วันนี้ไปขอวีซ่าจีนมาค่ะ เป็นประเภทท่องเที่ยว single entry แนบใบจองhostelแต่ละเมืองไว้หมด e-ticketด้วย
และเอกสารอื่นๆอีกครบ
แต่ๆๆๆๆๆๆ งงมากๆๆๆ เจ้าหน้าที่บอกห้วนๆว่าหนังสือรับรองการทำงานล่ะ
เราก็งง ถามไปว่าต้องใช้ด้วยหรอ ในเวบไซต์ไม่เห็นเขียนและอีกอย่างเพิ่งไปเที่ยวปักกิ่งเดือนเมษาฯที่ผ่านมาก็ไม่เห็นใช้เลย
เค้าให้เหตุผลงงมากๆว่า ก็คุณเขียนที่อยู่ที่ทำงานมา ถ้าเขียนที่อยู่ก็ต้องขอหนังสือรับรอง
เราเลยบอกไปว่าเราเป็นนักวิจัยกฎหมาย ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ เรารับงานวิจัยตอนนี้พร้อมกัน 3ที่ เลยเลือกเขียนไปที่หนึ่งไม่ให้ช่องมันว่าง
แต่เรารีบมาก ขอไม่ทันหรอกเพราะบินคืนวันเสาร์แล้ว
เค้าเลยบอกว่าไปกรอกแบบฟอร์มมาใหม่ ไม่ต้องใส่ชื่อนายจ้าง และให้เขียนเป็นฟรีแลนซ์
เราเลยถามว่าแล้วที่อยู่ล่ะ ให้กรอกว่าอะไร เค้าเงียบ เราเลยบอกว่าที่อยู่เราเองได้มั๊ย
เค้าบอกว่า ก็ได้มั๊ง (ตอบงี้มา เรางงหนักกว่าเดิมอีก)
พอเราไปกรอกเสร็จ กลับมาส่งให้เค้า เค้าดูไม่พอใจมากๆ พูดเสียงออกไม่พอใจใส่เราว่า "คราวหน้าอย่าทำอย่างงี้อีกนะ คราวนี้จะอนุโลมให้"
เรางงมากว่า แล้วเราทำอะไรผิด
ไม่รู้ว่าจะผ่านมั๊ย แต่ในเล่มพาสปอร์ตเรามีทั้งวีซ่าจีน และวีซ่าเชงเก้นอยู่
ขอวีซ่าท่องเที่ยวจีน เจ้าหน้าที่ขอหนังสือรับรองการทำงานด้วย
และเอกสารอื่นๆอีกครบ
แต่ๆๆๆๆๆๆ งงมากๆๆๆ เจ้าหน้าที่บอกห้วนๆว่าหนังสือรับรองการทำงานล่ะ
เราก็งง ถามไปว่าต้องใช้ด้วยหรอ ในเวบไซต์ไม่เห็นเขียนและอีกอย่างเพิ่งไปเที่ยวปักกิ่งเดือนเมษาฯที่ผ่านมาก็ไม่เห็นใช้เลย
เค้าให้เหตุผลงงมากๆว่า ก็คุณเขียนที่อยู่ที่ทำงานมา ถ้าเขียนที่อยู่ก็ต้องขอหนังสือรับรอง
เราเลยบอกไปว่าเราเป็นนักวิจัยกฎหมาย ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ เรารับงานวิจัยตอนนี้พร้อมกัน 3ที่ เลยเลือกเขียนไปที่หนึ่งไม่ให้ช่องมันว่าง
แต่เรารีบมาก ขอไม่ทันหรอกเพราะบินคืนวันเสาร์แล้ว
เค้าเลยบอกว่าไปกรอกแบบฟอร์มมาใหม่ ไม่ต้องใส่ชื่อนายจ้าง และให้เขียนเป็นฟรีแลนซ์
เราเลยถามว่าแล้วที่อยู่ล่ะ ให้กรอกว่าอะไร เค้าเงียบ เราเลยบอกว่าที่อยู่เราเองได้มั๊ย
เค้าบอกว่า ก็ได้มั๊ง (ตอบงี้มา เรางงหนักกว่าเดิมอีก)
พอเราไปกรอกเสร็จ กลับมาส่งให้เค้า เค้าดูไม่พอใจมากๆ พูดเสียงออกไม่พอใจใส่เราว่า "คราวหน้าอย่าทำอย่างงี้อีกนะ คราวนี้จะอนุโลมให้"
เรางงมากว่า แล้วเราทำอะไรผิด
ไม่รู้ว่าจะผ่านมั๊ย แต่ในเล่มพาสปอร์ตเรามีทั้งวีซ่าจีน และวีซ่าเชงเก้นอยู่