คุณแม่ดิฉันประกอบอาชีพค้าขายคะ ได้จ้างแรงงานชาวลาว นาง ก นามสมมุติ ให้ค้าจ้างเริ่มต้อง สามร้อยห้าสิบบาท ต่อวัน
นาง ก ทำงานดีเป็นที่น่าไว้ใจทำงานแม่ดิฉันปรับค่าจ้างขึ้นเป็น สี่ร้อยห้าสิบบาทคะ ข้าวน้ำในเวลาทำงานแม่ออกให้ต่างหาก
คุณแม่รักลูกน้องคนนี้มากคะพาไปกินไปเที่ยวออกงานด้วยตลอดซื้อเครื่องสำอาง กิ๊ป ยางรัดผม เสื้อผ้า ของกินของฝากให้ตลอดคะ
ได้รับหน้าที่ให้ดูแลบ้านเช่า และให้เงินในส่วนดูแลบ้านเช่าเพิ่มต่างหากตามสมควร
ในงานที่ร้านแม่ได้จ้างคนงานไว้สองคน อื่นคนจะเปลี่ยนใหม่บ่อยมากคะเนื่องจากนาง ก จะคอยบอกแต่ว่าคนที่เข้ามาใหม่คนนั้นไม่ดี
อย่างนันอย่างนี้ และเมื่อประมาณเดือนมิถุนายนแม่ได้รับนาง ข นามสมมุติเข้ามาทำงานทำงานดีเช่นกัน ซึ่งในระหว่างนี้
นาง ก ท้องได้ประมาณ หกเดือน แม่ยังคงให้นาง ก ทำงานปกรติ ซึ่งเป็นงานจัดของเบาๆที่ร้านส่วนแม่ก็ทำงานหนักในส่วนที่
นาง ก เคยทำแต่ตอนนี้ทำไม่ไหวแล้ว
นาง ข เห็นแม่ทำงานหัก และสงสารแม่จึงได้บอกความจริงกับคุณแม่ของดิฉันว่า นาง ก ได้ขโมยเงินของคุณแม่ และได้สอบถามงาน ข
ว่าต้องการจะเปิดบัญชีธนาคารต้องทำอย่างไร และกด เอทีเอ็มต้องทำอย่างไร นาง ก ได้เปิดบัญชี วันที่ธนาคารแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน
ห้าหมื่นบาท ณ วันที่ ยี่สิบเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาและได้ไปฝากเพิ่มอีก หนึ่งหมื่นสามร้อยบาทวันที่ สามสิบเดือน กรกฏาคมที่ผ่านมา
มีการหักเงินจากธนาคารสามร้อยบาทค่า เอทีเอ็ม ทั้งหมดเงินในบัญชีเป็น
เป็นเงินหกหมื่นบาทถ้วน ซึ่งสามีของนาง ก ไม่ได้ทำงานแต่อย่างกินใช้กับนาง ก มาโดยตลอด
นางกมีค่าใช้จ่ายค่าบ้านเช่นทุกเดือนเดือนละสามพันห้าร้อยบาท ถ้ารวมน้ำไฟร่วมสี่พันซึ่งโดยภาพรวมแล้วนาง ก ไม่สามารถจะเก็บเงิน
ด้วนตอนเองได้อย่างแน่นอน ดิฉันได้มีการติดตั้งกล้องวงจนปิด เมื่อวันที่ สิบห้า สิงหาคม ซึ่งด้วยความที่ ตอนกำลังติดตั้งมี
คนหลายคนได้รู้เห็นจึงมองว่า นาง ก น่าจะรู้ได้แน่นอนอยู่แล้วคุณแม่ของดิฉันเลือก
ที่ทำงจากเจรจากับนาง ก โดยตรงโดยอ้างว่ามีหลักฐานเป็นกล้องวงจลปิด ซึ่งวันที่เจรจาเป็นวันเดียวกับที่ติดกล้อง
โดยให้นาง ก เลือกว่าจะ ยอมปิดบัญชี หรือ จะ
ให้นำภาพจากกล้องวงจลปิดไปแจ้งความ
นาง ก เลือกปิดบัญชีคะ จากนั้นคุณแม่ได้นำเงินทั่งหมดกลับมาบ้าน แต่เรื่องยังไม่จบคะ นาง ก ละ สามีได้ปรึกษากันกับทางคนรู้จัก
ได้โทรศัพท์มายอมรับผิดว่าตนทำจริงได้ขโมยเงินจริง แต่เป็นไปได้ไหมที่จะขอเงินบางส่วนคืน เนื่องจากเป็นเงินเดือนของตนรวมอยู่ด้วย
ทางคุณแม่ได้จ้างว่าก่อนหน้านี้ นาง
ก ก็ได้ทำการยักยอกเงินมามากแล้วละได้มีการส่งไปประเทศลาวแล้วหลายรอบ แล้วยังมีข้าวของกับทองที่แม่เคยพาไปซื้อเก็บไว้อีกไม่ขอคืนขอคืนแค่เงินใน
บัญชีพอ
นาง ก และสามีจึงได้ปรึกษาพักพวกต้องจะแจ้งความคุณแม่ดิฉันขอหา ข่มขู่ หากไม่คืนเงินบางส่วนให้ โดยให้ผู้มีอิทธิพลมาคุย
ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มคนนี้คาดหวังจะมีส่วนแบ่งจากเงินก้อนนี้หากได้คืนและได้เป็นบอก นาง ก ว่าแม่ไม่ภาพวงจลปิดเพราะพึ่งได้ติกตั้งกล้อง
วันที่ได้ไปเจรจาปิดบัญชีแทนการแจ้งความ แต่ด้วยว่าหัวหน้าหรือคนดูแลบริหารจัดการตลาด ของกลุ่มอิทธิพลกลุ่มนี้รู้จักและเคยมีผล
ประโยชน์ร่วมกันกับคุณแม่ของดิฉัน จะขอเป็นคนกลาง
ไก่เกลี่ยเรื่องนี้โดยเป็นธรรม
ซึ่งจะนัดไกลเกลี่ยในวันพรุ่งนี้ ซึ่ง ทางคุณแม่ของดิฉันได้ตั้งใจว่าจะให้เงินคืนกับนาง ก เป็นเงินหนึ่งหมื่นบาท
แล้วไม่จบความหากต้องการมากกว่านี้จะดำเนินความตามกฏหมาย หรือจะให้นำเงินเกือบหกหมื่นบาทไปทำบุญทั้งหมดก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดคะ
แต่คาดว่าทางฝ่าย นาง ก ต้องการ ครึ่งหนึ่งของเงิน
ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวง แม่ของดิฉันยังคงต้องค้าอยู่ต่อไม่สามารถตึงเกินไปได้ หรือหากคนไก่เกลี่บงขอความร่วมมือ
อาจเป็นไปตามน้ำบ้างเพื่อไม่ต้องการให้นาง ข ได้รับความเดือนร้อนจากที่เป็นมาบอกแม่ หรือแม้แต่นาง ก ก็ตามซึ่งถ้าแจ้งความนาง
ก็คงต้องเป็นฝายรับโทษทางกฎหมาก หากนาง ก ไม่จบโดยการรับเงินหนึ่งหมื่นบาท หรือคนกลางไม่ยุติธรรม
ถึงค่อยดำเนินการทางกฏหมาย
แต่ผลกำของนาง ก ที่ได้รับโดยทัน คือหนึ่ง ตกงาน ณ ตอนที่กำลังท้อง การที่จะทำงาน ในจุดเดิมเป็นไปได้ยากขึ้นเนื่องจาก
ผู้ค้าจะรู้จักกันหมดว่าง นาง ก เคยทำงานร้านไหน และออกด้วยเหตุผลอะไร นอกจากนั้นยังต้องเลี้ยงสามีที่ไม่ได้ทำงานอีกหนึ่งคน
ส่วนคนที่เป็นกลุ่มอิทธิพลที่มานะซึ่งหวังผลจากเงินก้อนนี้ก็ มา
รับเงินส่วนแบ่งจาก นาง ก ไปอีกต่อ
เพื่อนๆมีความเห็นอย่างไร มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมไหม อย่างไรขอความเห็นด้วนนะคะพรุ่งนี้เราต้องมีการเจรจากับคนกลางเกิดขึ้น เพื่อจะได้มีทางออกดีๆคะ
แต่จะว่าไปเหตุการณ์นี้ดิฉันเองมีส่วนผิดที่ไม่เคยเข้ากิจการของแม่เลย เอาแต่ทำงานกินเงินเดือนของตัวเองไปวันๆ ซึ่งเดือนชนเดือนไม่พอใช้เลยคะ ขนาดไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้านค่ารถเดินทางอะไร แต่กับลูกน้องต้องเสียค่าเช่าบ้าน น้ำ ไฟ ส่งเงินกลับบ้าน ทำงานเลี้ยงสามี ไปฝากเงินช่วงไม่ถึง สิบวันเกือบหกหมื่นซึ่งเจ้าตัวก็ยอมว่าขโมยจริง
ลูกจ้างแรงงานขโมยเงินนายจ้างคะ ขอความเห็นในการจัดการต่อไปกับกรณีนี้ด้วยคะ
นาง ก ทำงานดีเป็นที่น่าไว้ใจทำงานแม่ดิฉันปรับค่าจ้างขึ้นเป็น สี่ร้อยห้าสิบบาทคะ ข้าวน้ำในเวลาทำงานแม่ออกให้ต่างหาก
คุณแม่รักลูกน้องคนนี้มากคะพาไปกินไปเที่ยวออกงานด้วยตลอดซื้อเครื่องสำอาง กิ๊ป ยางรัดผม เสื้อผ้า ของกินของฝากให้ตลอดคะ
ได้รับหน้าที่ให้ดูแลบ้านเช่า และให้เงินในส่วนดูแลบ้านเช่าเพิ่มต่างหากตามสมควร
ในงานที่ร้านแม่ได้จ้างคนงานไว้สองคน อื่นคนจะเปลี่ยนใหม่บ่อยมากคะเนื่องจากนาง ก จะคอยบอกแต่ว่าคนที่เข้ามาใหม่คนนั้นไม่ดี
อย่างนันอย่างนี้ และเมื่อประมาณเดือนมิถุนายนแม่ได้รับนาง ข นามสมมุติเข้ามาทำงานทำงานดีเช่นกัน ซึ่งในระหว่างนี้
นาง ก ท้องได้ประมาณ หกเดือน แม่ยังคงให้นาง ก ทำงานปกรติ ซึ่งเป็นงานจัดของเบาๆที่ร้านส่วนแม่ก็ทำงานหนักในส่วนที่
นาง ก เคยทำแต่ตอนนี้ทำไม่ไหวแล้ว
นาง ข เห็นแม่ทำงานหัก และสงสารแม่จึงได้บอกความจริงกับคุณแม่ของดิฉันว่า นาง ก ได้ขโมยเงินของคุณแม่ และได้สอบถามงาน ข
ว่าต้องการจะเปิดบัญชีธนาคารต้องทำอย่างไร และกด เอทีเอ็มต้องทำอย่างไร นาง ก ได้เปิดบัญชี วันที่ธนาคารแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน
ห้าหมื่นบาท ณ วันที่ ยี่สิบเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาและได้ไปฝากเพิ่มอีก หนึ่งหมื่นสามร้อยบาทวันที่ สามสิบเดือน กรกฏาคมที่ผ่านมา
มีการหักเงินจากธนาคารสามร้อยบาทค่า เอทีเอ็ม ทั้งหมดเงินในบัญชีเป็น
เป็นเงินหกหมื่นบาทถ้วน ซึ่งสามีของนาง ก ไม่ได้ทำงานแต่อย่างกินใช้กับนาง ก มาโดยตลอด
นางกมีค่าใช้จ่ายค่าบ้านเช่นทุกเดือนเดือนละสามพันห้าร้อยบาท ถ้ารวมน้ำไฟร่วมสี่พันซึ่งโดยภาพรวมแล้วนาง ก ไม่สามารถจะเก็บเงิน
ด้วนตอนเองได้อย่างแน่นอน ดิฉันได้มีการติดตั้งกล้องวงจนปิด เมื่อวันที่ สิบห้า สิงหาคม ซึ่งด้วยความที่ ตอนกำลังติดตั้งมี
คนหลายคนได้รู้เห็นจึงมองว่า นาง ก น่าจะรู้ได้แน่นอนอยู่แล้วคุณแม่ของดิฉันเลือก
ที่ทำงจากเจรจากับนาง ก โดยตรงโดยอ้างว่ามีหลักฐานเป็นกล้องวงจลปิด ซึ่งวันที่เจรจาเป็นวันเดียวกับที่ติดกล้อง
โดยให้นาง ก เลือกว่าจะ ยอมปิดบัญชี หรือ จะ
ให้นำภาพจากกล้องวงจลปิดไปแจ้งความ
นาง ก เลือกปิดบัญชีคะ จากนั้นคุณแม่ได้นำเงินทั่งหมดกลับมาบ้าน แต่เรื่องยังไม่จบคะ นาง ก ละ สามีได้ปรึกษากันกับทางคนรู้จัก
ได้โทรศัพท์มายอมรับผิดว่าตนทำจริงได้ขโมยเงินจริง แต่เป็นไปได้ไหมที่จะขอเงินบางส่วนคืน เนื่องจากเป็นเงินเดือนของตนรวมอยู่ด้วย
ทางคุณแม่ได้จ้างว่าก่อนหน้านี้ นาง
ก ก็ได้ทำการยักยอกเงินมามากแล้วละได้มีการส่งไปประเทศลาวแล้วหลายรอบ แล้วยังมีข้าวของกับทองที่แม่เคยพาไปซื้อเก็บไว้อีกไม่ขอคืนขอคืนแค่เงินใน
บัญชีพอ
นาง ก และสามีจึงได้ปรึกษาพักพวกต้องจะแจ้งความคุณแม่ดิฉันขอหา ข่มขู่ หากไม่คืนเงินบางส่วนให้ โดยให้ผู้มีอิทธิพลมาคุย
ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มคนนี้คาดหวังจะมีส่วนแบ่งจากเงินก้อนนี้หากได้คืนและได้เป็นบอก นาง ก ว่าแม่ไม่ภาพวงจลปิดเพราะพึ่งได้ติกตั้งกล้อง
วันที่ได้ไปเจรจาปิดบัญชีแทนการแจ้งความ แต่ด้วยว่าหัวหน้าหรือคนดูแลบริหารจัดการตลาด ของกลุ่มอิทธิพลกลุ่มนี้รู้จักและเคยมีผล
ประโยชน์ร่วมกันกับคุณแม่ของดิฉัน จะขอเป็นคนกลาง
ไก่เกลี่ยเรื่องนี้โดยเป็นธรรม
ซึ่งจะนัดไกลเกลี่ยในวันพรุ่งนี้ ซึ่ง ทางคุณแม่ของดิฉันได้ตั้งใจว่าจะให้เงินคืนกับนาง ก เป็นเงินหนึ่งหมื่นบาท
แล้วไม่จบความหากต้องการมากกว่านี้จะดำเนินความตามกฏหมาย หรือจะให้นำเงินเกือบหกหมื่นบาทไปทำบุญทั้งหมดก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดคะ
แต่คาดว่าทางฝ่าย นาง ก ต้องการ ครึ่งหนึ่งของเงิน
ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวง แม่ของดิฉันยังคงต้องค้าอยู่ต่อไม่สามารถตึงเกินไปได้ หรือหากคนไก่เกลี่บงขอความร่วมมือ
อาจเป็นไปตามน้ำบ้างเพื่อไม่ต้องการให้นาง ข ได้รับความเดือนร้อนจากที่เป็นมาบอกแม่ หรือแม้แต่นาง ก ก็ตามซึ่งถ้าแจ้งความนาง
ก็คงต้องเป็นฝายรับโทษทางกฎหมาก หากนาง ก ไม่จบโดยการรับเงินหนึ่งหมื่นบาท หรือคนกลางไม่ยุติธรรม
ถึงค่อยดำเนินการทางกฏหมาย
แต่ผลกำของนาง ก ที่ได้รับโดยทัน คือหนึ่ง ตกงาน ณ ตอนที่กำลังท้อง การที่จะทำงาน ในจุดเดิมเป็นไปได้ยากขึ้นเนื่องจาก
ผู้ค้าจะรู้จักกันหมดว่าง นาง ก เคยทำงานร้านไหน และออกด้วยเหตุผลอะไร นอกจากนั้นยังต้องเลี้ยงสามีที่ไม่ได้ทำงานอีกหนึ่งคน
ส่วนคนที่เป็นกลุ่มอิทธิพลที่มานะซึ่งหวังผลจากเงินก้อนนี้ก็ มา
รับเงินส่วนแบ่งจาก นาง ก ไปอีกต่อ
เพื่อนๆมีความเห็นอย่างไร มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมไหม อย่างไรขอความเห็นด้วนนะคะพรุ่งนี้เราต้องมีการเจรจากับคนกลางเกิดขึ้น เพื่อจะได้มีทางออกดีๆคะ
แต่จะว่าไปเหตุการณ์นี้ดิฉันเองมีส่วนผิดที่ไม่เคยเข้ากิจการของแม่เลย เอาแต่ทำงานกินเงินเดือนของตัวเองไปวันๆ ซึ่งเดือนชนเดือนไม่พอใช้เลยคะ ขนาดไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้านค่ารถเดินทางอะไร แต่กับลูกน้องต้องเสียค่าเช่าบ้าน น้ำ ไฟ ส่งเงินกลับบ้าน ทำงานเลี้ยงสามี ไปฝากเงินช่วงไม่ถึง สิบวันเกือบหกหมื่นซึ่งเจ้าตัวก็ยอมว่าขโมยจริง