แทกจตุจักรเพราะเกี่ยวกับหมา แทกชานเรือนเพราะเป็นปัญหาครบครัวค่ะ
(เราไม่ค่อยได้ตั้งกระทู้ ปกติอ่านอย่างเดียวค่ะ ถ้าแทกผิดยังไงขออภัยด้วยนะคะ)
คือไม่ได้จะเอาไปปล่อยวัดนะคะ แค่อยากหาคนรับไปเลี้ยง เพราะตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ปัญหามันเกิดขึ้นเรื่อยๆ เรื้อรังจนเครียดสะสมไปทั้งบ้านแล้วค่ะ
จริงๆก็ไม่ใช่ความผิดของหมาหรอก แต่เป็นเพราะคนรักหมาต่างหาก รักแบบผิดๆ รักแบบทิฐิ จนผิดใจกับคนในบ้านประจำ
เราเองก็พยายามแล้วนะ พยายามบอกเขาว่าที่เป็นปัญหามันคืออะไร เหม็น ถ่ายเรี่ยราด เห่าเสียงดัง ทำให้แมวกลัว(พยายามแบ่งว่าชั้นสองของแมวชั้นล่างของหมา แต่สุดท้ายเขาก็เอาขึ้นมานอนบนห้อง แมวก็กระเจิงกันไป) กัดแทะเครื่องเรือน แถมยังมีเห็บมีหมัดอีก คืออยากให้เขาแก้ไขจะได้ไม่ผิดใจกับคนในบ้าน แกก็เหมือนรับฟังนะคะ จับอาบน้ำ อาบเองทั้งสองตัว เหม็นอับไปทั้งบ้าน(ชิสุผสมค่ะ ขนยาว แล้วเวลาเขาอาบไม่เช็ดหน้าไม่เป่าแห้ง) เห็บหมัดก็ไม่หาย บอกให้เอาไปหยดยาก็บอกว่าหยดแล้วแต่มีเห็บหมัดเพราะให้ออกไปข้างนอก
ก็กลายเป็นว่าจะเลี้ยงระบบปิด แต่มันเป็นระบบปิดที่คนเลี้ยงไม่ใส่ใจเลยค่ะ ทั้งเหม็นทั้งสกปรก ปีแรกๆเห็บหมัดเดินกันยั้วเยี้ยไปหมด (พื้นสีขาวมันเห็นชัดค่ะ เรานี่แทบจะประสาทกิน คือเราเกลียดและกลัวเห็บเอามากๆเลย) จนช่วงหลังเขาเอายาคลุกข้าวให้กินมั้งคะเลยไม่มี ที่บ้านก็พอจะหายเครียดกันบ้าง คือบ้านเรามีเค้าคนเดียวที่อยู่บ้านทั้งวันค่ะ คนอื่นกว่าจะกลับก็ดึก หรือไม่กลับเลย พอกลับมาเจอบ้านสวยๆในสภาพเละเทะมันก็ขุ่นใจกันไป(บทจะให้ทำความสะอาด กลับบ้านมาสามสี่ทุ่มคงมีคนอยากทำหรอกค่ะ แม่บ้านก็มาอาทิตย์ละครั้ง) นานเข้าก็เครียดสะสม สุดท้ายกลายเป็นผิดใจกันกลายเป็นเรื่องใหญ่โต
พยายามพูดกันหลายครั้งแล้วนะคะ สุดท้ายก็ไม่เข้าใจกัน กลายเป็นทะเลาะกันบานปลายใหญ่โต หมาสองตัวก็นิสัยเสีย ฉี่ไปทั่วทั้งๆที่ทำหมันแล้ว กัดเครื่องเรือนไม่เหลือดีเลยค่ะ แถมยังฉี่ใส่อีก (ใครตีไม่ได้พอรู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแถมโกรธชนิดไม่มีให้อภัยด้วยค่ะ) พยายามแก้กันแล้วสุดท้ายก็เหลว ผิดใจกันเพราะเรื่องหมาประจำ เรื่องฉี่ เรื่องกัดแทะ เรื่องเหม็น เรื่องซักผ้าหมา จนหลังๆลามไปกลายเป็นว่าเขา(เจ้าของหมา)ประชดใส่เลยค่ะ ไม่ชอบอะไรฉันจะทำอย่างนั้น คนอื่นทำงานก็เครียดแล้วกลับมาบ้านก็เครียดอีก คือเราว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่ไหวกันแน่ๆค่ะ จะแก้ที่คนก็ไม่ไหวแล้ว คงไม่ฟัง ไม่ทำตาม ประชดกันเหมือนเดิม ยิ่งเครียดมากๆเหตุผลอะไรก็ไม่มี
เราก็เลยคิดว่าถ้าเอาหมาออกไปได้คงจะดีขึ้น หาคนที่พร้อมรับไปเลี้ยง ทำเป็นว่าหมาหายตอนปล่อยไปทำธุระ อะไรแบบนั้น ถึงจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่ก็คิดว่าถ้าไม่มีหมาอย่างน้อยมันก็ตัดปัญหาเรื่องสกปรก รำคาญไปได้ส่วนหนึ่ง ประเด็นอื่นๆที่เขาประชดได้เพราะใช้หมามันก็จะหายไปด้วย เจ้าของหมาเองก็คงไม่หาตัวใหม่มาเป็นภาระอีก มันก็น่าจะดีขึ้นไหมคะ? เราก็ไม่รู้ว่าเรายุ่งไม่เข้าเรื่องหรือเปล่า เพราะเราเองก็รีบปลีกตัวออกมาตั้งแต่ปีหนึ่ง (คือไปอยู่ช่วงมอบตัวค่ะ อยู่ได้สองอาทิตย์ไม่ไหวจริงๆ ทั้งแพ้ทั้งเครียด ก็ออกมาอยู่หอตั้งแต่นั้น) แต่กลับไปทีไรก็เห็นแต่สภาพเดิมๆ เห็นท่าทีสีหน้าที่เปลี่ยนไปของคนในบ้าน คือเรารู้นะคะว่าเครียดมาก เผลอๆจะซึมเศร้ากันเสียด้วยซ้ำ เพราะมันเครียดเรื้องรังเป็นปีๆ
แต่หมาก็หมาเขาไม่ใช่ของเรา จริงๆมันไม่ใช่ธุระเราที่จะไปยุ่ง แต่เราก็ทนเห็นสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน อีกอย่างเราว่าหมาสองตัวน่าจะมีความสุขกว่านี้ถ้าได้ไปอยู่กับคนที่รักและใส่ใจมันจริงๆ ถึงมันจะกระโดดจูบปากเจ้าของทุกครั้งที่ทำได้ แต่มันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเพราะส่วนใหญ่เจ้าของหมกตัวอยู่บนห้อง (อันนี้เรายังกลัวว่าเขาจะเป็นโรคซึมเศร้าจะเอาไปหาหมอก็ไม่ได้ แค่พูดคงโดนด่าเช็ด) คนอื่นในบ้านก็ไม่เล่นด้วย (จะมีก็เจ้าของบ้านแหละค่ะที่ซื้อขนมมาให้มันกินบ่อยๆ แต่หลังๆเครียดจนไม่สนแล้วมั้ง)
ยิ่งพิมพ์ยิ่งเยอะ ขอโทษด้วยนะคะที่พิมพ์เสียยาวเลย ว่ากันตรงๆ ยังไงก็อยากหาบ้านใหม่ให้หมาค่ะ ไม่รู้ว่าผิดไหมที่คิดแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธไหมถ้ารู้ว่าเราเอาหมาเขาไป แต่ไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ
หรือใครพอจะมีวิธีแก้ปัญหาวิธีอื่นไหมคะ? ถ้ามีช่วยบอกด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ผิดไหมคะที่อยากเอาหมาของป้าออกไปจากบ้าน?
(เราไม่ค่อยได้ตั้งกระทู้ ปกติอ่านอย่างเดียวค่ะ ถ้าแทกผิดยังไงขออภัยด้วยนะคะ)
คือไม่ได้จะเอาไปปล่อยวัดนะคะ แค่อยากหาคนรับไปเลี้ยง เพราะตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ปัญหามันเกิดขึ้นเรื่อยๆ เรื้อรังจนเครียดสะสมไปทั้งบ้านแล้วค่ะ
จริงๆก็ไม่ใช่ความผิดของหมาหรอก แต่เป็นเพราะคนรักหมาต่างหาก รักแบบผิดๆ รักแบบทิฐิ จนผิดใจกับคนในบ้านประจำ
เราเองก็พยายามแล้วนะ พยายามบอกเขาว่าที่เป็นปัญหามันคืออะไร เหม็น ถ่ายเรี่ยราด เห่าเสียงดัง ทำให้แมวกลัว(พยายามแบ่งว่าชั้นสองของแมวชั้นล่างของหมา แต่สุดท้ายเขาก็เอาขึ้นมานอนบนห้อง แมวก็กระเจิงกันไป) กัดแทะเครื่องเรือน แถมยังมีเห็บมีหมัดอีก คืออยากให้เขาแก้ไขจะได้ไม่ผิดใจกับคนในบ้าน แกก็เหมือนรับฟังนะคะ จับอาบน้ำ อาบเองทั้งสองตัว เหม็นอับไปทั้งบ้าน(ชิสุผสมค่ะ ขนยาว แล้วเวลาเขาอาบไม่เช็ดหน้าไม่เป่าแห้ง) เห็บหมัดก็ไม่หาย บอกให้เอาไปหยดยาก็บอกว่าหยดแล้วแต่มีเห็บหมัดเพราะให้ออกไปข้างนอก
ก็กลายเป็นว่าจะเลี้ยงระบบปิด แต่มันเป็นระบบปิดที่คนเลี้ยงไม่ใส่ใจเลยค่ะ ทั้งเหม็นทั้งสกปรก ปีแรกๆเห็บหมัดเดินกันยั้วเยี้ยไปหมด (พื้นสีขาวมันเห็นชัดค่ะ เรานี่แทบจะประสาทกิน คือเราเกลียดและกลัวเห็บเอามากๆเลย) จนช่วงหลังเขาเอายาคลุกข้าวให้กินมั้งคะเลยไม่มี ที่บ้านก็พอจะหายเครียดกันบ้าง คือบ้านเรามีเค้าคนเดียวที่อยู่บ้านทั้งวันค่ะ คนอื่นกว่าจะกลับก็ดึก หรือไม่กลับเลย พอกลับมาเจอบ้านสวยๆในสภาพเละเทะมันก็ขุ่นใจกันไป(บทจะให้ทำความสะอาด กลับบ้านมาสามสี่ทุ่มคงมีคนอยากทำหรอกค่ะ แม่บ้านก็มาอาทิตย์ละครั้ง) นานเข้าก็เครียดสะสม สุดท้ายกลายเป็นผิดใจกันกลายเป็นเรื่องใหญ่โต
พยายามพูดกันหลายครั้งแล้วนะคะ สุดท้ายก็ไม่เข้าใจกัน กลายเป็นทะเลาะกันบานปลายใหญ่โต หมาสองตัวก็นิสัยเสีย ฉี่ไปทั่วทั้งๆที่ทำหมันแล้ว กัดเครื่องเรือนไม่เหลือดีเลยค่ะ แถมยังฉี่ใส่อีก (ใครตีไม่ได้พอรู้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแถมโกรธชนิดไม่มีให้อภัยด้วยค่ะ) พยายามแก้กันแล้วสุดท้ายก็เหลว ผิดใจกันเพราะเรื่องหมาประจำ เรื่องฉี่ เรื่องกัดแทะ เรื่องเหม็น เรื่องซักผ้าหมา จนหลังๆลามไปกลายเป็นว่าเขา(เจ้าของหมา)ประชดใส่เลยค่ะ ไม่ชอบอะไรฉันจะทำอย่างนั้น คนอื่นทำงานก็เครียดแล้วกลับมาบ้านก็เครียดอีก คือเราว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่ไหวกันแน่ๆค่ะ จะแก้ที่คนก็ไม่ไหวแล้ว คงไม่ฟัง ไม่ทำตาม ประชดกันเหมือนเดิม ยิ่งเครียดมากๆเหตุผลอะไรก็ไม่มี
เราก็เลยคิดว่าถ้าเอาหมาออกไปได้คงจะดีขึ้น หาคนที่พร้อมรับไปเลี้ยง ทำเป็นว่าหมาหายตอนปล่อยไปทำธุระ อะไรแบบนั้น ถึงจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่ก็คิดว่าถ้าไม่มีหมาอย่างน้อยมันก็ตัดปัญหาเรื่องสกปรก รำคาญไปได้ส่วนหนึ่ง ประเด็นอื่นๆที่เขาประชดได้เพราะใช้หมามันก็จะหายไปด้วย เจ้าของหมาเองก็คงไม่หาตัวใหม่มาเป็นภาระอีก มันก็น่าจะดีขึ้นไหมคะ? เราก็ไม่รู้ว่าเรายุ่งไม่เข้าเรื่องหรือเปล่า เพราะเราเองก็รีบปลีกตัวออกมาตั้งแต่ปีหนึ่ง (คือไปอยู่ช่วงมอบตัวค่ะ อยู่ได้สองอาทิตย์ไม่ไหวจริงๆ ทั้งแพ้ทั้งเครียด ก็ออกมาอยู่หอตั้งแต่นั้น) แต่กลับไปทีไรก็เห็นแต่สภาพเดิมๆ เห็นท่าทีสีหน้าที่เปลี่ยนไปของคนในบ้าน คือเรารู้นะคะว่าเครียดมาก เผลอๆจะซึมเศร้ากันเสียด้วยซ้ำ เพราะมันเครียดเรื้องรังเป็นปีๆ
แต่หมาก็หมาเขาไม่ใช่ของเรา จริงๆมันไม่ใช่ธุระเราที่จะไปยุ่ง แต่เราก็ทนเห็นสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน อีกอย่างเราว่าหมาสองตัวน่าจะมีความสุขกว่านี้ถ้าได้ไปอยู่กับคนที่รักและใส่ใจมันจริงๆ ถึงมันจะกระโดดจูบปากเจ้าของทุกครั้งที่ทำได้ แต่มันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเพราะส่วนใหญ่เจ้าของหมกตัวอยู่บนห้อง (อันนี้เรายังกลัวว่าเขาจะเป็นโรคซึมเศร้าจะเอาไปหาหมอก็ไม่ได้ แค่พูดคงโดนด่าเช็ด) คนอื่นในบ้านก็ไม่เล่นด้วย (จะมีก็เจ้าของบ้านแหละค่ะที่ซื้อขนมมาให้มันกินบ่อยๆ แต่หลังๆเครียดจนไม่สนแล้วมั้ง)
ยิ่งพิมพ์ยิ่งเยอะ ขอโทษด้วยนะคะที่พิมพ์เสียยาวเลย ว่ากันตรงๆ ยังไงก็อยากหาบ้านใหม่ให้หมาค่ะ ไม่รู้ว่าผิดไหมที่คิดแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธไหมถ้ารู้ว่าเราเอาหมาเขาไป แต่ไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ
หรือใครพอจะมีวิธีแก้ปัญหาวิธีอื่นไหมคะ? ถ้ามีช่วยบอกด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ