ก่อนอื่นขออนุญาตถอด Log-in ครับ
วันนี้ขับรถกลับบ้านแล้วคิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆครับ
อยากจะ share เรื่องราวบางเรื่อง และขอคำแนะนำ จึงเป็นที่มาของกระทู้
ดราม่าชีวิตวัยรุ่นในวันนี้ครับ
เกริ่นนำ... ปัจจุบัน ผมอายุ 25 ปีครับ
ชีวิตครอบครับ ด้วยความที่คุณพ่อรับราชการ (รัฐวิสาหกิจ)
จึงย้ายจังหวัดค่อนข้างบ่อย ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทครับ
ตอนผมจะขึ้นมัธยม คุณพ่อก็วางมือแล้วกับมาอยู่บ้านเกิด
ที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ทำธุรกิจโรงแรม
ส่วนผมก็เรียนในรั้วโรงเรียนมัธยม เรียกได้ว่าอยู่นานที่สุด
เพราะก่อนหน้านี้ แป๊บๆ เดี๋ยวก็ย้าย อยู่ไม่เคยเกิน 2 ปี
ผมเรียนจนจบ ม.6 ครับ
สมัยมัธยมก็เกเร ไม่ใช่อันตพาล หรือเที่ยวกลางคืนนะครับ
คือขี้เกียจ ไม่ตั้งใจเรียน หนีเรียนบ่อย ประมาณนี้
เรียนแบบว่าติด 0 แก้ ร. กันสนุกเลย
แต่มาถึงจุดเปลี่ยนตอนช่วง ม.6
สมัยนั้นไม่มี entrance แล้วครับ มี O-NET/A-NET
แล้วก็สอบตรง // ผมก็สอบตรงติดหลายที่ซะด้วย
เช่น.. มอ. เอ๊ะ...สงสัยมั้ย สอบก็ตก ติดศูนย์เยอะแยะ
ทำไมถึงสอบตรงติด (ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกัน และยังงงๆ มาจนถึงทุกวันนี่)
พอเข้าสู่รั้วมหาลัย ผมก็เปลี่ยนแปลงตัวเองครับ จากที่ทุกคนตราหน้าว่า "โง่"
ก็ตั้งใจเรียน เทอมแรกเกรดไม่ค่อยสวยครับ 2 ต้นๆ
ก็ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ เป็น 2 ปลายๆ แล้วก็ขึ้น 3
เข้าสู่ชีวิตครอบครัวครัว ตอนเรียนอยู่ปี 2
พ่อแม่ หย่าร้างกัน ด้วยเหตุผลของคนสองคน
พ่อซึมเศร้ามาก จึงเป็นอีกเหตุผลนึงที่ผมทำให้พ่อยิ้มได้
ด้วยเกรด และผลสอบ ผมจึงพยายาม และทะเยอทะยาน
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พ่อมีความสุข
ผมยังไม่ทันจะขึ้นปี 3 โชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก....
คุณพ่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งสำไส้ระยะสุดท้าย
ช่วงที่คุณพ่อป่วย เข้ารับการรักษาที่ รพ.จุฬาฯ
ผมไปเฝ้าพ่อ ตอนเช้าก็นั่งมอไซค์รับจ้างมาเรียน
ไม่ไกลมาก ผมเรียนอยู่ที่ Comsci Rangnam ครับ
ช่วงสอบก็อ่านหนังสือกันที่ รพ. เลย
เรียกได้ว่าใช้ชีวิตอยู่ใน รพ.จุฬา หลายเดือนเลย
สนิทกับพี่ๆพยาบาลประจำตึก
ดึกๆไม่มีอะไรทำก็เดินเล่นใน รพ. น่ากลัวดีแหะ
ยังกับเป็นนิสิตจุฬาเลย
พออาการเริ่มไม่ดีขึ้น คุณพ่อขอกลับไปบ้านเกิด
หลังจากกลับไปได้ไม่ถึง 3 เดือน คุณพ่อก็จากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ
หลังจากพ่อจากไป หลายๆสิ่ง หลายๆอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป
ธุรกิจที่พ่อสร้างมา อาจะเป็นเพราะหลายหุ้นส่วน ทำให้ผมแทบไม่เหลืออะไร
หลังจากคุณพ่อก็จากไป คุณแม่ก็ดูแลผมต่อ ส่งเสียให้ผมเรียนจนจบ
ถ้าไม่มีคุณแม่ ผมคงไม่มีวันนี้
หลังจากเรียนจบ ผมก็ทำงาน 2 ปี ในบริษัทข้ามชาติ
ท่าจอดเรือ yacht และ real estates แห่งหนึ่งที่ภูเก็ต
ฝึกในสิ่งวิทยายุทธ์ด้านภาษา
ผมจบสาย it ครับ แต่ก็เรียนรู้ skill ด้าน sales & marketing
ควบคู่ไปด้วยจากชีวิตจริง นอกห้องเรียน และนอกตำราเรียน
อาจเป็นเพราะผมเบื่อสาย it และอยากเติบโตกว่านี้
(ไม่ได้หมายความว่าสายวาน it ไม่โตนะครับ)
ต้องขอบคุณ วท.บ.คอมพิวเตอร์ ที่สอนทักษะในการคิดวิเคราะห์
เชิง Logic และการวาง plan หรือ flow chart ต่างๆ
ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงในทุกๆสายอาชีพ
รวมทั้งสิ่งที่หล่อหลอมความเป็น programmer
ที่ทำให้คิดแบบเป็นขั้น เป็นตอน เป็นระบบ เป็น module
2 ปีให้หลัง หลังจากเก็บ skill ต่างๆ ก็ถึงเวลาเปลี่ยนงาน
สาเหตุหนึ่งก็เพราะต้องการกลับมาอยู่กับครอบครัว
ซึ่งเหลือแค่แม่ น้องชาย และคุณยาย
และอยากทำอะไรที่ท้าทาย ได้ลองวิชาที่เก็บ skill มา
การเปลี่ยนงานครั้งนี้ ไม่ได้เปลี่ยนแค่สถานที่
แต่เป็นการเปลี่ยนสายงาน มายังโรงงานขนาดกลาง
และไต่เต้าขึ้นมาเป็นระดับผู้บริหาร
ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด
โรงงานไม้แห่งหนึ่ง แถวๆมหาชัยครับ
โปรเจคล่าสุดที่จับมาคือประมาณ 10 mb
เงินเดือนก็ครึ่งแสนหน่อยๆ
ชีวิตที่ผ่านมาถึงจะไม่สมบูรณ์แบบ
แต่ส่วนตัวก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ
ในระดับที่พอใจ และคาดหวังไว้
ทั้งการเรียน ตำแหน่งหน้าที่การงาน และการเงิน
แต่มีอยู่อย่างนึง ที่ผมไม่เคยประสบความสำเร็จคือ
... "ความรัก"
ถ้าเลือกได้ ไม่อยากเป็นเกย์
ผมเคยลองคบกับผู้ ญ แล้วเคยมีอะไรกัน
แต่มันไม่ใช่อ่ะครับ มันฝืนความรู้สึก
พยายามจะเปลี่ยนหลายต่อหลายครั้ง
แต่มันทำไม่ได้สักที ไม่อยากหลอกตัวเอง
และไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจ
... มุมเล็กๆ ที่ไม่เคยบอกหรือเล่าให้ใครฟัง
... ไม่อยากปิดตัวเองอีกต่อไปแล้วครับ
... ในหัวมีแต่เรื่องงาน งาน งาน แล้วก็งาน
... ที่สำคัญ คือผมมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายๆคน
จึงทำให้ต้องเคร่งขรึม และวางท่าทางให้น่าเกรงขาม
... เคยเปยๆกับแม่ แม่ก็ถามว่าเปลี่ยนไม่ได้ใช่มั้ย
แม่เข้าใจ และแม่ก็บอกว่าถ้าเปลี่ยนไม่ได้ ก็ต้องหาเพื่อนสักคนนึง (แม่หมายถึง เพื่อนชาย)
อยู่เป็นโสดคนเดียวไม่ได้หรอก คนเราต้องมีคู่คิด และเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้เฝ้าไข้กัน ช่วยดูแลกัน
ผมซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ในใจผมก็รับรู้ว่าแม่คงผิดหวังกับลูกชายคนโตคนนี้
แต่อย่างว่าครับ ผมทำงานโรงงาน หันซ้าย หันขวาก็พม่า 555+
เลิกงานดึก กลับบ้านก็วางแผนงานต่อ
เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องถามครับ ผู้จัดการมืออาชีพไม่มีวันหยุดครับ
บางครั้งผมรับสายลูกน้องถึง 4-5 ทุ่มทุกคืน
เวลาหาแฟนไม่ต้องไปพูดถึง ไม่มีทาง
แถมที่เจ็บใจที่สุดคือ ใน fb มีแต่ผู้ ญ. add มาครับ
55555+ ทำไมว่ะ ดูไม่ออกหรอครับ ตลกตัวเอง
ผมไม่เก่งเรื่องความรักเลยครับ ยิ่งเป็นความรักแบบไม่เหมือนปกติซะด้วย
ขอตัวไปอาบน้ำก่อนครับ 3 ทุ่มจะครึ่งแล้ว
ถ้าไม่ผลอยหลับไปก่อน จะมา drama ต่อครับ
วันนี้เพิ่งขับรถกลับจากโรงงานตอนสองทุ่ม
ปกติเดินทางโดยเฉลี่ย 70 km ต่อวันครับเพลีย
ปล. จาก keywords บางคำ หลายๆคนคงพอเดาออก
ปล.2 ช่วงนี้ in กับ series hormones ครับ ทำให้อยากมีแฟน
หมายเหตุ: ขออนุญาต tag ห้องสยามสแคว์ นะครับ อายุ 25 ไม่รู้ยังพอจะเป็นวัยรุ่นตอนปลายได้มั้ย
ถ้าผลตอบรับดี ช่วงหน้าจะมาต่อเรื่องลับ ฉบับอดีตลูกเจ้าของกิจการ
"สัดส่วนผู้ถือหุ้น" "กรรมการผู้จัดการ" ทำยังไงไม่ให้เสียเปรียบ จนต้องเสียความเป็นลูกเจ้าของกิจการไป
ดราม่าชีวิตวัยรุ่น // 25 ปี // ผจก.โรงงาน // เกย์ //
วันนี้ขับรถกลับบ้านแล้วคิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆครับ
อยากจะ share เรื่องราวบางเรื่อง และขอคำแนะนำ จึงเป็นที่มาของกระทู้
ดราม่าชีวิตวัยรุ่นในวันนี้ครับ
เกริ่นนำ... ปัจจุบัน ผมอายุ 25 ปีครับ
ชีวิตครอบครับ ด้วยความที่คุณพ่อรับราชการ (รัฐวิสาหกิจ)
จึงย้ายจังหวัดค่อนข้างบ่อย ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทครับ
ตอนผมจะขึ้นมัธยม คุณพ่อก็วางมือแล้วกับมาอยู่บ้านเกิด
ที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ทำธุรกิจโรงแรม
ส่วนผมก็เรียนในรั้วโรงเรียนมัธยม เรียกได้ว่าอยู่นานที่สุด
เพราะก่อนหน้านี้ แป๊บๆ เดี๋ยวก็ย้าย อยู่ไม่เคยเกิน 2 ปี
ผมเรียนจนจบ ม.6 ครับ
สมัยมัธยมก็เกเร ไม่ใช่อันตพาล หรือเที่ยวกลางคืนนะครับ
คือขี้เกียจ ไม่ตั้งใจเรียน หนีเรียนบ่อย ประมาณนี้
เรียนแบบว่าติด 0 แก้ ร. กันสนุกเลย
แต่มาถึงจุดเปลี่ยนตอนช่วง ม.6
สมัยนั้นไม่มี entrance แล้วครับ มี O-NET/A-NET
แล้วก็สอบตรง // ผมก็สอบตรงติดหลายที่ซะด้วย
เช่น.. มอ. เอ๊ะ...สงสัยมั้ย สอบก็ตก ติดศูนย์เยอะแยะ
ทำไมถึงสอบตรงติด (ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกัน และยังงงๆ มาจนถึงทุกวันนี่)
พอเข้าสู่รั้วมหาลัย ผมก็เปลี่ยนแปลงตัวเองครับ จากที่ทุกคนตราหน้าว่า "โง่"
ก็ตั้งใจเรียน เทอมแรกเกรดไม่ค่อยสวยครับ 2 ต้นๆ
ก็ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ เป็น 2 ปลายๆ แล้วก็ขึ้น 3
เข้าสู่ชีวิตครอบครัวครัว ตอนเรียนอยู่ปี 2
พ่อแม่ หย่าร้างกัน ด้วยเหตุผลของคนสองคน
พ่อซึมเศร้ามาก จึงเป็นอีกเหตุผลนึงที่ผมทำให้พ่อยิ้มได้
ด้วยเกรด และผลสอบ ผมจึงพยายาม และทะเยอทะยาน
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พ่อมีความสุข
ผมยังไม่ทันจะขึ้นปี 3 โชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก....
คุณพ่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งสำไส้ระยะสุดท้าย
ช่วงที่คุณพ่อป่วย เข้ารับการรักษาที่ รพ.จุฬาฯ
ผมไปเฝ้าพ่อ ตอนเช้าก็นั่งมอไซค์รับจ้างมาเรียน
ไม่ไกลมาก ผมเรียนอยู่ที่ Comsci Rangnam ครับ
ช่วงสอบก็อ่านหนังสือกันที่ รพ. เลย
เรียกได้ว่าใช้ชีวิตอยู่ใน รพ.จุฬา หลายเดือนเลย
สนิทกับพี่ๆพยาบาลประจำตึก
ดึกๆไม่มีอะไรทำก็เดินเล่นใน รพ. น่ากลัวดีแหะ
ยังกับเป็นนิสิตจุฬาเลย
พออาการเริ่มไม่ดีขึ้น คุณพ่อขอกลับไปบ้านเกิด
หลังจากกลับไปได้ไม่ถึง 3 เดือน คุณพ่อก็จากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ
หลังจากพ่อจากไป หลายๆสิ่ง หลายๆอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป
ธุรกิจที่พ่อสร้างมา อาจะเป็นเพราะหลายหุ้นส่วน ทำให้ผมแทบไม่เหลืออะไร
หลังจากคุณพ่อก็จากไป คุณแม่ก็ดูแลผมต่อ ส่งเสียให้ผมเรียนจนจบ
ถ้าไม่มีคุณแม่ ผมคงไม่มีวันนี้
หลังจากเรียนจบ ผมก็ทำงาน 2 ปี ในบริษัทข้ามชาติ
ท่าจอดเรือ yacht และ real estates แห่งหนึ่งที่ภูเก็ต
ฝึกในสิ่งวิทยายุทธ์ด้านภาษา
ผมจบสาย it ครับ แต่ก็เรียนรู้ skill ด้าน sales & marketing
ควบคู่ไปด้วยจากชีวิตจริง นอกห้องเรียน และนอกตำราเรียน
อาจเป็นเพราะผมเบื่อสาย it และอยากเติบโตกว่านี้
(ไม่ได้หมายความว่าสายวาน it ไม่โตนะครับ)
ต้องขอบคุณ วท.บ.คอมพิวเตอร์ ที่สอนทักษะในการคิดวิเคราะห์
เชิง Logic และการวาง plan หรือ flow chart ต่างๆ
ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงในทุกๆสายอาชีพ
รวมทั้งสิ่งที่หล่อหลอมความเป็น programmer
ที่ทำให้คิดแบบเป็นขั้น เป็นตอน เป็นระบบ เป็น module
2 ปีให้หลัง หลังจากเก็บ skill ต่างๆ ก็ถึงเวลาเปลี่ยนงาน
สาเหตุหนึ่งก็เพราะต้องการกลับมาอยู่กับครอบครัว
ซึ่งเหลือแค่แม่ น้องชาย และคุณยาย
และอยากทำอะไรที่ท้าทาย ได้ลองวิชาที่เก็บ skill มา
การเปลี่ยนงานครั้งนี้ ไม่ได้เปลี่ยนแค่สถานที่
แต่เป็นการเปลี่ยนสายงาน มายังโรงงานขนาดกลาง
และไต่เต้าขึ้นมาเป็นระดับผู้บริหาร
ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด
โรงงานไม้แห่งหนึ่ง แถวๆมหาชัยครับ
โปรเจคล่าสุดที่จับมาคือประมาณ 10 mb
เงินเดือนก็ครึ่งแสนหน่อยๆ
ชีวิตที่ผ่านมาถึงจะไม่สมบูรณ์แบบ
แต่ส่วนตัวก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ
ในระดับที่พอใจ และคาดหวังไว้
ทั้งการเรียน ตำแหน่งหน้าที่การงาน และการเงิน
แต่มีอยู่อย่างนึง ที่ผมไม่เคยประสบความสำเร็จคือ
... "ความรัก"
ถ้าเลือกได้ ไม่อยากเป็นเกย์
ผมเคยลองคบกับผู้ ญ แล้วเคยมีอะไรกัน
แต่มันไม่ใช่อ่ะครับ มันฝืนความรู้สึก
พยายามจะเปลี่ยนหลายต่อหลายครั้ง
แต่มันทำไม่ได้สักที ไม่อยากหลอกตัวเอง
และไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจ
... มุมเล็กๆ ที่ไม่เคยบอกหรือเล่าให้ใครฟัง
... ไม่อยากปิดตัวเองอีกต่อไปแล้วครับ
... ในหัวมีแต่เรื่องงาน งาน งาน แล้วก็งาน
... ที่สำคัญ คือผมมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายๆคน
จึงทำให้ต้องเคร่งขรึม และวางท่าทางให้น่าเกรงขาม
... เคยเปยๆกับแม่ แม่ก็ถามว่าเปลี่ยนไม่ได้ใช่มั้ย
แม่เข้าใจ และแม่ก็บอกว่าถ้าเปลี่ยนไม่ได้ ก็ต้องหาเพื่อนสักคนนึง (แม่หมายถึง เพื่อนชาย)
อยู่เป็นโสดคนเดียวไม่ได้หรอก คนเราต้องมีคู่คิด และเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้เฝ้าไข้กัน ช่วยดูแลกัน
ผมซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ในใจผมก็รับรู้ว่าแม่คงผิดหวังกับลูกชายคนโตคนนี้
แต่อย่างว่าครับ ผมทำงานโรงงาน หันซ้าย หันขวาก็พม่า 555+
เลิกงานดึก กลับบ้านก็วางแผนงานต่อ
เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องถามครับ ผู้จัดการมืออาชีพไม่มีวันหยุดครับ
บางครั้งผมรับสายลูกน้องถึง 4-5 ทุ่มทุกคืน
เวลาหาแฟนไม่ต้องไปพูดถึง ไม่มีทาง
แถมที่เจ็บใจที่สุดคือ ใน fb มีแต่ผู้ ญ. add มาครับ
55555+ ทำไมว่ะ ดูไม่ออกหรอครับ ตลกตัวเอง
ผมไม่เก่งเรื่องความรักเลยครับ ยิ่งเป็นความรักแบบไม่เหมือนปกติซะด้วย
ขอตัวไปอาบน้ำก่อนครับ 3 ทุ่มจะครึ่งแล้ว
ถ้าไม่ผลอยหลับไปก่อน จะมา drama ต่อครับ
วันนี้เพิ่งขับรถกลับจากโรงงานตอนสองทุ่ม
ปกติเดินทางโดยเฉลี่ย 70 km ต่อวันครับเพลีย
ปล. จาก keywords บางคำ หลายๆคนคงพอเดาออก
ปล.2 ช่วงนี้ in กับ series hormones ครับ ทำให้อยากมีแฟน
หมายเหตุ: ขออนุญาต tag ห้องสยามสแคว์ นะครับ อายุ 25 ไม่รู้ยังพอจะเป็นวัยรุ่นตอนปลายได้มั้ย
ถ้าผลตอบรับดี ช่วงหน้าจะมาต่อเรื่องลับ ฉบับอดีตลูกเจ้าของกิจการ
"สัดส่วนผู้ถือหุ้น" "กรรมการผู้จัดการ" ทำยังไงไม่ให้เสียเปรียบ จนต้องเสียความเป็นลูกเจ้าของกิจการไป