กระทู้นี้อาจไม่ได้เล่ารายละเอียดของงานนะคะ เพราะในรายงานสด ในคลิป ก็มีอยู่แล้ว แต่จะเล่าในมุมของความรู้สึกซะมากกว่าค่ะ
นานๆ ที จะมีเรื่องมาเล่า เพราะเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ปรี๊ดก็ยังคงเป็นเมียเก็บอยู่เหมือนเดิม ไม่ค่อยมีโอกาสออกงานเท่าไหร่
แล้วโอกาสก็มาถึงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรี๊ดเห็นตารางงานของป๋า เป็นงานที่ตรงกับวันหยุด งานไม่ไกลมาก ไม่ดึก ซึ่งปรี๊ดสามารถเดินทางไปกลับได้
แต่วันหยุดที่ว่าเป็นวันหยุดวันแม่ ที่หนึ่งปีมีครั้งเดียว และวันหยุดนี้หลายคนได้หยุดต่อเนื่องหลายวัน แต่ปรี๊ดได้หยุดแค่วันเว้นวัน ลูกกตัญญูอย่างปรี๊ด ควรอยู่ทำหน้าที่ลูกที่ดี กลับไปหาแม่ที่บ้าน .... แต่ ก็อยากไปหาผู้ชายนะคะแม่ เอาไงดี ???? ต้องเลือกระหว่างแม่กับผู้ชายเหรอเนี่ย
แต่ วันแม่แม้จะมีแค่ปีละครั้ง แต่แม่ไม่ได้เป็นแม่แค่วันนั้นวันเดียวนี่หน่า วันไหนๆ แม่ก็ยังเป็นแม่อยู่ หน้าที่ลูกก็ไม่ควรทำแค่วันแม่ ปรี๊ดก็ทำหน้าที่ลูกที่ดี(มั้ง) อยู่ทุกวันอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้ไปหาแม่ทุกวัน คิดได้อย่างนี้ ก็เลยเลือกจะไปหาผู้ชายในวันแม่ ที่บางไทรค่ะ ก็สอบถามหาทีมรถตู้ที่จะไปติ่งป๋าด้วยกัน แล้วก็ลงชื่อไป แล้วก็บอกแม่ไปว่า วันแม่จะไปบางไทรนะ ตอนแรกแม่จะตามไปด้วยค่ะ คิดว่าไปเที่ยวงานศูนย์ศิลปชีพ แต่พอบอกแม่ว่า จะไปดูฮั่นอย่างเดียว ไม่ได้เดินดูงาน และไปกับเพื่อน(พี่ๆ HFC) แม่ก็เลยเปลี่ยนใจ ไม่งั้นปรี๊ดก็กะว่าจะพาแม่ไปให้ป๋าไหว้หล่ะค่ะ
เตรียมการล่วงหน้าหลายวัน ตั้งแต่รู้ว่าป๋ามีงานที่บางไทรวันแม่ อาทิตย์ก่อนหน้านั้น ปรี๊ดเลยกลับบ้านทุกอาทิตย์เพื่อเอาใจแม่ไว้ก่อน จะได้อ้อนแม่ไปหาผู้ชายได้ง่ายขึ้น แต่ระหว่างนั้นก็มีตารางงานป๋าแทรกเข้ามาค่ะ งานเปิดห้างเซ็ลทรัลศาลายา งานใกล้ งานที่มโนไว้นาน ตั้งแต่ห้างยังไม่ลงเสาเข็ม ปรี๊ดจะได้เจอป๋า 2 งานในอาทิตย์เดียว ช่างมีความสุขมาก แต่ในตารางงานเปิดห้างใหม่ วันที่ 12 มีน้องชายที่ปรี๊ดรักอีกคนหนึ่งมา พอเห็นปุ๊บก็เกิดความลังเลใจว่าจะไปหาป๋า อย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก หรือจะอยู่ดูน้องชายใกล้ๆ บ้าน แล้วรอป๋ามาหาวันที่ 15 ดี สองจิตสองใจอย่างมาก อารมณ์แบบอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน แล้วงานน้องก็อยู่ใกล้ ไม่ต้องเดินทางไกล เอาไงดีเนี่ย คนสวยกลุ้ม นอกจากต้องเลือกระหว่างแม่กับผู้ชายแล้ว ยังต้องมาเลือกผู้ชายสองคนอีก
สุดท้ายปรี๊ด ก็ตัดสินใจไปหาป๋า แต่ไม่ใช่เพราะป๋าหรอกนะคะ ที่ทำให้ตัดสินใจไป แต่เพราะ พี่ๆ HFC ต่างหากที่ทำให้ตัดสินใจได้ เพราะปรี๊ดคิดย้อนกลับไปว่าทำไมต้องไปหาป๋าวันที่ 12 ที่บางไทร คำตอบที่ได้คือ ไม่ใช่แค่ได้ไปดูป๋า แต่จะได้ไปเจอพี่ๆ น้องๆ ด้วย รถตู้ที่ไปบางไทรใกล้ๆ บ้านก็มี แต่เลือกจองรถตู้ไปกับทีมรถตู้ แม้จะต้องนั่งรถเข้าเมืองไปอีกไกล เพราะอยากร่วมเดินทางไปกับครอบครัว แต่ไม่อยากนั่งรถไปคนเดียว เพราะก่อนหน้านี้ที่ปรี๊ดไปหาป๋า ปรี๊ดก็นั่งรถไปคนเดียว ครั้งนี้มีโอกาสเลยอยากไปงานต่างจังหวัดที่ได้เดินทางโดยรถตู้ร่วมกันบ้างค่ะ อยากรู้จักหลายๆ คน อยากรู้หลายๆ เรื่อง
แล้วก็มีน้อง HFC คนหนึ่งที่รู้จักในเฟส อยากมาเจอป๋าครั้งแรก พอปรี๊ดบอกว่าจะไป น้องก็ตื่นเต้นกับการไปเจอกันมาก เลยรู้สึกว่าปรี๊ดต้องไปบางไทรเท่านั้นค่ะ
แล้ววันเดินทางก็มาถึง หลังจากที่นัดหมายเวลาและสถานที่กันเป็นอย่างดีแล้ว ปรี๊ดก็เตรียมตัวไปค่ะ แต่แอบเข้ามาเม้าท์อยู่ในกระทู้รายงานสด จนเกือบออกจากห้องไปขึ้นรถไม่ทันเวลานัด ไปถึงก็ติดต่อกับพี่ที่ปรี๊ดลงชื่อไว้ แต่พี่เค้าเปลี่ยนไปรถส่วนตัว แต่ก็ได้ฝากฝังปรี๊ดไว้กับพี่ท่านอื่น พี่หมีหลายมิติ ก็ไปด้วยกัน ซึ่งก็ดูแลปรี๊ดเป็นอย่างดีค่ะ ระหว่างการเดินทางมีเสียงหัวเราะในรถเกือบตลอดเวลา พูดคุยกันถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ที่เกี่ยวกับป๋า เป็นความสุขในการเดินทางมากๆ ค่ะ
และพอไปถึงที่งาน เจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด แดดเปรี้ยงมากกกก แม้เวทีจะจัดอยู่ในร่ม แต่ความสูงของหลังคาก็ทำให้แดดส่องเข้าไปแผดเผาได้ในทุกพื้นที่ค่ะ ตามกำหนดการ ป๋าจะมาถึง 5 โมงเย็น แต่พวกปรี๊ดไปถึงตั้งแต่ยังไม่บ่าย 2 ค่ะ นั่นคือต้องรออีก 3 ชั่วโมงกว่าป๋าจะมา แต่ทีมป้ายไฟก็ไปถึงก่อนตั้งนานแล้วนะคะ น่าจะไปถึงตั้งแต่ก่อนเที่ยง ซึ่งทุกคนต้องมานั่งรอทั้งๆ ที่ร้อนจัด อุปกรณ์ป้ายไฟที่ขนมามากมาย ระหว่างรอก็นั่งเปลี่ยนถ่านป้ายไฟ เพื่อสำรองไว้งานวันถัดมาของป๋าด้วย เห็นจำนวนถ่านแล้วอึ้ง มันเยอะมากกกกกกกกกกกก ถ้าเป็นถ่านหุงต้มขนาดนี้นี่คงเผาปรี๊ดได้ทั้งตัวเลย แต่นั่นก็ยังไม่พอเปลี่ยนทั้งหมดนะคะ ทีมป้ายไฟต้องเปลี่ยนถ่านแค่บางส่วนเท่าที่จำเป็น ป้ายหนึ่งอันใช้ถ่านหลายก้อนมากค่ะ รู้สึกทึ่งกับทีมป้ายไฟจริงๆ ที่ทุ่มเทและเสียสละมาก ป้ายไฟที่เคยมีคนบอกว่าหนักมาก ปรี๊ดก็ลองยกดูนะคะ มันหนักมากจริงๆ ขนาดว่าปกติปรี๊ดก็ทำงานแบกหามอยู่นะคะ ขอบคุณทีมป้ายไฟที่อดทนและเสียสละมาตลอด ทุกครั้งที่มีฮั่น ที่นั่นมีป้ายไฟเสมอ
เนื่องจากวันนั้นเป็นวันแม่ และวันหยุดต่อเนื่อง หลายคนคงพาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด หรืออยู่กับแม่ที่บ้าน ทำให้ในงานคนน้อยกว่าที่คิดไว้นะคะ แต่ HFC เราก็ยังเหนียวแน่นเสมอ
แล้วก็รอเวลาที่ป๋าจะมา ยืนรอทั้งร้อน ทั้งเมื่อย แต่ก็ไม่กล้าไปได้ กลัวกลับมาแล้วเข้ามาไม่ได้ ระหว่างรอก็ลุ้นน้องที่จะมา ว่าจะมาทันมั้ย ตื่นเต้นเหมือนตอนที่ปรี๊ดไปหาป๋าครั้งแรก แล้วน้องก็ยังเด็ก เป็นห่วงก็เป็นห่วงกลัวน้องเดินทางมาคนเดียว แล้วหลงไปไหน เวลาที่ป๋าจะโชว์ก็ใกล้แล้ว ระหว่างนั้นบนเวทีก็มีโชว์อื่นๆ สลับกับการจับรางวัลผู้โชคดีในงานค่ะ ซึ่ง HFC เราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาก โดยเฉพาะตอนโชว์ของพี่ปั่น ไพบูลย์ พวกเราช่วยกันร้องทุกเพลงค่ะ แม่นทุกเนื้อ จนพี่ปั่นเองยังชม
แล้วน้องที่นัดไว้ก็มาถึงทันเวลาพอดี ก่อนป๋าขึ้นไม่ถึง 5 นาที พาน้องวิ่งเข้างาน แล้วแทรกตัวไปเกาะรั้วหน้าเวที อยู่ข้างๆ ช่างกล้องของงาน ซึ่งอยู่ข้างๆ มือคลิปบ้านเราค่ะ ระหว่างที่ดูป๋าร้องเพลงทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองค่ะ ทีมป้ายไฟ โยกป้ายไฟ ทีมกล้องเทพ ก็เก็บภาพไป ทีมนางฟ้าคลิปทั้งหลายก็ถ่ายคลิป ปรี๊ดก็ทำหน้าที่ปรี๊ดนะคะ หน้าที่ กรี๊ดค่ะ กรี๊ดกันดังลั่นมากค่ะ ช่างกล้องของงานที่อยู่ข้างหน้าปรี๊ด เอามือปิดหูทุกครั้งที่เรากรี๊ดเลยค่ะ
ป๋า ทั้งร้องทั้งเต้น ในชุดสูทขาว หล่อราวกับเทพบุตร ดูแล้วเคลิ้มมากค่ะ หลังจากป๋าโชว์เสร็จ ก็มีน้องกัน ณภัทร กับคุณแม่มาโชว์ต่อ แต่พวกเราก็ยังไม่ได้กลับนะคะ เพราะป๋าบอกให้อยู่รอจุดเทียนถวายพระพรด้วยกัน ก็เลยดูน้องกันระหว่างรอค่ะ
ถึงตอนพิธีการจุดเทียนถวายพระพร ป๋าออกมาแล้วถอดแว่น ดูเหมือนเด็กน้อยมากเลย ต่างกับต่างกับคนที่โชว์เมื่อตอนเย็นมากค่ะ แม้จะชุดเดิม ยืนร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพร ก็ให้ความรู้สึกอีกอย่างนะคะ จากปกติที่วันแม่แล้วอยู่กับแม่ แต่ปีนี้ได้ร่วมถวายพระพรให้แม่ของแผ่นดิน ไม่ได้ทำแบบนี้มานาน รู้สึกตื้นตัน และมีความสุขอีกแบบหนึ่งค่ะ
หลังจากเสร็จพิธี ก็ตามธรรมเนียมค่ะ งานวิ่งตามผู้ชายต้องมา ป๋าลงหลังเวทีเพื่อขึ้นรถตู้กลับ นี่ก็วิ่งตามกันไปโบกมือบ๊ายบายค่ะ บางคนได้ถ่ายรูป ถ่ายคลิปกับป๋าด้วย พอป๋าออกไป เราก็เดินทางกลับกันทันทีค่ะ กลับมาถึงกรุงเทพ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
ทันทีที่ปรี๊ดกลับมาถึงห้อง ก็เข้ามากระทู้รายงานสดนะคะ เพราะหวังว่าจะมีคนมาแปะคลิปแล้ว ถึงจะไปดูด้วยตาแล้ว ก็ยังอยากดูคลิปอีก และอยากเอาคลิปไปแปะต่อให้คนอื่นได้ดูด้วย ซักพักคลิปก็มา ได้ดูได้แปะสมใจ จนลืมแจ้งพี่หมีหลายฯ ว่ากลับมาถึงห้องแล้ว ได้ยินเสียงโทรศัพท์ พี่โทรมาถาม ต้องขอบคุณในความห่วงใยค่ะ
แล้วมาต่อที่งานเปิดเซ็นทรัลศาลายาค่ะ งานที่ปรี๊ดมโนไว้นานมาก เพราะปรี๊ดทำงานอยู่ใกล้ๆ ห้างนี้ค่ะ ต้องแต่ทราบว่ามีโครงการว่าจะสร้างห้างนี้ ก็คิดมาตลอดว่ายังไงป๋าต้องได้มาเปิดห้างนี้แน่นอน เพราะป๋าเปิดห้างมาเกือบทุกห้างทั่วไทยแล้วตั้งแต่ออกจากบ้านมา ห้างนี้ต้องไม่พลาด พอรู้ว่าป๋ามาจริงๆ ดีใจมากยังกะฝันเป็นจริง แถมงานยังมีตอนค่ำ ในเวลาที่ปรี๊ดเลิกงานแล้วไปทัน บอกกับที่ทำงานไว้ว่าเดี๋ยววันที่ 15 ปรี๊ดจะไปเปิดห้างเซ็นทรัลศาลายา หลายคนก็บอกว่ารถจะติดนะ จะไปลำบาก เมื่อปรี๊ดยืนยันที่จะไป ก็มีพี่ใจดีท่านหนึ่งในที่ทำงานอาสาที่จะไปส่งค่ะ (พี่ผู้หญิงนะคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องชู้สาว)
แต่แล้ว ปรี๊ดก็เกือบฝันสลาย เมื่อกำหนดการที่คิดไว้ว่าป๋าจะมาทุ่มหนึ่ง กลายเป็นห้าโมงเย็นซึ่งปรี๊ดเลิกงานห้าโมงครึ่ง ยังไงก็ไม่ทัน กว่าจะเลิกงาน ไหนจะรถติดอีก เลยคิดว่าคงไม่ได้ไป แต่พอถึงตอนเย็นวันนั้น เช็คจากเพื่อนและในทวีตแล้วว่างานยังไม่เริ่ม ปรี๊ดก็รีบไปหาป๋าค่ะ ตอนแรกบอกพี่ที่จะไปส่งว่าจะนั่งพี่วินไปเอง เพราะเกรงใจกลัวรถติดแล้วพี่เค้าจะลำบาก แต่พี่เค้าก็ไปส่งค่ะ แล้วเหมือนทุกอย่างเป็นใจค่ะ งานเริ่มช้า รถที่คิดว่าจะติดมากๆ กับโล่งอย่างไม่น่าเชื่อ ปรี๊ดใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ก็ไปถึงที่งานค่ะ
แต่เนื่องจากพิธีเปิด มีรับเสด็จด้วย ในงานจึงมีการกั้นพื้นที่ ไม่ให้เข้าในเขตใกล้เวที ที่จัดไว้ให้ค่ะ ในงานห้ามถ่ายรูปหรือถ่ายคลิป ปรี๊ดกับเพื่อนเลยได้แต่เกาะรั้วอยู่ไกลๆ มุมหลังเสา แถมข้างๆ กันยังมีคุณ Bo tempura อยู่ด้วย คิดในใจ แล้วใครจะถ่ายคลิปให้... วะเนี่ย? ยืนรอพิธีเริ่ม มีนิวจิ๋ว มาร้องเพลงพร้อมวงออเครสต้า มองเห็นแต่จิ๋วๆ แล้วตอนป๋ามา จะเห็นอะไรมั้ยเนี่ย แล้วป๋า ก็ใส่สูทออกมาร้องเพลง ประกอบกับการเดินแบบของเหล่าดาราและเซเลปค่ะ ได้แต่มองอยู่ไกลๆ เห็นหมีตัวเท่าลูกหมา จะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ได้ ในใจก็ยังกังวลว่า แล้วจะมีคลิปให้ดูมั้ยเนี่ย แต่ก็ภูมิใจนะ แม้จะไม่ได้ดูใกล้ หรือส่งเสียงกรี๊ด แต่การที่ป๋าได้โชว์เฉพาะพระพักตร์ ถือเป็นเกียรติอย่างสูง สุดท้ายก็มีคลิปให้ได้ดูจริงๆ เมื่อโชว์จบ ถึงเวลาส่งเสด็จ ทีมงานปล่อยให้เข้าไปเกาะข้างๆ เวทีได้ ก็กรูกันเข้าไปค่ะ แล้วก็ยืนรอว่าจะมีป๋าออกมาอีกมั้ย เจอพี่หมีหลายฯ อยู่ข้างๆ เวที เลยพากันไปถามทีมงาน บอกว่าจะมีออกมาอีกค่ะ แต่ไม่ได้โชว์แล้ว ก็เลยยืนรอกันซักพัก แต่พอเห็นในทวีตบอกว่าป๋ากลับแล้ว ก็เลยกลับกันเลยค่ะ เพราะจุดประสงค์เดียวที่ไปคือไปดูป๋าเท่านั้นค่ะ ถามว่าคุ้มมั้ยกับการรอมา 2 ปี ยืนรออีกเกือบชั่วโมง แล้วเห็นแค่ไม่กี่นาที ในมุมที่เรียกว่าแทบจะไม่เห็นอะไรเลย ตอบเลยว่าคุ้มมาก เสียดายที่ไม่เห็นชัดๆ ใกล้ๆ แต่ไม่เคยเสียใจที่ได้ไป แม้ว่าจะกลับมาก็รีบหาคลิปดูก็เถอะ
แล้วก็อยากจะบอกป๋าว่า ไม่ต้องตื่นเต้นเวลาเราเจอกันนะคะ เจอกันทีไร ป๋าแต่งตัวเนี๊ยบตลอด ใส่สูทเกือบทุกงาน ปรี๊ดรักป๋าที่ตัวค่ะ ไม่ใช่ที่เสื้อผ้า
ครั้งหน้า ต่อให้ป๋า แก้ผ้ามาปรี๊ดก็รักค่ะ

ปล. รูปที่ถ่ายเองมีแค่หัวกระทู้กับรูปงานวันแม่ ที่ไม่ชัด ที่เหลือยืมเค้ามาค่ะ ขอบคุณเจ้าของภาพ
หนีแม่ไปหาผู้ชายที่บางไทร & วันนี้ที่รอคอย ณ ศาลายา
กระทู้นี้อาจไม่ได้เล่ารายละเอียดของงานนะคะ เพราะในรายงานสด ในคลิป ก็มีอยู่แล้ว แต่จะเล่าในมุมของความรู้สึกซะมากกว่าค่ะ
นานๆ ที จะมีเรื่องมาเล่า เพราะเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ปรี๊ดก็ยังคงเป็นเมียเก็บอยู่เหมือนเดิม ไม่ค่อยมีโอกาสออกงานเท่าไหร่
แล้วโอกาสก็มาถึงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรี๊ดเห็นตารางงานของป๋า เป็นงานที่ตรงกับวันหยุด งานไม่ไกลมาก ไม่ดึก ซึ่งปรี๊ดสามารถเดินทางไปกลับได้
แต่วันหยุดที่ว่าเป็นวันหยุดวันแม่ ที่หนึ่งปีมีครั้งเดียว และวันหยุดนี้หลายคนได้หยุดต่อเนื่องหลายวัน แต่ปรี๊ดได้หยุดแค่วันเว้นวัน ลูกกตัญญูอย่างปรี๊ด ควรอยู่ทำหน้าที่ลูกที่ดี กลับไปหาแม่ที่บ้าน .... แต่ ก็อยากไปหาผู้ชายนะคะแม่ เอาไงดี ???? ต้องเลือกระหว่างแม่กับผู้ชายเหรอเนี่ย
แต่ วันแม่แม้จะมีแค่ปีละครั้ง แต่แม่ไม่ได้เป็นแม่แค่วันนั้นวันเดียวนี่หน่า วันไหนๆ แม่ก็ยังเป็นแม่อยู่ หน้าที่ลูกก็ไม่ควรทำแค่วันแม่ ปรี๊ดก็ทำหน้าที่ลูกที่ดี(มั้ง) อยู่ทุกวันอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้ไปหาแม่ทุกวัน คิดได้อย่างนี้ ก็เลยเลือกจะไปหาผู้ชายในวันแม่ ที่บางไทรค่ะ ก็สอบถามหาทีมรถตู้ที่จะไปติ่งป๋าด้วยกัน แล้วก็ลงชื่อไป แล้วก็บอกแม่ไปว่า วันแม่จะไปบางไทรนะ ตอนแรกแม่จะตามไปด้วยค่ะ คิดว่าไปเที่ยวงานศูนย์ศิลปชีพ แต่พอบอกแม่ว่า จะไปดูฮั่นอย่างเดียว ไม่ได้เดินดูงาน และไปกับเพื่อน(พี่ๆ HFC) แม่ก็เลยเปลี่ยนใจ ไม่งั้นปรี๊ดก็กะว่าจะพาแม่ไปให้ป๋าไหว้หล่ะค่ะ
เตรียมการล่วงหน้าหลายวัน ตั้งแต่รู้ว่าป๋ามีงานที่บางไทรวันแม่ อาทิตย์ก่อนหน้านั้น ปรี๊ดเลยกลับบ้านทุกอาทิตย์เพื่อเอาใจแม่ไว้ก่อน จะได้อ้อนแม่ไปหาผู้ชายได้ง่ายขึ้น แต่ระหว่างนั้นก็มีตารางงานป๋าแทรกเข้ามาค่ะ งานเปิดห้างเซ็ลทรัลศาลายา งานใกล้ งานที่มโนไว้นาน ตั้งแต่ห้างยังไม่ลงเสาเข็ม ปรี๊ดจะได้เจอป๋า 2 งานในอาทิตย์เดียว ช่างมีความสุขมาก แต่ในตารางงานเปิดห้างใหม่ วันที่ 12 มีน้องชายที่ปรี๊ดรักอีกคนหนึ่งมา พอเห็นปุ๊บก็เกิดความลังเลใจว่าจะไปหาป๋า อย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก หรือจะอยู่ดูน้องชายใกล้ๆ บ้าน แล้วรอป๋ามาหาวันที่ 15 ดี สองจิตสองใจอย่างมาก อารมณ์แบบอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน แล้วงานน้องก็อยู่ใกล้ ไม่ต้องเดินทางไกล เอาไงดีเนี่ย คนสวยกลุ้ม นอกจากต้องเลือกระหว่างแม่กับผู้ชายแล้ว ยังต้องมาเลือกผู้ชายสองคนอีก
สุดท้ายปรี๊ด ก็ตัดสินใจไปหาป๋า แต่ไม่ใช่เพราะป๋าหรอกนะคะ ที่ทำให้ตัดสินใจไป แต่เพราะ พี่ๆ HFC ต่างหากที่ทำให้ตัดสินใจได้ เพราะปรี๊ดคิดย้อนกลับไปว่าทำไมต้องไปหาป๋าวันที่ 12 ที่บางไทร คำตอบที่ได้คือ ไม่ใช่แค่ได้ไปดูป๋า แต่จะได้ไปเจอพี่ๆ น้องๆ ด้วย รถตู้ที่ไปบางไทรใกล้ๆ บ้านก็มี แต่เลือกจองรถตู้ไปกับทีมรถตู้ แม้จะต้องนั่งรถเข้าเมืองไปอีกไกล เพราะอยากร่วมเดินทางไปกับครอบครัว แต่ไม่อยากนั่งรถไปคนเดียว เพราะก่อนหน้านี้ที่ปรี๊ดไปหาป๋า ปรี๊ดก็นั่งรถไปคนเดียว ครั้งนี้มีโอกาสเลยอยากไปงานต่างจังหวัดที่ได้เดินทางโดยรถตู้ร่วมกันบ้างค่ะ อยากรู้จักหลายๆ คน อยากรู้หลายๆ เรื่อง
แล้วก็มีน้อง HFC คนหนึ่งที่รู้จักในเฟส อยากมาเจอป๋าครั้งแรก พอปรี๊ดบอกว่าจะไป น้องก็ตื่นเต้นกับการไปเจอกันมาก เลยรู้สึกว่าปรี๊ดต้องไปบางไทรเท่านั้นค่ะ
แล้ววันเดินทางก็มาถึง หลังจากที่นัดหมายเวลาและสถานที่กันเป็นอย่างดีแล้ว ปรี๊ดก็เตรียมตัวไปค่ะ แต่แอบเข้ามาเม้าท์อยู่ในกระทู้รายงานสด จนเกือบออกจากห้องไปขึ้นรถไม่ทันเวลานัด ไปถึงก็ติดต่อกับพี่ที่ปรี๊ดลงชื่อไว้ แต่พี่เค้าเปลี่ยนไปรถส่วนตัว แต่ก็ได้ฝากฝังปรี๊ดไว้กับพี่ท่านอื่น พี่หมีหลายมิติ ก็ไปด้วยกัน ซึ่งก็ดูแลปรี๊ดเป็นอย่างดีค่ะ ระหว่างการเดินทางมีเสียงหัวเราะในรถเกือบตลอดเวลา พูดคุยกันถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ที่เกี่ยวกับป๋า เป็นความสุขในการเดินทางมากๆ ค่ะ
และพอไปถึงที่งาน เจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด แดดเปรี้ยงมากกกก แม้เวทีจะจัดอยู่ในร่ม แต่ความสูงของหลังคาก็ทำให้แดดส่องเข้าไปแผดเผาได้ในทุกพื้นที่ค่ะ ตามกำหนดการ ป๋าจะมาถึง 5 โมงเย็น แต่พวกปรี๊ดไปถึงตั้งแต่ยังไม่บ่าย 2 ค่ะ นั่นคือต้องรออีก 3 ชั่วโมงกว่าป๋าจะมา แต่ทีมป้ายไฟก็ไปถึงก่อนตั้งนานแล้วนะคะ น่าจะไปถึงตั้งแต่ก่อนเที่ยง ซึ่งทุกคนต้องมานั่งรอทั้งๆ ที่ร้อนจัด อุปกรณ์ป้ายไฟที่ขนมามากมาย ระหว่างรอก็นั่งเปลี่ยนถ่านป้ายไฟ เพื่อสำรองไว้งานวันถัดมาของป๋าด้วย เห็นจำนวนถ่านแล้วอึ้ง มันเยอะมากกกกกกกกกกกก ถ้าเป็นถ่านหุงต้มขนาดนี้นี่คงเผาปรี๊ดได้ทั้งตัวเลย แต่นั่นก็ยังไม่พอเปลี่ยนทั้งหมดนะคะ ทีมป้ายไฟต้องเปลี่ยนถ่านแค่บางส่วนเท่าที่จำเป็น ป้ายหนึ่งอันใช้ถ่านหลายก้อนมากค่ะ รู้สึกทึ่งกับทีมป้ายไฟจริงๆ ที่ทุ่มเทและเสียสละมาก ป้ายไฟที่เคยมีคนบอกว่าหนักมาก ปรี๊ดก็ลองยกดูนะคะ มันหนักมากจริงๆ ขนาดว่าปกติปรี๊ดก็ทำงานแบกหามอยู่นะคะ ขอบคุณทีมป้ายไฟที่อดทนและเสียสละมาตลอด ทุกครั้งที่มีฮั่น ที่นั่นมีป้ายไฟเสมอ
เนื่องจากวันนั้นเป็นวันแม่ และวันหยุดต่อเนื่อง หลายคนคงพาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด หรืออยู่กับแม่ที่บ้าน ทำให้ในงานคนน้อยกว่าที่คิดไว้นะคะ แต่ HFC เราก็ยังเหนียวแน่นเสมอ
แล้วก็รอเวลาที่ป๋าจะมา ยืนรอทั้งร้อน ทั้งเมื่อย แต่ก็ไม่กล้าไปได้ กลัวกลับมาแล้วเข้ามาไม่ได้ ระหว่างรอก็ลุ้นน้องที่จะมา ว่าจะมาทันมั้ย ตื่นเต้นเหมือนตอนที่ปรี๊ดไปหาป๋าครั้งแรก แล้วน้องก็ยังเด็ก เป็นห่วงก็เป็นห่วงกลัวน้องเดินทางมาคนเดียว แล้วหลงไปไหน เวลาที่ป๋าจะโชว์ก็ใกล้แล้ว ระหว่างนั้นบนเวทีก็มีโชว์อื่นๆ สลับกับการจับรางวัลผู้โชคดีในงานค่ะ ซึ่ง HFC เราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาก โดยเฉพาะตอนโชว์ของพี่ปั่น ไพบูลย์ พวกเราช่วยกันร้องทุกเพลงค่ะ แม่นทุกเนื้อ จนพี่ปั่นเองยังชม
แล้วน้องที่นัดไว้ก็มาถึงทันเวลาพอดี ก่อนป๋าขึ้นไม่ถึง 5 นาที พาน้องวิ่งเข้างาน แล้วแทรกตัวไปเกาะรั้วหน้าเวที อยู่ข้างๆ ช่างกล้องของงาน ซึ่งอยู่ข้างๆ มือคลิปบ้านเราค่ะ ระหว่างที่ดูป๋าร้องเพลงทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองค่ะ ทีมป้ายไฟ โยกป้ายไฟ ทีมกล้องเทพ ก็เก็บภาพไป ทีมนางฟ้าคลิปทั้งหลายก็ถ่ายคลิป ปรี๊ดก็ทำหน้าที่ปรี๊ดนะคะ หน้าที่ กรี๊ดค่ะ กรี๊ดกันดังลั่นมากค่ะ ช่างกล้องของงานที่อยู่ข้างหน้าปรี๊ด เอามือปิดหูทุกครั้งที่เรากรี๊ดเลยค่ะ
ป๋า ทั้งร้องทั้งเต้น ในชุดสูทขาว หล่อราวกับเทพบุตร ดูแล้วเคลิ้มมากค่ะ หลังจากป๋าโชว์เสร็จ ก็มีน้องกัน ณภัทร กับคุณแม่มาโชว์ต่อ แต่พวกเราก็ยังไม่ได้กลับนะคะ เพราะป๋าบอกให้อยู่รอจุดเทียนถวายพระพรด้วยกัน ก็เลยดูน้องกันระหว่างรอค่ะ
ถึงตอนพิธีการจุดเทียนถวายพระพร ป๋าออกมาแล้วถอดแว่น ดูเหมือนเด็กน้อยมากเลย ต่างกับต่างกับคนที่โชว์เมื่อตอนเย็นมากค่ะ แม้จะชุดเดิม ยืนร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพร ก็ให้ความรู้สึกอีกอย่างนะคะ จากปกติที่วันแม่แล้วอยู่กับแม่ แต่ปีนี้ได้ร่วมถวายพระพรให้แม่ของแผ่นดิน ไม่ได้ทำแบบนี้มานาน รู้สึกตื้นตัน และมีความสุขอีกแบบหนึ่งค่ะ
หลังจากเสร็จพิธี ก็ตามธรรมเนียมค่ะ งานวิ่งตามผู้ชายต้องมา ป๋าลงหลังเวทีเพื่อขึ้นรถตู้กลับ นี่ก็วิ่งตามกันไปโบกมือบ๊ายบายค่ะ บางคนได้ถ่ายรูป ถ่ายคลิปกับป๋าด้วย พอป๋าออกไป เราก็เดินทางกลับกันทันทีค่ะ กลับมาถึงกรุงเทพ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
ทันทีที่ปรี๊ดกลับมาถึงห้อง ก็เข้ามากระทู้รายงานสดนะคะ เพราะหวังว่าจะมีคนมาแปะคลิปแล้ว ถึงจะไปดูด้วยตาแล้ว ก็ยังอยากดูคลิปอีก และอยากเอาคลิปไปแปะต่อให้คนอื่นได้ดูด้วย ซักพักคลิปก็มา ได้ดูได้แปะสมใจ จนลืมแจ้งพี่หมีหลายฯ ว่ากลับมาถึงห้องแล้ว ได้ยินเสียงโทรศัพท์ พี่โทรมาถาม ต้องขอบคุณในความห่วงใยค่ะ
แล้วมาต่อที่งานเปิดเซ็นทรัลศาลายาค่ะ งานที่ปรี๊ดมโนไว้นานมาก เพราะปรี๊ดทำงานอยู่ใกล้ๆ ห้างนี้ค่ะ ต้องแต่ทราบว่ามีโครงการว่าจะสร้างห้างนี้ ก็คิดมาตลอดว่ายังไงป๋าต้องได้มาเปิดห้างนี้แน่นอน เพราะป๋าเปิดห้างมาเกือบทุกห้างทั่วไทยแล้วตั้งแต่ออกจากบ้านมา ห้างนี้ต้องไม่พลาด พอรู้ว่าป๋ามาจริงๆ ดีใจมากยังกะฝันเป็นจริง แถมงานยังมีตอนค่ำ ในเวลาที่ปรี๊ดเลิกงานแล้วไปทัน บอกกับที่ทำงานไว้ว่าเดี๋ยววันที่ 15 ปรี๊ดจะไปเปิดห้างเซ็นทรัลศาลายา หลายคนก็บอกว่ารถจะติดนะ จะไปลำบาก เมื่อปรี๊ดยืนยันที่จะไป ก็มีพี่ใจดีท่านหนึ่งในที่ทำงานอาสาที่จะไปส่งค่ะ (พี่ผู้หญิงนะคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องชู้สาว)
แต่แล้ว ปรี๊ดก็เกือบฝันสลาย เมื่อกำหนดการที่คิดไว้ว่าป๋าจะมาทุ่มหนึ่ง กลายเป็นห้าโมงเย็นซึ่งปรี๊ดเลิกงานห้าโมงครึ่ง ยังไงก็ไม่ทัน กว่าจะเลิกงาน ไหนจะรถติดอีก เลยคิดว่าคงไม่ได้ไป แต่พอถึงตอนเย็นวันนั้น เช็คจากเพื่อนและในทวีตแล้วว่างานยังไม่เริ่ม ปรี๊ดก็รีบไปหาป๋าค่ะ ตอนแรกบอกพี่ที่จะไปส่งว่าจะนั่งพี่วินไปเอง เพราะเกรงใจกลัวรถติดแล้วพี่เค้าจะลำบาก แต่พี่เค้าก็ไปส่งค่ะ แล้วเหมือนทุกอย่างเป็นใจค่ะ งานเริ่มช้า รถที่คิดว่าจะติดมากๆ กับโล่งอย่างไม่น่าเชื่อ ปรี๊ดใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ก็ไปถึงที่งานค่ะ
แต่เนื่องจากพิธีเปิด มีรับเสด็จด้วย ในงานจึงมีการกั้นพื้นที่ ไม่ให้เข้าในเขตใกล้เวที ที่จัดไว้ให้ค่ะ ในงานห้ามถ่ายรูปหรือถ่ายคลิป ปรี๊ดกับเพื่อนเลยได้แต่เกาะรั้วอยู่ไกลๆ มุมหลังเสา แถมข้างๆ กันยังมีคุณ Bo tempura อยู่ด้วย คิดในใจ แล้วใครจะถ่ายคลิปให้... วะเนี่ย? ยืนรอพิธีเริ่ม มีนิวจิ๋ว มาร้องเพลงพร้อมวงออเครสต้า มองเห็นแต่จิ๋วๆ แล้วตอนป๋ามา จะเห็นอะไรมั้ยเนี่ย แล้วป๋า ก็ใส่สูทออกมาร้องเพลง ประกอบกับการเดินแบบของเหล่าดาราและเซเลปค่ะ ได้แต่มองอยู่ไกลๆ เห็นหมีตัวเท่าลูกหมา จะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ได้ ในใจก็ยังกังวลว่า แล้วจะมีคลิปให้ดูมั้ยเนี่ย แต่ก็ภูมิใจนะ แม้จะไม่ได้ดูใกล้ หรือส่งเสียงกรี๊ด แต่การที่ป๋าได้โชว์เฉพาะพระพักตร์ ถือเป็นเกียรติอย่างสูง สุดท้ายก็มีคลิปให้ได้ดูจริงๆ เมื่อโชว์จบ ถึงเวลาส่งเสด็จ ทีมงานปล่อยให้เข้าไปเกาะข้างๆ เวทีได้ ก็กรูกันเข้าไปค่ะ แล้วก็ยืนรอว่าจะมีป๋าออกมาอีกมั้ย เจอพี่หมีหลายฯ อยู่ข้างๆ เวที เลยพากันไปถามทีมงาน บอกว่าจะมีออกมาอีกค่ะ แต่ไม่ได้โชว์แล้ว ก็เลยยืนรอกันซักพัก แต่พอเห็นในทวีตบอกว่าป๋ากลับแล้ว ก็เลยกลับกันเลยค่ะ เพราะจุดประสงค์เดียวที่ไปคือไปดูป๋าเท่านั้นค่ะ ถามว่าคุ้มมั้ยกับการรอมา 2 ปี ยืนรออีกเกือบชั่วโมง แล้วเห็นแค่ไม่กี่นาที ในมุมที่เรียกว่าแทบจะไม่เห็นอะไรเลย ตอบเลยว่าคุ้มมาก เสียดายที่ไม่เห็นชัดๆ ใกล้ๆ แต่ไม่เคยเสียใจที่ได้ไป แม้ว่าจะกลับมาก็รีบหาคลิปดูก็เถอะ
แล้วก็อยากจะบอกป๋าว่า ไม่ต้องตื่นเต้นเวลาเราเจอกันนะคะ เจอกันทีไร ป๋าแต่งตัวเนี๊ยบตลอด ใส่สูทเกือบทุกงาน ปรี๊ดรักป๋าที่ตัวค่ะ ไม่ใช่ที่เสื้อผ้า
ครั้งหน้า ต่อให้ป๋า แก้ผ้ามาปรี๊ดก็รักค่ะ
ปล. รูปที่ถ่ายเองมีแค่หัวกระทู้กับรูปงานวันแม่ ที่ไม่ชัด ที่เหลือยืมเค้ามาค่ะ ขอบคุณเจ้าของภาพ