เรารู้จักกับพี่คนนึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร เราเจอกับพี่เขาตอนที่ไปช่วยงานวัดด้วยกัน ช่วงนั้นที่เราได้รู้จักเขาเพราะน้องชายเราไปบวชสามเณรภาคฤดูร้อนที่วัดแถวๆวัชรพล พระอาจารย์แกเห็นเรามาเฝ้าน้องบ่อยๆเลยเรียกใช้งานซะเลย กลายเป็นว่าได้มาช่วยงานวัดนี้บ่อยๆ ไม่ว่าจะงานค่ายงานวัดต่างๆ
อ่ะ .. เข้าเรื่องละกัน
คือเรื่องมีอยู่ว่า เรากับพี่เอ (นามสมมติ ปล.พี่เอเป็นผู้หญิง) มานอนอยู่วัดเนื่องจากช่วงนั้นที่วัดมีงานเด็กๆประถมมาเข้าค่ายคุณธรรมกัน เรากับพี่เขาก็เป็นลูกมือช่วยแม่ครัวทำกับข้าวเลี้ยงเด็กๆ เวลานั้นก็คุยปกติกันดี สนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะกันไป แล้วจะมีพี่ผู้ชายอีกคนนึงซึ่งทำงานอยู่วัดนี้เหมือนกัน สมมติว่าชื่อบีละกัน คือพี่บีเนี่ยเขาชอบเรา แล้วเราก็คุยกับเขามานานพอสมควร ซึ่งคนในวัดไม่มีใครรู้เลยว่าเรากับพี่บีคุยกันอยู่ ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนอัธยาศัยดี หยอกล้อได้กับทุกคน แล้วมีพี่ๆผู้ชายจากโรงเรียนใกล้ๆมาทำกิจกรรมที่วัด เขาก็แซวแล้วก็เล่นกับเรา ปรากฎว่าพี่บีเกิดอาการหึงหรืออะไรไม่รู้ เขาก็เรียกเราไปคุยแต่เราไม่แน่ใจ เราก็เลยไปปรึกษาพี่เอว่าเนี่ย คุยกับพี่บีอยู่นะ แล้วมันหึงหรืออะไรไม่รู้ มันเลยเรียกไปคุย เราจะทำยังไงดี พี่เอก็บอกมาว่าไม่ต้องไปหรอก ผญ อยู้กับ ผช สองต่อสองในสถานที่แบบนี้มันน่าเกลียด เราก็เออ ออ ไป สรุปว่าวันนั้นก็ไม่ได้ไปคุยกับพี่บี แล้วจากนั้นมามันก็ปกติมาเรื่อยๆจนช่วงใกล้เข้าพรรษา ที่วัดต้องจัดงานหล่อเทียน เราก็ต้องไปช่วย พอไปถึงที่วัดมีรุ่นน้องคนนึงมาถามว่าเนี่ย พี่บีบอกมันมาว่าเราคบกับพี่บีอยู่ แล้วก็มีอะไรกันกับพี่บีแล้วจริงรึเปล่า เราก็บอกไปว่า บ้าไปเอามาจากไหน มั่วแล้ว มันก็บอกว่าพี่บีบอกมาเองเลย เหตุการณ์ทำให้เราโมโหพี่บีมากถึงขั้นทะเลาะกันหนักมากในวัด จนพระอาจารย์แกต้องให้เรากลับบ้านมาก่อน หลังจากที่เราและพี่บีทะเลาะกันเราก็ไม่ได้ไปวัดอีก แล้วพี่บีเขาก็ส่งข้อความมาในเฟซบุ๊คว่าที่ทำลงไปเพราะว่าหึง เราก็บอกไปว่าเออก็ไม่ได้โกรธแล้ว แต่ให้กลับไปคุยกันแบบนั้นอีกมันเป็นไปไม่ได้แล้ว เขาก็เข้าใจ เรื่องนี้ก็เคลียร์จบไป
... แต่มันไม่ได้จบแค่นี้ พี่เอ ที่ตอนแรกให้คำปรึกษาเรา เกิดอาการณ์ที่ถ้าตามแถวๆบ้านนอกเรียกว่า "โดนของ" แล้วคนที่วัดคนใกล้ตัวของพี่เอไม่มีใครรู้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ส่วนตัวเราเราเป็นคนมีครูอยู่แล้ว เราเลยค่อนข้างเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่ ตอนช่วงที่เกิดอาการแรกๆพี่เอเขาก็คุยกับเราดีนะ ประมาณว่าเขารู้ว่าเราก็มีเหมือนกัน เราก็ตกใจว่าเขารู้ได้ยังไง เราก็เลยคุยกับเขาเรื่องนี้ไป เหมือนจะดีนะ แต่พออาการเขาเริ่มหนักทางบ้านเขาเลยพาเขาไปรักษาที่ต่างจังหวัด พี่เอหายไปพักนึง แล้วเขาก็ส่งข้อความเฟซบุ๊คมาหาเรา ประมาณว่าเราเป็นคนทำของใส่เขา !!! กรูทำอะไรรรรร ?? เราเลยตอบเขาไปว่าพี่เอเข้าใจผิดแล้ว พูดเรื่องอะไร ? เขาก็ตอบมาว่าไม่น่าไว้ใจคนผิดเลย แล้วเขาก็หายไปค่ะ หายไปสักพัก คาดว่าที่บ้านเขาน่าจะยึดโทรศัพท์หรือให้เขาขาดจากการติดต่อ (ช่วงที่เขาตอบเฟซกับเราเขาก็โทรกวนคนอื่นทั้งคืนเลยนะคะ จนพี่ที่ช่วยงานวัดด้วยกันถึงขั้นร้องโอยเลยทีเดียว) หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์เขาก็ส่งข้อความมาอีกเรื่องที่ส่งมาก็เรื่องเดิมๆนั่นแหละค่ะ หาว่าเราทำของใส่เขา เราเลยถามไปว่า พี่เอเป็นอะไร ฟังหนูก่อนสิ พี่ไม่ฟังแล้วหนูจะบอกพี่ได้เหรอ เขาตอบกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้เราขาดความนับถือเขาไปอีกเลยคือ "กรูไม่มีน้องแบบเมริง" คือเงิบไปเลย จากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย ในใจคือเราก็ไม่ได้คิดอคติอะไร คิดว่าเขาคงไม่สบายถึงมีอาการแบบนี้ เราไม่เคยถือสาเลย แต่ที่บอกว่าขาดความนับถือคือ มีคนมาบอกเราว่า ที่เขาเป็นแบบนี้เขาไม่ได้โดนของ แต่ที่เขาพาลใส่เราแค่คนเดียว ย้ำนะคะว่าเราคนเดียว เพราะพี่เอชอบพี่บีอยู่ แล้วดันรู้ว่าเราไปคุยกับพี่บี ทำให้พี่บีร้องไห้ เขาเลยพาลใส่เราแค่คนเดียว!!
คือถ้าชอบ ทำไมไม่บอกล่ะคะ ใช้วิธีนี้มันดูไม่เป็นผู้ใหญ่เลย ถ้าเขาพูดเราจะยอมเลิกคุยดีๆ แต่ทำแบบนี้พูดเลยค่ะว่าแย่มากๆ!!!! ทุกวันนี้ยังรู้สึกแย่กับการกระทำของเขาไม่หายเลยค่ะ
เป็นคุณถ้าเจอแบบนี้จะทำยังไง ?
ขอระบายหน่อยเหอะ !!! เป็นคุณจะทำยังไง?
อ่ะ .. เข้าเรื่องละกัน
คือเรื่องมีอยู่ว่า เรากับพี่เอ (นามสมมติ ปล.พี่เอเป็นผู้หญิง) มานอนอยู่วัดเนื่องจากช่วงนั้นที่วัดมีงานเด็กๆประถมมาเข้าค่ายคุณธรรมกัน เรากับพี่เขาก็เป็นลูกมือช่วยแม่ครัวทำกับข้าวเลี้ยงเด็กๆ เวลานั้นก็คุยปกติกันดี สนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะกันไป แล้วจะมีพี่ผู้ชายอีกคนนึงซึ่งทำงานอยู่วัดนี้เหมือนกัน สมมติว่าชื่อบีละกัน คือพี่บีเนี่ยเขาชอบเรา แล้วเราก็คุยกับเขามานานพอสมควร ซึ่งคนในวัดไม่มีใครรู้เลยว่าเรากับพี่บีคุยกันอยู่ ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนอัธยาศัยดี หยอกล้อได้กับทุกคน แล้วมีพี่ๆผู้ชายจากโรงเรียนใกล้ๆมาทำกิจกรรมที่วัด เขาก็แซวแล้วก็เล่นกับเรา ปรากฎว่าพี่บีเกิดอาการหึงหรืออะไรไม่รู้ เขาก็เรียกเราไปคุยแต่เราไม่แน่ใจ เราก็เลยไปปรึกษาพี่เอว่าเนี่ย คุยกับพี่บีอยู่นะ แล้วมันหึงหรืออะไรไม่รู้ มันเลยเรียกไปคุย เราจะทำยังไงดี พี่เอก็บอกมาว่าไม่ต้องไปหรอก ผญ อยู้กับ ผช สองต่อสองในสถานที่แบบนี้มันน่าเกลียด เราก็เออ ออ ไป สรุปว่าวันนั้นก็ไม่ได้ไปคุยกับพี่บี แล้วจากนั้นมามันก็ปกติมาเรื่อยๆจนช่วงใกล้เข้าพรรษา ที่วัดต้องจัดงานหล่อเทียน เราก็ต้องไปช่วย พอไปถึงที่วัดมีรุ่นน้องคนนึงมาถามว่าเนี่ย พี่บีบอกมันมาว่าเราคบกับพี่บีอยู่ แล้วก็มีอะไรกันกับพี่บีแล้วจริงรึเปล่า เราก็บอกไปว่า บ้าไปเอามาจากไหน มั่วแล้ว มันก็บอกว่าพี่บีบอกมาเองเลย เหตุการณ์ทำให้เราโมโหพี่บีมากถึงขั้นทะเลาะกันหนักมากในวัด จนพระอาจารย์แกต้องให้เรากลับบ้านมาก่อน หลังจากที่เราและพี่บีทะเลาะกันเราก็ไม่ได้ไปวัดอีก แล้วพี่บีเขาก็ส่งข้อความมาในเฟซบุ๊คว่าที่ทำลงไปเพราะว่าหึง เราก็บอกไปว่าเออก็ไม่ได้โกรธแล้ว แต่ให้กลับไปคุยกันแบบนั้นอีกมันเป็นไปไม่ได้แล้ว เขาก็เข้าใจ เรื่องนี้ก็เคลียร์จบไป
... แต่มันไม่ได้จบแค่นี้ พี่เอ ที่ตอนแรกให้คำปรึกษาเรา เกิดอาการณ์ที่ถ้าตามแถวๆบ้านนอกเรียกว่า "โดนของ" แล้วคนที่วัดคนใกล้ตัวของพี่เอไม่มีใครรู้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ส่วนตัวเราเราเป็นคนมีครูอยู่แล้ว เราเลยค่อนข้างเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่ ตอนช่วงที่เกิดอาการแรกๆพี่เอเขาก็คุยกับเราดีนะ ประมาณว่าเขารู้ว่าเราก็มีเหมือนกัน เราก็ตกใจว่าเขารู้ได้ยังไง เราก็เลยคุยกับเขาเรื่องนี้ไป เหมือนจะดีนะ แต่พออาการเขาเริ่มหนักทางบ้านเขาเลยพาเขาไปรักษาที่ต่างจังหวัด พี่เอหายไปพักนึง แล้วเขาก็ส่งข้อความเฟซบุ๊คมาหาเรา ประมาณว่าเราเป็นคนทำของใส่เขา !!! กรูทำอะไรรรรร ?? เราเลยตอบเขาไปว่าพี่เอเข้าใจผิดแล้ว พูดเรื่องอะไร ? เขาก็ตอบมาว่าไม่น่าไว้ใจคนผิดเลย แล้วเขาก็หายไปค่ะ หายไปสักพัก คาดว่าที่บ้านเขาน่าจะยึดโทรศัพท์หรือให้เขาขาดจากการติดต่อ (ช่วงที่เขาตอบเฟซกับเราเขาก็โทรกวนคนอื่นทั้งคืนเลยนะคะ จนพี่ที่ช่วยงานวัดด้วยกันถึงขั้นร้องโอยเลยทีเดียว) หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์เขาก็ส่งข้อความมาอีกเรื่องที่ส่งมาก็เรื่องเดิมๆนั่นแหละค่ะ หาว่าเราทำของใส่เขา เราเลยถามไปว่า พี่เอเป็นอะไร ฟังหนูก่อนสิ พี่ไม่ฟังแล้วหนูจะบอกพี่ได้เหรอ เขาตอบกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้เราขาดความนับถือเขาไปอีกเลยคือ "กรูไม่มีน้องแบบเมริง" คือเงิบไปเลย จากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย ในใจคือเราก็ไม่ได้คิดอคติอะไร คิดว่าเขาคงไม่สบายถึงมีอาการแบบนี้ เราไม่เคยถือสาเลย แต่ที่บอกว่าขาดความนับถือคือ มีคนมาบอกเราว่า ที่เขาเป็นแบบนี้เขาไม่ได้โดนของ แต่ที่เขาพาลใส่เราแค่คนเดียว ย้ำนะคะว่าเราคนเดียว เพราะพี่เอชอบพี่บีอยู่ แล้วดันรู้ว่าเราไปคุยกับพี่บี ทำให้พี่บีร้องไห้ เขาเลยพาลใส่เราแค่คนเดียว!!
คือถ้าชอบ ทำไมไม่บอกล่ะคะ ใช้วิธีนี้มันดูไม่เป็นผู้ใหญ่เลย ถ้าเขาพูดเราจะยอมเลิกคุยดีๆ แต่ทำแบบนี้พูดเลยค่ะว่าแย่มากๆ!!!! ทุกวันนี้ยังรู้สึกแย่กับการกระทำของเขาไม่หายเลยค่ะ
เป็นคุณถ้าเจอแบบนี้จะทำยังไง ?