ขอแชร์ประสบการณ์ความประมาทของเราเอง และขั้นตอนปฏิบัติงานของร.พ.รัฐบาล

กระทู้สนทนา


              ขอแชร์เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกสาวเราค่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อวานนี้ฝนตกตอนเย็นเราเลิกงานขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับลูกที่ฝากเค้าเลี้ยงไว้แล้วเอาลูกนั่งที่เบาะเด็ก พอถึงหน้าบ้านเราก็รีบร้อน เพราะกลัวลูกจะเปียกฝนทำให้ตั้งขาตั้งไม่สุด อันนี้เป็นความผิด และประมาทของเราเอง (แม่ขอโทษนะลูกที่ทำให้ลูกเจ็บ)  เมื่อเรากำลังจะปล่อยรถปรากฏว่ารถมันล้มไปด้านข้างพร้อมกับเราและลูก พอล้มไปเสร็จตัวเราไม่เป็นไรเราลูกเราก็หัวไม่ฝาดพื้นเพราะเรายังประคองเค้า และโชคดีที่รถค่อยๆ ล้ม แต่ที่โชคร้ายคือเล็บลูกหลุดออกมาแต่หลุดไม่หมด น่าจะเกิดจากที่ลูกเราจับก้านกระจกรถแล้วรถมันล้มไปโดนคอนกรีต เราเลยรีบพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านระยะทางไปถึงไปเกิน 10 นาที
                
                    เราไปถึงโรงพยาบาลตอน 18.10 น. ไปติดต่อจุดคัดกรองเจ้าหน้าที่ก็ซักถามว่าไปโดนอะไรมา เราก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังเสร็จแล้วก็ให้น้าข้างบ้านที่มาด้วยไปทำบัตรให้ เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็ให้เรารอเรียกเพื่อให้หมอตรวจ   และพอเจ้าหน้าที่เรียกให้เข้าไปพบหมอในห้องฉุกเฉินก็พบว่าหมอเป็นหมอหนุ่มอายุไม่เกิน 35 แน่นอน อันนี้ดูจากความแก่จากตัวเราค่ะ อิอิ เค้ากำลังนั่งกินขนมอยู่ค่ะ นั่งคู่กลับหมอผู้หญิงอีกคนนึง อายุไล่เลี่ยกันค่ะ เราก็เดินเข้าไปหาหมอก็กินขนมใกล้หมดแล้ว แล้วบอกเราว่ารอสักนะครับ เราก็ตอบค่ะ (ในใจคิดว่าหมอไม่ได้ยินเสียงลูกเราร้องเหรอค่ะ ร้องตลอดตั้งแต่มาแล้วยังไม่ได้หยุดเลยค่ะ ) พอหมอกินขนมเรียบร้อยแล้วก็สอบถามว่าน้องไปโดนอะไรมา ถามว่าหัวฝาดพื้นไหม  เราก็ตอบว่าหัวไม่ฝาดพื้นค่ะ ส่วนอื่นๆ ก็ไม่มีแผล มีแต่ที่นิ้วมือค่ะที่เล็บหลุดและก็มีแผลถลอกค่ะ หมอถามว่ากระดูกมือหักไหม (คิดในใจชั้นจะรู้ได้ไงอ่ะ)  แต่เท่าที่ดูน้องขยับนิ้วได้งอนิ้วกำมือได้อันนี้คือไม่หักใช่ไหมค่ะ ขอถามผู้รู้หน่อยค่ะ เบื้องต้นของการดูว่ากระดูกหักไม่หัก อันนี้คิดว่าหมอน่าจะดูออกหรือเปล่า แต่หมอก็ให้ไปเอ็กซเรย์ค่ะ  จาก 18.10 น. ตอนนี้เวลา 18.35 น.แล้วค่ะลูกเราก็ยังร้องต่อไป รอเรียกไปเอ็กซเรย์
    พอถึงคิวเรียกเอ็กซเรย์ เจ้าหน้าที่บอกให้เราจับมือน้องแบมือ 2 ข้างวางไปบนเบาะแต่ลูกเราไม่ยอมแบมือข้างที่เจ็บร้องไม่ยอมอย่างเดียว ลูกเราก็น่าจะตกใจด้วย หิวนมด้วยเลยยิ่งไม่ให้ความร่วมมือนานกว่าจะได้เอ็กซเรย์แบบข้างนึงแบ ข้างนึงกึ่งๆ แบ แบบแบไม่เต็มค่ะ อันเจ้าหน้าที่บอกเดี๋ยวรอให้หมอดูก่อนนะคะ ว่าใช้ได้ไหม(คิดในใจก็ลูกชั้นเจ็บร้องเสียงดังจะตายอยู่แล้วนี่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีใครมาทำแผลให้ลูกชั้นเลย มาล้างแผลก่อนก็ยังดีนะ ถ้าจะเอ็กซเรย์ก็ยังไม่ต้องพันผ้า แต่ล้างแผลก่อนคงไม่เป็นไรมั้ง)
                   หลังจากที่เอ็กซเรย์เสร็จก็รอหมอเรียก ช่วงระหว่างที่รอฟิล์ม หมอก็นั่งคุยกับหมอข้างๆ พยาบาลก็บ่นคนไข้ แล้วมีการมาแขวะลูกเราอีกว่าร้องเสียงดังจัง ยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย (โหยคิดในใจนี่เด็กนะโว้ย ผู้ใหญ่เล็บฉีกยังเจ็บเลย นี่เด็กเล็บหลุดนะจะไม่ให้ร้องเสียงดังได้ไง ) เราไม่อยากมีเรื่องค่ะ เพราะก็ได้ยินคำร่ำลือของโรงพยาบาลรัฐมาบ้าง แล้วอีกอย่างเราเลือกมาที่นี่เอง เพราะมันใกล้บ้าน โรงพยาบาลเอกชนอยู่ไกลค่ะ เลยไม่ได้ไปเพราะเห็นว่าที่อยู่ใกล้กว่าและคิดว่าจะรักษาลูกเราได้เร็วกว่าด้วย แต่เราคิดผิดค่ะ พอได้ฟิล์มเอ็กซเรย์หมอก็ดูแล้วก็บอกว่ากระดูกไม่หักนะครับ เดี๋ยวหมอจะเอาเล็บที่ติดอยู่นิดเดียวออกให้นะ เราก็บอกว่าไม่ต้องแล้วค่ะ เพราะมันหลุดไปแล้ว ทำแผลอย่างเดียวก็พอค่ะ (ลูกเราคงเจ็บและก็รำคาญเอามือปัดไปมาเล็บหลุดไปไหนแล้วก็ไม่รู้ค่ะ) หมอบอกว่าถ้างั้นจะให้อย่าแก้ปวดไปนะครับ เดี๋ยวรอทำแผล (โหยนานมากค่ะกว่าลูกเราจะได้ทำแผล ) ตอนนี้เวลา 18.50 น.แล้วค่ะ บุรษพยาบาลถือผ้าก็อตจะมาพันแผลให้ลูกเรา เราก็ตกใจถามไปว่าคุณไม่ล้างแผลก่อนเหรอ อยู่ดีๆ จะเอาผ้าก็อตมาพันแผลเลยทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ล้างแผล เราเลยบอกไปว่าถ้าจะทำอย่างงี้เราไปโรงพยาบาลเอกชนก็ได้นะ เค้าก็ถามเรากลับว่ายังไม่ได้ทำแผลเหรอครับ เราก็ตอบยังค่ะ ตั้งแต่มายังไม่มีใครทำแผลให้ลูกเราเลย เค้าก็บอกว่าผมไม่รู้ครับ ผมนึกว่ามีคนทำแล้ว (โห คุณคิดได้ไงเนี่ย) สุดยอดเลยค่ะ แล้วก็ทำหน้าไม่พอใจที่เราพูดน้ำเสียงไม่ดีใส่ แล้วก็ทำแผลให้ลูกเราแต่ลูกเราดิ้นมือไม่นิ่งทำให้เค้าพันแผลยาก เราก็ช่วยจับมือนึงอีกมือก็อุ้มลูกอยู่เลยจับไม่ค่อยถนัด แทนที่จะมีพยาบาลอีกคนมาช่วยก็ไม่มี จนสุดท้ายพันไม่ได้ บังเอิญมีพยาบาลใจดีเดินเข้ามาพอดีช่วยจับน้องให้และช่วยบุรุษพยาบาลพันแผลให้น้อง (เจ้าหน้าที่ดีๆ ก็มีค่ะ ต้องขอขอบคุณไม่งั้นลูกเราพันแผลไม่เสร็จแน่เลยค่ะ) พอทำเสร็จเค้าก็เดินออกไปเลย เราก็เดินไปเหมือนกันส่วนหมอก็ชวนกันไปกินข้าวเย็นกัน ส่วนพยาบาลก็บ่นคนไข้ต่อไปเหมือนยังกับว่าเค้ามารักษาฟรีอย่างงั้นแหละ ส่วนเราก็ไปรอจ่ายเงิน รับยา ได้ยาพารามา 1ขวดค่ะ แล้วก็กลับบ้าน ตอนนี้ลูกเราเงียบแล้วไม่ร้องแล้วค่ะ กลับบ้านกินนม กินยา นอนหลับสบาย ไม่มีไข้ คนเป็นแม่รู้สึกดีใจที่ลูกหายเจ็บ และเจ็บใจเสียใจที่ทำให้ลูกเจ็บ และเจ็บยิ่งกว่าที่เลือกไปโรงพยาบาลผิดที่ ไม่คิดว่าเป็นอย่างนี้ นี่ขนาดห้องฉุกเฉินยังช้าขนาดนี้ ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติจะนานขนาดไหนเนี่ย อยากให้ช่วยปรับปรุงขั้นตอนการรักษาหน่อยค่ะ อันไหนทำได้ก่อน ก็ทำก่อนค่ะ  เราเสียเงินเองค่ะ ไม่ได้ใช้บัตรทองค่ะ อยากฝากบอกคุณแม่ทุกท่านให้ระวัง และก็อย่าประมาทในการขับขี่รถนะคะ เพราะสิ่งที่เราที่สุดเป็นอะไรขึ้นมาเรานั่นแหละค่ะที่จะเสียใจที่สุด

ขอบคุณค่ะที่เข้ามาอ่าน นานๆ จะตั้งกระทู้เลยยาวหน่อย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่