คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 17
เราโดนคำพูดเดียวกันกับ จขกท. เลย
พี่เขาสปอนเซอร์เราที่หอสมุดของมหาลัย เราไม่เข้าใจจริงๆทำไมปล่อยให้คนนอกมหาลัยมาทำแบบนี้ได้
ส่วนใหญ่พี่เขาเลือกสปอนเซอร์คนที่นั่งอยู่หอสมุดคนเดียว เพราะสามารถโน้มน้าวใจได้ง่าย ไม่มีเพื่อนคอยช่วยค้าน
ระหว่างที่สปอนเซอร์ พี่เขาจะบอกว่าดาราคนนี้ก็ทำ พี่ที่เรียนที่นี่เขาก็เคยทำมาแล้ว แต่หารู้ไม่ว่ากว่าที่เขามาถึงจุดๆนี้ได้ เครือข่ายที่อยู่ในมือเขาเป็นแสนคน พอสปอนเสร็จเขา เขาก็ถามเราว่า เราว่ามั๊ยคืนนี้ จะชวนเราไปcenter เราก็ปฎิเสธไป เพราะเราไม่รู้จักเขา เขาก็บอกว่าเพื่อนที่มอไปกัน30 คน มีคนที่เรียนคณะเราอีกไม่ต้องกังวล เราก็ตอบรับไปตัดปัญหา พี่เค้าก็ให้แผ่นCD เกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจนี้มาเล่าประสบการณ์ วันนั้นเราหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ทันที คนมองว่าก็บอกว่าไม่ดี หลอนลวง เราก็อยากรู้ว่าไม่ดียังไง ใจจริงเราก็อยากหาประสบการณ์ ว่ามันเป็นยังไง วันนั้น เราก็ปฎิเสธไปว่าเราไม่ไปcenterแล้วเพราะเราติดเรียนเลิกดึก พี่เขาบอกว่ารอได้ จนเราบอกว่าไม่สะดวกจริงๆ หลังจากที่เจอพี่เขา พี่เขาติดต่อเราทางไลน์ตลอด คุยเป็นกันเองมาก เหมือนทำให้เราเชื่อใจ สัปดาห์เขาก็ชวนเราไปcenter อีก เราก็ดูข้อใลจากเน็ตว่ามันมีจริงมั๊ย บวกกับเพื่อนเราก็ไปด้วย ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร คนที่ไปก็มีนศ.แพทย์ ด้วยไปกันหลายคน
ไปที่นั้นเหมือนลัทธิจริงๆ ทุกคนมีแนวคิดเหมือนกันหมด เราก็ตัดสินใจสมัครสมาชิก แล้วคนสมัครสมาชิกต่อจากเราก็อยู่ในสายเดียวกับเรา ถ้าเขาทำยอดได้ เราก็มีผลประโยชน์ด้วย แล้วเราเองต้องทำยอดเหมือนกันและต้องหาเพื่อนมาอยู่ในกลุ่ม สัปดาห์แรกที่เป็นสมาชิกเขาให้เราฝึกสปอนและเขียนแผนธุรกิจ สัปดาห์ที่สองเราก็มานั่งฟังสรรพคุณของสินค้าแต่ละตัว จนถึงเที่ยงคืน แล้วให้เราเขียนรายชื่อเพื่อนที่สนิทมา แล้วบอกว่าให้เราชักชวนเพื่อนเหล่านี้ มาที่นี่ แล้วพี่เขาจะสปอนให้ ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว เขายังบอกว่าให้ชวนเพื่อนมาซื้อสินค้า ถ้าเราได้แต้มเท่านี้ เราจะได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไงต้องชวนเพื่อนมาcenter ก่อน ถ้าเพื่อนสมาชิกได้ เราได้ทั้งคนและยอด ตอนนั้นเราอยากถอยมาก เราใช้มิตรภาพระหว่างเพื่อน เอามาทำเป็นผลประโยชน์ต่อตัวเองไม่ได้หรอก เขาก็บอกว่าเพื่อนก็ได้ประโยชน์ด้วยนะ เราก็ได้ประโยชน์แถมช่วยเพื่อนให้รวยด้วย เราก็เริ่มไม่ไว้แหละ ถอยแล้ว ตั้งแต่เราอยู่ในกลุ่มธุรกิจนี้มา เราปิดบังพ่อมาตลอด พ่อเราโทรมาหาเราตลอด ถามว่าเรากลับหอหรือยัง เราก็บอกว่าอยู่หอสมุด ซึ่งก็เป็นความจริง แต่อ้างไม่ว่าคุยเรื่องงานกลุ่ม ทำการบ้านบ้าง พอวันเสาร์เรากลับบ้าน พ่อก็ถามว่าเราทำไมไม่กลับหอ เราก็บอกพ่อไปว่าเราเข้าชมรม ที่ทำให้ตัวเองมีอิสรภาพทางการเงินภายใน4 ปี พ่อเรารู้เลยว่าเราเข้าธุรกิจเครือข่าย เราทั้งละอายใจ ทั้งชีวิตเราไม่เคยโกหกพ่อเลย พ่อบอกให้เราเลิก พ่อบอกว่าไม่อยากให้เราเสียการเรียน จริงๆเราก็จะเลิกอยู่แล้ว ทีนี้เราก็ไลน์ไปบอกเขาไปว่าเราจะเลิก อ้างพ่อบ้าง เขาก็โทรตามตื้อเราตลอด ให้ดูcd บ้าง ให้อ่านหนังสือบ้าง
ให้เราไปcenter อีก เราก็ไม่ไปเลย ไม่รับโทรศัพท์ ช่วงนั้นเราไม่เข้าหอสมุด ตื้อมา2สัปดาห์ก็เลิก
ประสบการณ์ที่2 เป็นของธุรกิจE___ เขาก็สปอนเรา แต่ประสบการณ์ยังด้อยกว่าธุรกิจเครือข่ายA___มากกกก ฟังแล้วไปเคลิ้มเลย คนที่มาพูดเป็นพี่ที่จบจากมหาลัยนี้ เลยเข้าออกในได้สะดวก เขาชวนเราเล่นเกมกระแสเงิน พี่เขาจะนัดเราไป เขาขอไลน์เรา เราก็ให้idมั่วไป
เจอมา2เคสแล้ว จากประสบการณ์เขาจะชวนเราเมื่อนั่งอยู่คนเดียว จะมากัน2คน อีกคนช่วยบัง อีกคนสปอน คนสปอนจะพูดเก่งมาก มีจิตวิทยาในการพูด พูดไม่เคยพลาดเลย จะหาวิธีพาเราไปcenter ให้ได้ นศ.โดนกันเยอะ นศ.ทำสำเร็จมีตังค์เงินก็มี ส่งตัวเองเรียนจบก็มี อยากให้คนคิดที่จะทำธุรกิจนี้ศึกษาข้อดีข้อเสียเยอะๆ
อย่าหลงไปกับคำพูดเขา ถ้าเราไม่มีผลประโยชน์ต่อเขาจริงๆ เขาจะมายุ่งกับเราทำไม
ขอใช้กระทู้นี้แชร์ประสบการณ์นะคะ จขกท.
พี่เขาสปอนเซอร์เราที่หอสมุดของมหาลัย เราไม่เข้าใจจริงๆทำไมปล่อยให้คนนอกมหาลัยมาทำแบบนี้ได้
ส่วนใหญ่พี่เขาเลือกสปอนเซอร์คนที่นั่งอยู่หอสมุดคนเดียว เพราะสามารถโน้มน้าวใจได้ง่าย ไม่มีเพื่อนคอยช่วยค้าน
ระหว่างที่สปอนเซอร์ พี่เขาจะบอกว่าดาราคนนี้ก็ทำ พี่ที่เรียนที่นี่เขาก็เคยทำมาแล้ว แต่หารู้ไม่ว่ากว่าที่เขามาถึงจุดๆนี้ได้ เครือข่ายที่อยู่ในมือเขาเป็นแสนคน พอสปอนเสร็จเขา เขาก็ถามเราว่า เราว่ามั๊ยคืนนี้ จะชวนเราไปcenter เราก็ปฎิเสธไป เพราะเราไม่รู้จักเขา เขาก็บอกว่าเพื่อนที่มอไปกัน30 คน มีคนที่เรียนคณะเราอีกไม่ต้องกังวล เราก็ตอบรับไปตัดปัญหา พี่เค้าก็ให้แผ่นCD เกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจนี้มาเล่าประสบการณ์ วันนั้นเราหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ทันที คนมองว่าก็บอกว่าไม่ดี หลอนลวง เราก็อยากรู้ว่าไม่ดียังไง ใจจริงเราก็อยากหาประสบการณ์ ว่ามันเป็นยังไง วันนั้น เราก็ปฎิเสธไปว่าเราไม่ไปcenterแล้วเพราะเราติดเรียนเลิกดึก พี่เขาบอกว่ารอได้ จนเราบอกว่าไม่สะดวกจริงๆ หลังจากที่เจอพี่เขา พี่เขาติดต่อเราทางไลน์ตลอด คุยเป็นกันเองมาก เหมือนทำให้เราเชื่อใจ สัปดาห์เขาก็ชวนเราไปcenter อีก เราก็ดูข้อใลจากเน็ตว่ามันมีจริงมั๊ย บวกกับเพื่อนเราก็ไปด้วย ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร คนที่ไปก็มีนศ.แพทย์ ด้วยไปกันหลายคน
ไปที่นั้นเหมือนลัทธิจริงๆ ทุกคนมีแนวคิดเหมือนกันหมด เราก็ตัดสินใจสมัครสมาชิก แล้วคนสมัครสมาชิกต่อจากเราก็อยู่ในสายเดียวกับเรา ถ้าเขาทำยอดได้ เราก็มีผลประโยชน์ด้วย แล้วเราเองต้องทำยอดเหมือนกันและต้องหาเพื่อนมาอยู่ในกลุ่ม สัปดาห์แรกที่เป็นสมาชิกเขาให้เราฝึกสปอนและเขียนแผนธุรกิจ สัปดาห์ที่สองเราก็มานั่งฟังสรรพคุณของสินค้าแต่ละตัว จนถึงเที่ยงคืน แล้วให้เราเขียนรายชื่อเพื่อนที่สนิทมา แล้วบอกว่าให้เราชักชวนเพื่อนเหล่านี้ มาที่นี่ แล้วพี่เขาจะสปอนให้ ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว เขายังบอกว่าให้ชวนเพื่อนมาซื้อสินค้า ถ้าเราได้แต้มเท่านี้ เราจะได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไงต้องชวนเพื่อนมาcenter ก่อน ถ้าเพื่อนสมาชิกได้ เราได้ทั้งคนและยอด ตอนนั้นเราอยากถอยมาก เราใช้มิตรภาพระหว่างเพื่อน เอามาทำเป็นผลประโยชน์ต่อตัวเองไม่ได้หรอก เขาก็บอกว่าเพื่อนก็ได้ประโยชน์ด้วยนะ เราก็ได้ประโยชน์แถมช่วยเพื่อนให้รวยด้วย เราก็เริ่มไม่ไว้แหละ ถอยแล้ว ตั้งแต่เราอยู่ในกลุ่มธุรกิจนี้มา เราปิดบังพ่อมาตลอด พ่อเราโทรมาหาเราตลอด ถามว่าเรากลับหอหรือยัง เราก็บอกว่าอยู่หอสมุด ซึ่งก็เป็นความจริง แต่อ้างไม่ว่าคุยเรื่องงานกลุ่ม ทำการบ้านบ้าง พอวันเสาร์เรากลับบ้าน พ่อก็ถามว่าเราทำไมไม่กลับหอ เราก็บอกพ่อไปว่าเราเข้าชมรม ที่ทำให้ตัวเองมีอิสรภาพทางการเงินภายใน4 ปี พ่อเรารู้เลยว่าเราเข้าธุรกิจเครือข่าย เราทั้งละอายใจ ทั้งชีวิตเราไม่เคยโกหกพ่อเลย พ่อบอกให้เราเลิก พ่อบอกว่าไม่อยากให้เราเสียการเรียน จริงๆเราก็จะเลิกอยู่แล้ว ทีนี้เราก็ไลน์ไปบอกเขาไปว่าเราจะเลิก อ้างพ่อบ้าง เขาก็โทรตามตื้อเราตลอด ให้ดูcd บ้าง ให้อ่านหนังสือบ้าง
ให้เราไปcenter อีก เราก็ไม่ไปเลย ไม่รับโทรศัพท์ ช่วงนั้นเราไม่เข้าหอสมุด ตื้อมา2สัปดาห์ก็เลิก
ประสบการณ์ที่2 เป็นของธุรกิจE___ เขาก็สปอนเรา แต่ประสบการณ์ยังด้อยกว่าธุรกิจเครือข่ายA___มากกกก ฟังแล้วไปเคลิ้มเลย คนที่มาพูดเป็นพี่ที่จบจากมหาลัยนี้ เลยเข้าออกในได้สะดวก เขาชวนเราเล่นเกมกระแสเงิน พี่เขาจะนัดเราไป เขาขอไลน์เรา เราก็ให้idมั่วไป
เจอมา2เคสแล้ว จากประสบการณ์เขาจะชวนเราเมื่อนั่งอยู่คนเดียว จะมากัน2คน อีกคนช่วยบัง อีกคนสปอน คนสปอนจะพูดเก่งมาก มีจิตวิทยาในการพูด พูดไม่เคยพลาดเลย จะหาวิธีพาเราไปcenter ให้ได้ นศ.โดนกันเยอะ นศ.ทำสำเร็จมีตังค์เงินก็มี ส่งตัวเองเรียนจบก็มี อยากให้คนคิดที่จะทำธุรกิจนี้ศึกษาข้อดีข้อเสียเยอะๆ
อย่าหลงไปกับคำพูดเขา ถ้าเราไม่มีผลประโยชน์ต่อเขาจริงๆ เขาจะมายุ่งกับเราทำไม
ขอใช้กระทู้นี้แชร์ประสบการณ์นะคะ จขกท.
แสดงความคิดเห็น
ธุรกิจลูกโซ่ ผมกับ Herballife และการกลับมาอีกครั้ง กับ Unicity ของเพื่อนผม (negative)
"สวัสดีครับ"
"น้องใช่...หรือเปล่าค่ะ"
"ใช่ครับ"
"วันนี้พี่มีโอกาสจะมาเสนอค่ะ พอจะมีเวลาไหมค่ะ" ...
จากนั้นมันก็เริ่มต้นขึ้น วิธีการของเขาก็คือการชักจูงคน โน้มน้าวจิตใจ นำเงินมาล่อ และได้เปลี่ยนผมให้การเป็นทหารอีกคนของบริษัท
ทั้งการลงทุนในขั้นแรก "จริงๆ ค่าสมัครเนี่ยพี่จ่ายให้น้องได้น่ะค่ะ แต่พี่อยากให้น้องรู้ถึงการลงทุนเพื่อได้อะไรกลับมา"
ต้องเข้าไปศึกษากับทางบริษัทแม่ "น้อง... วันนี้พอจะว่างไหม พอดีอยากให้เข้ามาที่.... วันนี้มีคนที่ประสบความสำเร็จจะมาแชร์ประสบการณ์ มาแชร์ความฝันกัน ถ้าสะดวกก็..."
ทั้งการรักษายอดทั้งการหาคน ผมก็ทำอยู่ซักพักคิดว่ามันไม่ใช่ นี่มันแย่ยิ่งกว่าการขายสินค้าอีก อย่างน้อยซื้อมาขายไปยังไง ผู้ซื้อก็ได้สิ่งของ แต่นี่เหมือนเป็นการเอาเงินมาโปรยๆ ไว้ข้างหน้าไกล และข้างหน้าก็มีด่านผ่านทางที่ต้องใช้ทั้งเงิน ความเห็นแก่ตัว ต้องทิ้งเพื่อน ทิ้งความสุขไป เพื่อไปอยู่ในสิ่งที่ตั้งไว้ หลอกให้คนอื่นมาทำงานให้ แล้วหลอกตัวเองว่าเขาเป็น partner ...