ปิดสำนวนคดี-- รากบุญ 2 --ละครที่สอนให้บาลานซ์ ความรัก ความจริง

ในขณะที่รากบุญ 1 นำพาให้เราได้รู้จักกับรากแท้ของการทำความดีว่าคือการทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่เช่นนั้นแล้วการทำความดีก็ไม่ต่างจากการสะสมกิเลสที่มีแต่จะพอกพูนเพิ่มขึ้นจนแยกไม่ได้ว่ากำลังทำความดีหรือสนองความอยาก (กิเลส) กันแน่

มาถึงรากบุญ 2 รอยรักแรงมาร เส้นเรื่อง ในความเห็นส่วนตัว เน้นให้เราได้รู้จักการบาลานซ์ ความรัก ความจริง

ความรัก รักอย่างไรคือรักแบบมีสติ ถ้ามากไปก็เกิดเป็นหลง หลงจนกลายเป็นโลภอยากยึดถือครอบครอง แล้วก่อความเกลียดคียดแค้นถ้าไม่ได้รักตอบ

ความจริง แน่นอน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่บ่อยครั้งความจริงทำให้ “ตาย”  ถ้าคนรู้จักยอมรับความจริงสักนิด หรือรู้จักยั้งคิดสักนิดก่อนบอกความจริงในเวลาที่เหมาะสม เรื่องราวคอขาดบาดตายคงไม่เกิดขึ้น

ตัวอย่าง คนที่รักมากไป ก็คือ พิมอร ที่รักพ่อ เผลอๆรักตัวเองด้วยซ้ำ มากเกินไป จนลืมถูกผิด หลงไหลสามีคนอื่นจนเกือบผิดศีลธรรม หรือเพียงเพราะเคียดแค้นเกลียดชังจนถึงกับสั่งกสิณไปฆ่าทั้งสิทธิพรและเมียเก็บท่านบุญช่วย

ตัวอย่าง คนที่ต้องรู้จักรับกับความจริง ก็อย่างเช่น ปลา ถ้ารู้จักยอมรับในตัวตนของตัวเอง ยอมรับว่าค่าของคนไม่ได้ขึ้นกับหน้าตาเพียงอย่างเดียว ก็คงไม่ต้องหลอกเพื่อนด้วยโพรไฟล์เฟสปลอม ส่วนเพื่อนก็ไม่มีความจำเป็นที่จะไปตอกย้ำความจริงในเรื่องหน้าตานี้ ด้วยความคึกคะนอง โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่ตามมา จนเกิดโศกนาฎกรรม



ตัวอย่าง ความรักความจริงที่มาผิดที่ผิดเวลา เช่น ในกรณีของวัฒน์และพ่อ ความจริงที่พ่อเองก็รู้สึกภูมิใจในตัวลูกแต่ปิดบังไว้เพราะกลัวลูกเหลิงแถมไม่แสดงความรักกับลูกอีกตอนที่ยังมีชีวิตกันอยู่ มันน่าเสียดายยิ่งนัก หรือแม้แต่วัฒน์เองก็กลัวที่จะต้องเปิดเผยเรื่องที่เป็นเกย์ จนพ่อต้องค้นพบความจริงนั้นเองทีหลัง เลยกลายเป็นความเศร้าของทั้งสองฝ่าย

ในขณะเดียวกัน เส้นเรื่องแกนหลักของละครก็นำเสนอแบบอย่าง ความรักแบบมีสติ ซึ่งก็คือความรักของสามีภรรยา ต้นกับเจ แม้แต่เส้นผมติดมากับไหล่เสื้อสามีก็ไม่ได้เอามาใส่ใจ เมื่อคนเราเลือกและรู้จักคนๆหนึ่งดี สิ่งที่ให้ได้ก็คือความเชื่อใจ และความเชื่อใจแบบมีสติมันจะส่งผลให้คนถูกเชื่อใจรับรู้ แม้จะไม่ได้ทำผิด แต่แค่คิดก็ยังรู้สึกผิดแล้ว ทำนองเดียวกันกับเส้นเรื่องการยอมรับความจริง ความจริงที่ทุกคนต้องตาย คนที่รับความจริงได้และปล่อยวางก็จะไม่ทุกข์อย่างเจติยากับแม่

นอกจากนี้ ละครยังสะท้อนแง่คิดในสังคมผ่านคดีต่างๆ ซึ่งรวบรวมเป็นกลุ่มๆ ได้ตามนี้



คดีข้างต้นปิดสำนวนคดีไปเกือบหมดแล้ว ยกเว้นสองคดีสุดท้ายที่คงต้องเก็บเข้ากรุ  x-files เพราะหาคนทำผิดไม่ได้เนื่องจากเกิดจากผลงานของปีศาจกสิณ ส่วนตัวชอบข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในการเลี้ยงดูลูก

ท้ายนี้จะบอกว่า รากบุญ 2 รอยรักแรงมาร เป็นละครที่รักและภูมิใจที่ได้ดู
รู้สึกชื่นชมและขอบคุณ ตั้งแต่ ผู้ประพันธ์ ผู้จัด ผู้ถ่ายทอดเรื่องราว รวมไปถึงผู้สนับสนุนอย่างช่อง 3 ที่ทำละครดีๆอย่างนี้
หวังว่าจะได้เห็นภาคต่อนะคะ ใครที่ว่าพล็อตเรื่องจะตัน เราว่ามันยังพัฒนาไปยังไม่ถึงจุดสูงสุด (ultimatum) ด้วยซ้ำ

สังเกตหนังหลายภาค มันจะเริ่มจาก personal conflict สุดท้ายมันจะขยายวงกว้างเป็น epic ของเรื่องที่เป็นการต่อสู้ของมวลหมู่มาก เช่น Harry Potter ตอนแรกจะเป็นแค่การต่อสู้กันระหว่าง แฮรี่กับดาร์กลอร์ด จากนั้นก็พัฒนาเรื่อยๆจนภาคสุดท้ายคือการต่อสู้ที่รวมพลของ ฝ่ายธรรมมะ คือ ฝ่าย Order of the Pheonix (Hogwarts) กับ ฝ่ายอธรรม คือ ฝ่าย death eaters ฉนั้น รากบุญก็ยังสามารถพัฒนาพล็อตได้อยู่ เพราะตอนนี้ยังจำกัดการต่อสู้อยู่ที่เจติยากับพลังกิเลส ยังไม่ได้ขยายวงไปถึงคนจำนวนมากเลย

เชื่อว่า ทีมงานเก่งๆของรากบุญต้องสามารถงัดเอาความแปลกใหม่มาเสนอได้แน่นอน
เพราะแม้แต่ไก่กาแบบ จขกท เอง ยังมโนภาค 3 ตั้งแต่ละครยังไม่ออน http://pantip.com/topic/32265654
จนละครจบไปแล้ว ได้ถึงสองเวอร์ชั่นที่แตกต่าง http://pantip.com/topic/32446958

บอกความจริง สร้างต่อเถอะ รอดูนะคะ อยากเห็น เจน้อย มาช่วยแม่บ้าง

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  รากบุญ ละครโทรทัศน์ BEC (ช่อง 3)
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่