หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ตำรวจถ่ายภาพจริง จับจริง คุย-แชท ขณะขับ พร้อมส่งหมายถึงบ้าน(แน่ๆๆ)
กระทู้ข่าว
การจราจร
การป้องกันอุบัติเหตุ
กฎหมายชาวบ้าน
การจับกุมผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำความผิดใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย หรือเล่นแชทเล่นไลน์ หรือดูข้อมูลอินเตอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเริ่มวันนี้ (5 ส.ค.) เป็นวันแรก โดยในเฟสบุ๊ค บก.02 ได้โพสต์ภาพตำรวจใช้กล้อง DSLR ออกถ่ายภาพผู้ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถบนท้องถนน ซึ่งสามารถถ่ายภาพการกระทำผิดกฎหมายเป็นหลักฐาน และออกใบสั่งพร้อมหมายไปดำเนินคดีถึงบ้านพัก โดยมีข้อความระบุว่า "ท่านแชตแล้วขับ ตำรวจแชะแล้วจับถึงบ้านพัก"
ซึ่งรวมถึง การโทรหรือแชตขณะขับขี่รถ ตำรวจจราจรก็ถ่ายและส่งภาพพร้อมหมายใบสั่งไปจับถึงบ้านพัก
ตามกฎหมาย ห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถ เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่ 8 พฤษภาคม 2551 มีมา 6 ปีแล้ว ปรากฎว่ามีผู้ฝ่าฝืนกันจำนวนมาก ต่อมามีระบบ chat ทางโทรศัพท์เพิ่มขึ้นมาอีก ผู้ขับขี่รถบางคนก็ใช้โทรศัพท์ทั้งโทรทั้งแชตบนท้องถนน ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรและอันตรายบนท้องถนนจำนวนมาก คนฝ่าฝืนบางคนติดฟิลม์รถหนาทึบ บางคนแชตไปขับไปวิ่งผ่านตำรวจไปแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ตำรวจจราจรซึ่งมีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยของคนในสังคม ต้องทำการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเหล่านี้ และด้วยข้อจำกัดในการจับกุม จึงต้องหามาตรการในการจัดการกับคนกระทำผิดที่ โทร แชต แล้วมาขับขี่รถ โดยการใช้ตำรวจชุดกล้อง DSLR ออกถ่ายภาพผู้ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถ บนท้องถนน ซึ่งสามารถถ่ายภาพการกระทำผิดกฎหมายเป็นหลักฐานอย่างชัดเจน และออกใบสั่งพร้อมหมายไปดำเนินคดีถึงบ้านพัก
http://www.js100.com/en/site/news/view/4378
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ภาระการพิสูจน์,
ในทางปฏิบัติ "ภาระการพิสูจน์" (Burden of Proof) ควรตกอยู่ที่เจ้าหน้าที่รัฐผู้กล่าวหา แต่ระบบปัจจุบันกลับผลักภาระนี้มาให้ประชาชน ทำให้ต้องเสียทั้ง เวลา (ลางาน, เดินทาง) และ ค่าใช้จ่าย เพื่อไป
สมาชิกหมายเลข 3734818
ขี่มอเตอร์ไซด์ไป เล่นมือถือไป ถือว่าผิดกฎหมายมั้ยครับ? ตำรวจสามารถจับกุมได้หรือไม่ครับ?
ขี่มอเตอร์ไซด์ไป เล่นมือถือไป ถือว่าผิดกฎหมายมั้ยครับ? ตำรวจสามารถจับกุมได้หรือไม่ครับ? ระยะนี้ผมเจอบ่อยมากๆ บางทีก็เซซ้าย-ขวา จะมาเบียดคันข้างๆบ้าง ผมเองก็เคยเกือบโดน (ขี่มอไซด์เหมือนกัน) มีสมาชิกท่า
prawit_wit
ร่วมต้าน! ตั้งด่านจราจรกินเปอร์เซ็นต์ ชี้ควรเน้นปรามอาชญากรรม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะในการเดินทาง เวลาเห็นด่านตรวจ เชื่อว่าทุกครั้งคงมีความรู้สึกหวั่นวิตกและระแวงอยู่ในใจ ว่าวันนี้อาจจะโดนเรียกไม่ด้วยข้อหาใดก็ข้อหาหนึ่ง? ปัญหาการตั้งด่านกลายเ
สมาชิกหมายเลข 1338148
ท่านแชตแล้วขับ ตำรวจแชะแล้วจับถึงบ้านพัก
"ท่านแชตแล้วขับ ตำรวจแชะแล้วจับถึงบ้านพัก" หากทำการโทรหรือแชตขณะขับขี่รถ ตำรวจจราจรก็ถ่ายแชะส่งภาพพร้อมหมายใบสั่งไปจับถึงบ้านพัก โดยกฎหมาย ห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถ เริ่มบังคับใช้มาตั้งแ
สมาชิกหมายเลข 1542621
"ขาแชท" ระวัง! การใช้ "สแตนดี้วางมือถือ" แชทในรถ ผิดกฎหมาย!
จากมติชนออนไลน์ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) เปิดเผยว่า การใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่นๆโดยใช้แอพลิเคชั่นแชทต่างๆ ในขณะขับรถ โดยเฉพาะการใช้ "สแตนดี้วางโทรศัพท์มื
สาวเหนือเซาะกิ๋น
โดนรถตัดหน้าแต่ตำรวจบอกเราเป็นฝ่ายผิด
ผมขับมอไซค์โดนรถมอไซค์ด้วยกันที่ออกมาจากช่องรถติดตัดหน้า พอไปถึง สน. ตำรวจบอกผมผิด เพราะผมขับแซงเลนขวาขึ้นมา แต่รถคนที่ออกมาก็ไม่ดูรถเหมือนกัน และกล้องวงจรปิดตรงนั้นก็ไม่มี ด้วยความกดดันตอนนั้นทำให้ผม
สมาชิกหมายเลข 1430464
ใบสั่ง
ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ผมโดนใบสั่ง 3,000 บาท อันนี้เเพงเกินไปมั้ย ลดได้มั้ย -ไม่มีใบขับขี่ -ไม่ติดแผ่นป้าย -ไม่เเสดงสำเนา ขอถามเป็นความรู้แรงเกินไปมั้ย
สมาชิกหมายเลข 9053798
(18+) น้องสาวมีโหนกนูนเกินไปมาก มีวิธีแก้มั้ยคะ
ไม่รู้ว่าถามแบบนี้ในพันทิปได้มั้ย+ต้องติดแท็กอะไร แต่ไม่รู้จะไปถามที่ไหนแล้วค่ะTT คือเราเป็นคนชอบแต่งตัวมากๆ ชอบพวกกระโปรงไหมพรมเอย เดรสเข้ารูปเอย หรือพวกเสื้อผ้าที่จะเข้ารูปร่างเห็นรูปทรง(ไม่ถึ
สมาชิกหมายเลข 3482580
นครบาลฮึด กวาดล้างรถตู้-แท็กซี่ จอดซ้อนป้ายรถเมล์ เริ่ม 21 ต.ค.นี้
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก พลตำรวจตรีนิพนธ์ เจริญผล นครบาลเอาจริง ตั้งคณะทำงานจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดจริงจังไม่มีละเว้น โดยให้เริ่มปฏิบัติวันที่ 21 ตุ
วินซะอย่าง
รวบสาวใหญ่ ขับรถสวมทะเบียน วิ่งผ่าน M-Flow เกือบร้อยครั้ง
จากกรณี นางสิริกร อายุ 62 ปี ได้ไปลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน ที่ สภ.เมืองลพบุรี หลังได้รับหนังสือเรียกให้ชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางพร้อมค่าปรับ กรณีใช้รถยนต์
<SportivO>
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การจราจร
การป้องกันอุบัติเหตุ
กฎหมายชาวบ้าน
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ตำรวจถ่ายภาพจริง จับจริง คุย-แชท ขณะขับ พร้อมส่งหมายถึงบ้าน(แน่ๆๆ)
การจับกุมผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำความผิดใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย หรือเล่นแชทเล่นไลน์ หรือดูข้อมูลอินเตอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเริ่มวันนี้ (5 ส.ค.) เป็นวันแรก โดยในเฟสบุ๊ค บก.02 ได้โพสต์ภาพตำรวจใช้กล้อง DSLR ออกถ่ายภาพผู้ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถบนท้องถนน ซึ่งสามารถถ่ายภาพการกระทำผิดกฎหมายเป็นหลักฐาน และออกใบสั่งพร้อมหมายไปดำเนินคดีถึงบ้านพัก โดยมีข้อความระบุว่า "ท่านแชตแล้วขับ ตำรวจแชะแล้วจับถึงบ้านพัก"
ซึ่งรวมถึง การโทรหรือแชตขณะขับขี่รถ ตำรวจจราจรก็ถ่ายและส่งภาพพร้อมหมายใบสั่งไปจับถึงบ้านพัก
ตามกฎหมาย ห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถ เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่ 8 พฤษภาคม 2551 มีมา 6 ปีแล้ว ปรากฎว่ามีผู้ฝ่าฝืนกันจำนวนมาก ต่อมามีระบบ chat ทางโทรศัพท์เพิ่มขึ้นมาอีก ผู้ขับขี่รถบางคนก็ใช้โทรศัพท์ทั้งโทรทั้งแชตบนท้องถนน ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรและอันตรายบนท้องถนนจำนวนมาก คนฝ่าฝืนบางคนติดฟิลม์รถหนาทึบ บางคนแชตไปขับไปวิ่งผ่านตำรวจไปแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ตำรวจจราจรซึ่งมีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยของคนในสังคม ต้องทำการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเหล่านี้ และด้วยข้อจำกัดในการจับกุม จึงต้องหามาตรการในการจัดการกับคนกระทำผิดที่ โทร แชต แล้วมาขับขี่รถ โดยการใช้ตำรวจชุดกล้อง DSLR ออกถ่ายภาพผู้ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถ บนท้องถนน ซึ่งสามารถถ่ายภาพการกระทำผิดกฎหมายเป็นหลักฐานอย่างชัดเจน และออกใบสั่งพร้อมหมายไปดำเนินคดีถึงบ้านพัก
http://www.js100.com/en/site/news/view/4378