึงสี่ต้น ผมให้อาหารเช้าพวกมันด้วยละอองน้ำประปา พลางนึกในใจว่า แค่นี้พวกมันก็คงพอใจแล้วสินะ แตกต่างจากมนุษย์เราโดยสิ้นเชิง ที่ยากเหลือเกินที่จะพบเจอกับจุดพอใจ อะไรกันนะ ที่ทำให้จิตใจมนุษย์นั้นยากจะเติมเต็ม
ไหนๆคนบนฟ้าก็กำหนดให้สมองผมว่างเปล่าแล้ว เห็นทีผมคงต้องเติมอะไรเข้ากระแสวิญญาณบ้าง ผมจึงออกเดินทางตามหาสิ่งเติมเต็มเหล่านั้น
สามชม.เศษๆ ให้หลัง ผมมายืนอยู่บนผืนทรายอันเวิ้งว้างว่างปล่าว ที่มองไปเบื้องหน้ามีแต่ผืนน้ำอันกว้างใหญ่หาปลายทางไม่ได้ เหมือนความคิดของคน ผมแอบนึกในใจ ว่าอีกปลายทางนึงนั้นจะเป็นอะไร หากผมสามารถว่ายน้ำไปที่เส้นขนานข้างหน้าได้ ผมอาจพบกับประเทศๆหนึ่ง ผมคิดไปเรื่อยเปื่อยจนถึงตอนที่ว่า ผมคงโดนจับที่ปลายทางหากว่ายน้ำไปเพราะไม่มีวีซ่าและพาสปอร์ต ผมส่ายหัวสองที เพื่อสลัดความฟุ้งซ่านออกไป พร้อมก้าวเดินลงเหยียบผืนน้ำเบื้องหน้า (ลิงค์ที่หนึ่ง)
ปลายเท้าของผมเปียกน้ำทะเลและมีทรายเปียกๆติดอยุ่เป็นหย่อมๆ ซึ่งหากเปรียบแล้ว มันก็คือจุดเริ่มต้นของผืนน้ำแห่งนี้ ผืนน้ำอันกว้างใหญ่หาปลายทางไม่เจอ ผมกำลังยืนอยุ่บนจุดเริ่มต้นของมัน ผมคิดในใจ หรือว่า นี่เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่ห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ของความคิดมนุษย์ ผมก้าวเดินต่อไปอีกสองสามก้าว จนคลื่นเริ่มสาดพัดสูงขึ้นถึงหัวเข่า
ผมเดินถอยหลังกลับ ผมกลัวเปียกไปมากกว่านี้... ในขณะที่ใจหนึ่งก็สงสัยว่า มันจะมีอะไรอยุ่เบี้องหน้า ความว่างเปล่ากลับมาอีกครั้ง
ผมตัดสินใจที่จะเดินหันหลังกลับ หันหลังให้ผืนน้ำ แล้วเดินกลับมายังระเบียงร้านอาหารแห่งหนึ่ง
(เตรียมเปิดลิงค์ที่สอง/สาม)
ผมนั่งบนเก้าอี้ที่สบายที่สุดตัวนึง มองไปข้างหน้ายังเส้นขนานอีกครั้ง พลางหยิบโน้ตบุ้คขึ้นเปิดเพลง If you want to ของวงอพาตเม้นต์คุณป้า เสียงกีตาร์และเม้าออกแกนเหงาๆ ปรับความรู้สึกของผมให้สงบนิ่งลงได้อย่างประหลาด ผมหยิบบุหรี่ขึ้นจุด อัดปื้ดแรกเข้าปอดอย่างเต็มแรงแล้วปลดปล่อยควันออกมาในอากาศจนหมดสิ้น ประดุงดังการทำเช่นนี้จะทำให้ความรู้สึก ว่างเปล่า ของผมหมดไป
ผมมองไปข้างหน้าอีกครั้งจับจ้องที่อีกปลายหนึ่งของเส้นทาง เมื่อเพลงจบลง คงเหลือแต่เสียงคลื่นที่กระทบฝั่งอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย ลมทะเลยังคงพัดมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นบุหรี่กับกลิ่นทะเลผสมกันลงตัวอย่างประหลาด ผมยิ้มกับตัวเอง กับภาพที่ได้เห็น กลิ่นที่ได้กลิ่น และเสียงที่ได้ยิน มันเป็นความรู้สึกที่สุขใจอย่างประหลาด...
หรือว่าความเวิ้งว้างข้างหน้า ไม่ได้มีไว้ให้เราค้นหา... ว่าอีกฝั่งคืออะไร ว่าใต้ผืนน้ำนั้นคืออะไร
แต่แท้ที่จริงแล้ว มันมีไว้ให้เราได้เสพ ได้สัมผัส และได้มีความสุขกับความไม่มีคำตอบของมัน หรือมันถูกสร้างให้เรายิ้มให้กับมันเฉยๆ เช่นเดียวกับความเวิ้งว้างของความคิดมนุษย์
หรือความว่างเปล่า อาจไม่ได้มีไว้ให้เราครุ่นคิด และหาคำตอบที่ยากจะหา เหมือนที่เราไม่รู้ว่าทำไมมันจึงว่างเปล่า และเหมือนที่ทำไมเราไม่รู้ว่าทำไมเราจึงไม่รู้ มันอาจมีไว้เพื่อแค่ให้มันมีอยู่ เหมือนความเวิ้งว้างว่างเปล่าของทะเล ที่มีไว้เพื่อให้เรามองมัน แล้วเสพมันในแบบที่มันเป็น
ผมจุดบุหรี่อีกมวน แล้ววางไว้ข้างๆเพียงเพื่อให้กลิ่นของมันทำเคมีกับกลิ่นทะเลอีกครั้ง ผมได้คำตอบกับตัวเอง ถึงความว่างปล่าวเบื้องหน้า มันถูกสร้างขึ้น เพื่อให้เป็น "ความว่างเปล่า" นั่นเอง
ผมยิ้มให้กับตัวเอง พลางกดเล่นเพลง If you want to อีกครั้ง...
**Instruction**: เพื่อความสมบูรณ์ของการเสพงานชิ้นนี้ เปิดสองลิงค์นี้เตรียมไว้ ปรับเสียงลิงค์แรกให้เบากว่าลิงค์ที่สองพอสมควร จากนั้นเล่นมันตามสิ่งที่เกิดขึ้นในบทความ ควรกดเล่นลิงค์แรกก่อน (ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเขียน) แล้วจิตนาการภาพ...
1) กดเมื่อถึงทะเล

2) กดเพิ่มเติมจากเสียงทะเลเพื่อรับบรรยากาศตามสิ่งที่เกิดขึ้นในบทความ

3) ลิงค์ที่สามใช้แทนลิงค์ที่สอง เพื่ออีกรสชาติของบรรยากาศ
ที่มาของบทความสั้นๆนี้คือ ความอยากไปทะเลของผมครับ ผมไม่ได้ไปเหยียบน้ำทะเลนานมากแล้ว ด้วยความที่อยู่ไกล ก็เลยทำให้นึกถึงบรรยากาศเบาๆ ที่แอบเหงาเป็นบางครั้งของชายทะเลครับ เลยพยายามสื่อสารความรู้สึกออกมาเป็นบทความพร้อมเสียงประกอบ เพิ่งลองโพสครั้งแรกครับ ยังไงก็ฝากทุกๆคนไว้ด้วยนะครับ หวังว่าบทความและเสียงประกอบจะทำให้ใครหลายๆคน คิดถึงทะเลเหมือนผมนะครับ ขอบคุณเพลงเพราะๆจากวงอพาร์ตเม้นคุณป้า และ พี่ๆ ดวงดาว เดียวดาย & r-bu ด้วยครับ ลองอ่านลองฟังกันดูนะครับ ^^
บทเรียนความว่างเปล่า (**ดู instruction ด้านล่างก่อนเสพ**)
ผมไม่รู้ว่าทำไมผมจึงนอนไม่หลับ และผมก็ไม่รุ้ว่าทำไมผมจึงไม่รู้ บางทีอาจมีคนบางคนบนฟ้าที่ตั้งใจกำหนดวันนี้ให้เป็นวันๆหนึ่งที่ "ว่างปล่าว" ที่สุดของผม
ผมลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ระเบียง อันเป็นที่สิงสถิตย์ของต้นกระบองเพชรต้นเล็กๆสามถึงสี่ต้น ผมให้อาหารเช้าพวกมันด้วยละอองน้ำประปา พลางนึกในใจว่า แค่นี้พวกมันก็คงพอใจแล้วสินะ แตกต่างจากมนุษย์เราโดยสิ้นเชิง ที่ยากเหลือเกินที่จะพบเจอกับจุดพอใจ อะไรกันนะ ที่ทำให้จิตใจมนุษย์นั้นยากจะเติมเต็ม
ไหนๆคนบนฟ้าก็กำหนดให้สมองผมว่างเปล่าแล้ว เห็นทีผมคงต้องเติมอะไรเข้ากระแสวิญญาณบ้าง ผมจึงออกเดินทางตามหาสิ่งเติมเต็มเหล่านั้น
สามชม.เศษๆ ให้หลัง ผมมายืนอยู่บนผืนทรายอันเวิ้งว้างว่างปล่าว ที่มองไปเบื้องหน้ามีแต่ผืนน้ำอันกว้างใหญ่หาปลายทางไม่ได้ เหมือนความคิดของคน ผมแอบนึกในใจ ว่าอีกปลายทางนึงนั้นจะเป็นอะไร หากผมสามารถว่ายน้ำไปที่เส้นขนานข้างหน้าได้ ผมอาจพบกับประเทศๆหนึ่ง ผมคิดไปเรื่อยเปื่อยจนถึงตอนที่ว่า ผมคงโดนจับที่ปลายทางหากว่ายน้ำไปเพราะไม่มีวีซ่าและพาสปอร์ต ผมส่ายหัวสองที เพื่อสลัดความฟุ้งซ่านออกไป พร้อมก้าวเดินลงเหยียบผืนน้ำเบื้องหน้า (ลิงค์ที่หนึ่ง)
ปลายเท้าของผมเปียกน้ำทะเลและมีทรายเปียกๆติดอยุ่เป็นหย่อมๆ ซึ่งหากเปรียบแล้ว มันก็คือจุดเริ่มต้นของผืนน้ำแห่งนี้ ผืนน้ำอันกว้างใหญ่หาปลายทางไม่เจอ ผมกำลังยืนอยุ่บนจุดเริ่มต้นของมัน ผมคิดในใจ หรือว่า นี่เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่ห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ของความคิดมนุษย์ ผมก้าวเดินต่อไปอีกสองสามก้าว จนคลื่นเริ่มสาดพัดสูงขึ้นถึงหัวเข่า
ผมเดินถอยหลังกลับ ผมกลัวเปียกไปมากกว่านี้... ในขณะที่ใจหนึ่งก็สงสัยว่า มันจะมีอะไรอยุ่เบี้องหน้า ความว่างเปล่ากลับมาอีกครั้ง
ผมตัดสินใจที่จะเดินหันหลังกลับ หันหลังให้ผืนน้ำ แล้วเดินกลับมายังระเบียงร้านอาหารแห่งหนึ่ง
(เตรียมเปิดลิงค์ที่สอง/สาม)
ผมนั่งบนเก้าอี้ที่สบายที่สุดตัวนึง มองไปข้างหน้ายังเส้นขนานอีกครั้ง พลางหยิบโน้ตบุ้คขึ้นเปิดเพลง If you want to ของวงอพาตเม้นต์คุณป้า เสียงกีตาร์และเม้าออกแกนเหงาๆ ปรับความรู้สึกของผมให้สงบนิ่งลงได้อย่างประหลาด ผมหยิบบุหรี่ขึ้นจุด อัดปื้ดแรกเข้าปอดอย่างเต็มแรงแล้วปลดปล่อยควันออกมาในอากาศจนหมดสิ้น ประดุงดังการทำเช่นนี้จะทำให้ความรู้สึก ว่างเปล่า ของผมหมดไป
ผมมองไปข้างหน้าอีกครั้งจับจ้องที่อีกปลายหนึ่งของเส้นทาง เมื่อเพลงจบลง คงเหลือแต่เสียงคลื่นที่กระทบฝั่งอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย ลมทะเลยังคงพัดมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นบุหรี่กับกลิ่นทะเลผสมกันลงตัวอย่างประหลาด ผมยิ้มกับตัวเอง กับภาพที่ได้เห็น กลิ่นที่ได้กลิ่น และเสียงที่ได้ยิน มันเป็นความรู้สึกที่สุขใจอย่างประหลาด...
หรือว่าความเวิ้งว้างข้างหน้า ไม่ได้มีไว้ให้เราค้นหา... ว่าอีกฝั่งคืออะไร ว่าใต้ผืนน้ำนั้นคืออะไร
แต่แท้ที่จริงแล้ว มันมีไว้ให้เราได้เสพ ได้สัมผัส และได้มีความสุขกับความไม่มีคำตอบของมัน หรือมันถูกสร้างให้เรายิ้มให้กับมันเฉยๆ เช่นเดียวกับความเวิ้งว้างของความคิดมนุษย์
หรือความว่างเปล่า อาจไม่ได้มีไว้ให้เราครุ่นคิด และหาคำตอบที่ยากจะหา เหมือนที่เราไม่รู้ว่าทำไมมันจึงว่างเปล่า และเหมือนที่ทำไมเราไม่รู้ว่าทำไมเราจึงไม่รู้ มันอาจมีไว้เพื่อแค่ให้มันมีอยู่ เหมือนความเวิ้งว้างว่างเปล่าของทะเล ที่มีไว้เพื่อให้เรามองมัน แล้วเสพมันในแบบที่มันเป็น
ผมจุดบุหรี่อีกมวน แล้ววางไว้ข้างๆเพียงเพื่อให้กลิ่นของมันทำเคมีกับกลิ่นทะเลอีกครั้ง ผมได้คำตอบกับตัวเอง ถึงความว่างปล่าวเบื้องหน้า มันถูกสร้างขึ้น เพื่อให้เป็น "ความว่างเปล่า" นั่นเอง
ผมยิ้มให้กับตัวเอง พลางกดเล่นเพลง If you want to อีกครั้ง...
**Instruction**: เพื่อความสมบูรณ์ของการเสพงานชิ้นนี้ เปิดสองลิงค์นี้เตรียมไว้ ปรับเสียงลิงค์แรกให้เบากว่าลิงค์ที่สองพอสมควร จากนั้นเล่นมันตามสิ่งที่เกิดขึ้นในบทความ ควรกดเล่นลิงค์แรกก่อน (ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเขียน) แล้วจิตนาการภาพ...
1) กดเมื่อถึงทะเล
2) กดเพิ่มเติมจากเสียงทะเลเพื่อรับบรรยากาศตามสิ่งที่เกิดขึ้นในบทความ
3) ลิงค์ที่สามใช้แทนลิงค์ที่สอง เพื่ออีกรสชาติของบรรยากาศ
ที่มาของบทความสั้นๆนี้คือ ความอยากไปทะเลของผมครับ ผมไม่ได้ไปเหยียบน้ำทะเลนานมากแล้ว ด้วยความที่อยู่ไกล ก็เลยทำให้นึกถึงบรรยากาศเบาๆ ที่แอบเหงาเป็นบางครั้งของชายทะเลครับ เลยพยายามสื่อสารความรู้สึกออกมาเป็นบทความพร้อมเสียงประกอบ เพิ่งลองโพสครั้งแรกครับ ยังไงก็ฝากทุกๆคนไว้ด้วยนะครับ หวังว่าบทความและเสียงประกอบจะทำให้ใครหลายๆคน คิดถึงทะเลเหมือนผมนะครับ ขอบคุณเพลงเพราะๆจากวงอพาร์ตเม้นคุณป้า และ พี่ๆ ดวงดาว เดียวดาย & r-bu ด้วยครับ ลองอ่านลองฟังกันดูนะครับ ^^