เดินเข้าสู่กับดัก เดินเข้าสู่หายนะ....................วิเคราะห์จากมติชน..............

กระทู้สนทนา


รัฐบาลสามารถประคับประคองเสถียรภาพอยู่ได้จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อขึ้น
เมื่อพรรคเพื่อไทยเกิดอาการหน้ามืด เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แปรญัตติจนทำให้รัฐบาลถึงกาลอวสาน
ว่ากันว่าอาการหน้ามืดดังกล่าวเกิดมาจากการรับสัญญาณลวง หรือไม่ก็ตีความสัญญาณผิด
ทั้งนี้ หลังจากร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2555 ถูกเบรก
ฝ่ายรัฐบาลและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความเห็นร่วมกับพรรคเพื่อไทยในครั้งนั้นว่า ต้องหยุด
ผลจากการระงับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บ่นดังๆ มาจากนอกประเทศ

"ใครๆ ก็อยากให้ผมกลับประเทศ มีแต่น้องสาวที่ไม่เห็นด้วย"

แต่เสียงบ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับแรงผลักดันจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการให้ช่วยเหลือผู้ต้องคดีจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเมื่อปี 2553 เดือนมีนาคม ปี 2556 นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง อดรนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจรวบรวม ส.ส. ยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย มีด้วยกัน 7 มาตรา มีเจตนาจะนิรโทษกรรมให้ผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองพ้นความผิด
ยกเว้นแกนนำและผู้สั่งการการดำเนินการของนายวรชัย เป็นไปตามความต้องการของแกนนำเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ท่ามกลางความเห็นพ้องจากสังคมที่อยากให้ "ชาวบ้าน" พ้นโทษ

แม้ในระยะแรก พรรคประชาธิปัตย์จะต้านสุดเหวี่ยง แต่ในที่สุดพรรคเพื่อไทยก็ผลักดันจนผ่านวาระที่ 1 เข้าสู่ขั้นการพิจารณาขั้นกรรมาธิการวาระที่ 2
การต่อสู้กันในตอนนั้น พรรคเพื่อไทยยังได้เปรียบกว่า เพราะร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่รวมถึงแกนนำม็อบและผู้สั่งการ
แต่แล้วจู่ๆ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานกรรมาธิการ ก็เสนอแปรญัตติเปลี่ยนข้อความสำคัญในมาตรา 3
โดยขยายกลุ่มผู้ได้รับการนิรโทษกรรมแบบเกินกว่าที่แสดงเจตนาไว้ในวาระ 1

นั่นคือ ผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นิรโทษกรรมให้กับคนทุกฝ่าย
รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี

หลังข่าวกระจายแพร่ กระแสต่อต้านก็กระหึ่มเมือง ทุกสายตาหวังว่าแกนนำพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีคำสั่งเบรก เพราะเหตุการณ์ย้อนกลับไปเหมือนเมื่อตอนเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง แต่ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับเปิดไฟเขียว โดยให้เหตุผลว่า หากนิรโทษกรรมเฉพาะกลุ่มจะขัดรัฐธรรมนูญ จึงต้องนิรโทษกรรมทั้งหมด  สุดซอย!

และเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยไฟเขียว รัฐบาลก็เดินสู่จุดจบ
น่าสงสัยว่า ทำไม น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยถึงมั่นใจที่จะผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการแปรญัตติ
เหมือนกับว่าแกนนำระดับสูงของพรรคเพื่อไทยได้รับสัญญาณบางอย่าง จึงมั่นใจถึงขนาดฝ่ากระแสต้าน ผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ที่กลายพันธุ์เป็น "สุดซอย"

ว่ากันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยากกลับประเทศยิ่งกว่าสิ่งใด
บรรดานักการเมืองที่เดินทางไปพบ และพยายามหาทางต่อสู้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ มักจะได้รับรางวัล

ตรงกันข้าม นักการเมืองคนใด พูดถึงสถานการณ์เชิงลบ คล้ายไม่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน นักการเมืองคนนั้นจะไม่ค่อยได้รับความสนใจนัก
คาดกันว่า พรรคเพื่อไทยคงได้รับสัญญาณแห่งความมั่นใจในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอยนี้เต็มที่
คล้ายกับว่า ถ้าสามารถผ่านรัฐสภามาได้ ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยแต่ที่ไหนได้ การณ์กลับเป็นว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะผลักดันจนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปได้ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556


สถานการณ์ของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยแทนที่จะดีขึ้น กลับกลายเป็นเลวร้าย

เลวร้ายเพราะตัดสินใจผิดพลาดเหมือนกับการยกขบวนเข้าไปในพื้นที่สังหาร

เดินเข้าสู่กับดัก เดินเข้าสู่หายนะ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1408112222
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่