ผมเคยตอบคนที่มาถามเกี่ยวกับ CASH BALANCE แล้วนะครับ
วันนี้เลยมาโพสสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้ไว้ เกี่ยวกับหุ้นที่ติด CASH BALANCE
Cash แปลว่า เงินสด
Balance แปลว่า สมดุล
แปลตรงๆเลยครับ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงต้องมีการสั่งให้หุ้นตัวนั้น ใช้เงินสดในการซื้อขาย
หาก หุ้นตัวนั้น " มีการซื้อขายผิดปกติ " เค้าจะสั่งให้หุ้นตัวนั้นติด Cash Balance แต่ก็จะต้องมีเกณฑ์ในการตรวจสอบ
ซึ่งเกณฑ์ในการติด Cash Balance ผมสรุปไว้ 2 ข้อ หลักๆนะครับ
1. หุ้นที่ ซื้อขาย 5 วัน เกิน 500 ล้านบาท/สัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 100 ล้านบาท ในกรณีมีวันหยุด 1 วันของอาทิตย์นั้นๆ
นับแค่ 4 วัน เกิน 400 ล้านบาท/สัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 100 ล้านบาท
2. หุ้นที่มีผลประกอบการ 4 ไตรมาสสุดท้าย PE มากกว่าหรือเท่ากับ 50 เท่า
แต่ถ้าเป็น Warrant จะดูที่ค่า %Premium ต้อง มากกว่าหรือเท่ากับ 20% ของหุ้นแม่
ถ้าเข้าข่าย 2 ข้อนี้ จะติด Cash Balance Account เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หรือ 6 สัปดาห์ ขึ้นอยุ่กับตลท.จะอนุมัติ
โดยคำนวณจากวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนหน้า ถึง วันก่อนวันสุดท้ายของสัปดาห์ปัจจุบัน และจะประกาศในวันสุดท้ายของสัปดาห์ปัจจุบัน (เช่น สัปดาห์ปกติก็จะใช้ข้อมูลจากวันศุกร์ที่แล้วถึงวันพฤหัสปัจจุบัน โดยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยด้วย 5 วัน แล้วประกาศเย็นวันศุกร์ปัจจุบัน แต่ถ้าสมมติว่ามีวันหยุดวันพฤหัสนี้ ก็จะใช้ข้อมูลจากวันศุกร์ที่แล้วถึงวันพุธ โดยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยด้วย 4 วัน แล้วประกาศวันศุกร์ เป็นต้น)
ทีนี้เมื่อหุ้นนั้นติด Cash Balance แล้ว คนส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นข้อเสีย ซึ่ง ข้อดีก็มีเหมือนกันครับ แต่ก็ " ไม่แน่นอนเสมอไป "
Cash Balance ช่วงขาขึ้น = เจ้าทำนิว high
Cash Balance ช่วงขาลง = เจ้าทำนิว low
(หุ้นที่ติด Cash balance จะขึ้นเครื่องหมาย TS หรือ CA หลังหุ้นตัวนั้นๆ)
ข้อดี สำหรับหุ้นที่ติด Cash Balance (หากรู้ทันก็ถือว่าเป็นข้อดี)
หุ้น ที่ติด Cash Balance ส่วนใหญ่ !! ปริมาณซื้อขายจะน้อยลงค่อนข้างมาก
ราคาจะลงตอนช่วงแรกๆ ซึ่ง อย่าคิดว่ามันลงแล้วจะไม่ดีนะครับ เพราะ เมื่อปริมาณซื้อขายน้อย เจ้าก็จะสามารถลาก
ทำราคาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับเจ้ามือ หรือ คนพอร์ตใหญ่ ที่ผมใช้คำนี้ เพราะว่า เค้าจะเล็งเห็น
ช่วงที่ติด cash นี่แหละ ในการไปเก็บของถูก แถมยังลากง่ายขึ้นด้วย
ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน ราคาหุ้นบนกระดานอาจถูกวางหมาก
โดยการวางแผนเป็นขั้นตอนไว้ล่วงหน้าแล้วก็ได้ครับ (ตั้งใจให้ติด CASH ตั้งใจให้เกิดข่าวลือ)
ตั้งใจให้เกิดข่าวลือในทางที่เสีย เพื่อเก็บของถูก ตั้งใจให้หุ้นติด Cash Balance เพื่อที่จะได้ดันราคาสูงๆง่ายขึ้น
หุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติ เค้าจะสั่งให้หุ้นตัวนั้น ใช้เงินสดในการซื้อขาย เพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุน คนที่เปิดแบบ cash balance ก็ซื้อขายตามปกติ คนที่ใช้แบบ cash ก็ T+3 (3วันจ่าย 3วันรับ) แต่ส่วนมากจะทำให้เจ้ามือสร้างราคาขึ้นได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าเจ้ามือมีเงินสดมากพอ ก็ใช้วิธีลากยาวๆทีเดียว ขึ้นมาเลยได้ เพราะ ปริมาณซื้อขายในวันของหุ้นตัวนั้นจะลดลง (สมมุติผมขี้เกียจไปโอนเงินเข้าโบรคก่อนเทรต) หุ้นติด cash ขึ้นอยุ่กับจ้าวเลย ว่าจะทุบ หรือ รีดเอาหุ้นจากคนที่ถืออยุ่ จนราคาตกไปพอควร แล้วลากไปสูงๆ
พอพ้น cash อาจจะยิงต่อ ให้สูงไปอีก หรืออาจจะทุบ ให้เม่าติดดอย ก็แล้วแต่เจ้า
เมื่อกี้ข้างบนเป็นข้อดี แล้วข้อเสียล่ะ !!
ข้อเสียมี แต่ หมายความว่า หากท่านเข้าผิดจังหวะ ก็อาจโดนจ้าวมือ คิดล่วงหน้ามากกว่าคุณอีก 1 ก้าว
โดยที่คุณคิดว่า คุณรู้ทันแล้ว นั่นก็คือ " จังหวะในการเข้าซื้อนั่นเอง "
หากเข้าผิดจังหวะ จะเป็น " ข้อเสียทันที "
หุ้นที่ติด Cash Balance ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ส่วนใหญ่วันแรกๆ ของ Cash Balance คนจะขายเยอะ แต่จริงๆ มันไม่หลุดตามระบบที่วางไว้ แค่ วอลุ่ม ซื้อขายลดลงเท่านั้น
คนกลัวกันไปเอง เลยเทขาย เพราะ เห็นฝั่ง Bid มันวอลุ่มน้อยเหลือเกินในวันแรกที่ติด ก็ไปโยน Bid มั่ง สุดท้ายผ่านไป 1 อาทิตย์
หุ้นตัวนี้ขึ้นสูงเลย ก็จะมาพูดว่า " รู้งี้ " หากศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นเยอะๆ จะไม่พูดคำนี้ออกมาครับ เพราะมันเป็นเพียงอดีต
จังหวะในการเข้า ขึ้นอยู่กับเจ้ามือ นะครับ แต่ ส่วนใหญ่นะ ถ้าไม่มีเหตุผลอย่างอื่น เช่น ช่วงเพิ่มทุน ช่วงปันผล ช่วงวอเเรนท์ ใกล้ใช้สิทธิ์
ดูช่วง Dilute ของ เพิ่มทุน ปันผล วอแรนท์ ที่ผมเคยโพสไว้ครับสำหรับมือใหม่
http://pantip.com/topic/32394189
อาทิตย์แรก จะลดลง หลังจากนั้น จะขึ้นสูง กะจังหวะในการเข้าซื้อดีๆ แล้วหุ้นที่ติด Cash Balance จะกลายเป็นหุ้นที่น่าสนใจทันทีครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมจะใช้คำว่า "อาจจะ" ซึ่งล้วนขึ้นอยู่กับหุ้น ปัจจัยหลายๆอย่าง และ เจ้ามือ ซึ่งไม่มีอะไรแน่นอน แต่รู้ทันก็ย่อมได้เปรียบครับ
ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวครับ
***************************************************************************************************************************************************
เพิ่มเติมนะครับ มีสมาชิกหมายเลข 772146 ถามว่าบัญชีไหนซื้อขายยังไง (เวลาติด Cash Balance)
บัญชีหุ้นปกติมี 3 แบบนะครับ
1. บัญชีเงินสด - เป็นบัญชีที่ต้องการชำระเงินค่าซื้อขายหุ้นด้วยเงินสดแบบเต็มจำนวน ก่อนจะทำการซื้อขาย
ต้องวางหลักประกัน 15% ของวงเงินดังกล่าว
2. บัญชี cash balance - เป็นบัญชีที่ลูกค้านำเงินสดมาค้ำประกันไว้กับโบรกเกอร์ก่อนการซื้อขายหุ้น 100%
3. บัญชี credit balance หรือที่เรียกว่าบัญชี margin - เป็นบัญชีที่มีรูปแบบการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งต้องนำเงินสดหรือหลัก ทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันการชำระหนี้กับโบรกเกอร์ก่อนซื้อหลักทรัพย์ ตามสัดส่วนที่โบรกเกอร์กำหนด
เมื่อหุ้นตัวนั้นติด Cash Balance นะครับ - บัญชีแบบ Cash balance ซื้อขายได้ตามปกติเลยครับ เพราะเราวางเงินสดเต็มจำนวนแล้ว
- บัญชีเงินสด (Cash) คุณจะต้อง วางหลักประกัน 100% หรือพูดง่ายๆคือ คุณจะต้องไปโอนเงิน
เข้าบัญชีเต็มจำนวน ที่คุณต้องการซื้อ สมมุติคุณต้องการซื้อ 1 แสนบาท คุณต้องมีเงินสดใน
บัญชี 1 แสนบาท ส่วนเวลาซื้อจ่ายนะครับ เหมือนปกติเลย คือ T+3 (3 วันจ่าย 3 วันรับ)
- บัญชี credit balance ก็ซื้อขายปกติครับ เพราะวางหลักค้ำเต็มจำนวณ
เเต่ถ้ามีหุ้นอยู่เเล้วในพอต cash สามารถขายออกมาได้ไหมครับ ?
ตอบ - ขายได้ปกติครับ
ไม่เข้าใจอะไรถามได้ครับ
***************************************************************************************************************************************************
เข้าหุ้นให้ถูกจังหวะ รู้ทัน CASH BALANCE !! สำหรับมือใหม่
วันนี้เลยมาโพสสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้ไว้ เกี่ยวกับหุ้นที่ติด CASH BALANCE
Cash แปลว่า เงินสด
Balance แปลว่า สมดุล
แปลตรงๆเลยครับ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงต้องมีการสั่งให้หุ้นตัวนั้น ใช้เงินสดในการซื้อขาย
หาก หุ้นตัวนั้น " มีการซื้อขายผิดปกติ " เค้าจะสั่งให้หุ้นตัวนั้นติด Cash Balance แต่ก็จะต้องมีเกณฑ์ในการตรวจสอบ
ซึ่งเกณฑ์ในการติด Cash Balance ผมสรุปไว้ 2 ข้อ หลักๆนะครับ
1. หุ้นที่ ซื้อขาย 5 วัน เกิน 500 ล้านบาท/สัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 100 ล้านบาท ในกรณีมีวันหยุด 1 วันของอาทิตย์นั้นๆ
นับแค่ 4 วัน เกิน 400 ล้านบาท/สัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 100 ล้านบาท
2. หุ้นที่มีผลประกอบการ 4 ไตรมาสสุดท้าย PE มากกว่าหรือเท่ากับ 50 เท่า
แต่ถ้าเป็น Warrant จะดูที่ค่า %Premium ต้อง มากกว่าหรือเท่ากับ 20% ของหุ้นแม่
ถ้าเข้าข่าย 2 ข้อนี้ จะติด Cash Balance Account เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หรือ 6 สัปดาห์ ขึ้นอยุ่กับตลท.จะอนุมัติ
โดยคำนวณจากวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนหน้า ถึง วันก่อนวันสุดท้ายของสัปดาห์ปัจจุบัน และจะประกาศในวันสุดท้ายของสัปดาห์ปัจจุบัน (เช่น สัปดาห์ปกติก็จะใช้ข้อมูลจากวันศุกร์ที่แล้วถึงวันพฤหัสปัจจุบัน โดยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยด้วย 5 วัน แล้วประกาศเย็นวันศุกร์ปัจจุบัน แต่ถ้าสมมติว่ามีวันหยุดวันพฤหัสนี้ ก็จะใช้ข้อมูลจากวันศุกร์ที่แล้วถึงวันพุธ โดยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยด้วย 4 วัน แล้วประกาศวันศุกร์ เป็นต้น)
ทีนี้เมื่อหุ้นนั้นติด Cash Balance แล้ว คนส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นข้อเสีย ซึ่ง ข้อดีก็มีเหมือนกันครับ แต่ก็ " ไม่แน่นอนเสมอไป "
Cash Balance ช่วงขาขึ้น = เจ้าทำนิว high
Cash Balance ช่วงขาลง = เจ้าทำนิว low
(หุ้นที่ติด Cash balance จะขึ้นเครื่องหมาย TS หรือ CA หลังหุ้นตัวนั้นๆ)
ข้อดี สำหรับหุ้นที่ติด Cash Balance (หากรู้ทันก็ถือว่าเป็นข้อดี)
หุ้น ที่ติด Cash Balance ส่วนใหญ่ !! ปริมาณซื้อขายจะน้อยลงค่อนข้างมาก
ราคาจะลงตอนช่วงแรกๆ ซึ่ง อย่าคิดว่ามันลงแล้วจะไม่ดีนะครับ เพราะ เมื่อปริมาณซื้อขายน้อย เจ้าก็จะสามารถลาก
ทำราคาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับเจ้ามือ หรือ คนพอร์ตใหญ่ ที่ผมใช้คำนี้ เพราะว่า เค้าจะเล็งเห็น
ช่วงที่ติด cash นี่แหละ ในการไปเก็บของถูก แถมยังลากง่ายขึ้นด้วย
ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน ราคาหุ้นบนกระดานอาจถูกวางหมาก
โดยการวางแผนเป็นขั้นตอนไว้ล่วงหน้าแล้วก็ได้ครับ (ตั้งใจให้ติด CASH ตั้งใจให้เกิดข่าวลือ)
ตั้งใจให้เกิดข่าวลือในทางที่เสีย เพื่อเก็บของถูก ตั้งใจให้หุ้นติด Cash Balance เพื่อที่จะได้ดันราคาสูงๆง่ายขึ้น
หุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติ เค้าจะสั่งให้หุ้นตัวนั้น ใช้เงินสดในการซื้อขาย เพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุน คนที่เปิดแบบ cash balance ก็ซื้อขายตามปกติ คนที่ใช้แบบ cash ก็ T+3 (3วันจ่าย 3วันรับ) แต่ส่วนมากจะทำให้เจ้ามือสร้างราคาขึ้นได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าเจ้ามือมีเงินสดมากพอ ก็ใช้วิธีลากยาวๆทีเดียว ขึ้นมาเลยได้ เพราะ ปริมาณซื้อขายในวันของหุ้นตัวนั้นจะลดลง (สมมุติผมขี้เกียจไปโอนเงินเข้าโบรคก่อนเทรต) หุ้นติด cash ขึ้นอยุ่กับจ้าวเลย ว่าจะทุบ หรือ รีดเอาหุ้นจากคนที่ถืออยุ่ จนราคาตกไปพอควร แล้วลากไปสูงๆ
พอพ้น cash อาจจะยิงต่อ ให้สูงไปอีก หรืออาจจะทุบ ให้เม่าติดดอย ก็แล้วแต่เจ้า
เมื่อกี้ข้างบนเป็นข้อดี แล้วข้อเสียล่ะ !!
ข้อเสียมี แต่ หมายความว่า หากท่านเข้าผิดจังหวะ ก็อาจโดนจ้าวมือ คิดล่วงหน้ามากกว่าคุณอีก 1 ก้าว
โดยที่คุณคิดว่า คุณรู้ทันแล้ว นั่นก็คือ " จังหวะในการเข้าซื้อนั่นเอง "
หากเข้าผิดจังหวะ จะเป็น " ข้อเสียทันที "
หุ้นที่ติด Cash Balance ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ส่วนใหญ่วันแรกๆ ของ Cash Balance คนจะขายเยอะ แต่จริงๆ มันไม่หลุดตามระบบที่วางไว้ แค่ วอลุ่ม ซื้อขายลดลงเท่านั้น
คนกลัวกันไปเอง เลยเทขาย เพราะ เห็นฝั่ง Bid มันวอลุ่มน้อยเหลือเกินในวันแรกที่ติด ก็ไปโยน Bid มั่ง สุดท้ายผ่านไป 1 อาทิตย์
หุ้นตัวนี้ขึ้นสูงเลย ก็จะมาพูดว่า " รู้งี้ " หากศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นเยอะๆ จะไม่พูดคำนี้ออกมาครับ เพราะมันเป็นเพียงอดีต
จังหวะในการเข้า ขึ้นอยู่กับเจ้ามือ นะครับ แต่ ส่วนใหญ่นะ ถ้าไม่มีเหตุผลอย่างอื่น เช่น ช่วงเพิ่มทุน ช่วงปันผล ช่วงวอเเรนท์ ใกล้ใช้สิทธิ์
ดูช่วง Dilute ของ เพิ่มทุน ปันผล วอแรนท์ ที่ผมเคยโพสไว้ครับสำหรับมือใหม่ http://pantip.com/topic/32394189
อาทิตย์แรก จะลดลง หลังจากนั้น จะขึ้นสูง กะจังหวะในการเข้าซื้อดีๆ แล้วหุ้นที่ติด Cash Balance จะกลายเป็นหุ้นที่น่าสนใจทันทีครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมจะใช้คำว่า "อาจจะ" ซึ่งล้วนขึ้นอยู่กับหุ้น ปัจจัยหลายๆอย่าง และ เจ้ามือ ซึ่งไม่มีอะไรแน่นอน แต่รู้ทันก็ย่อมได้เปรียบครับ
ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวครับ
***************************************************************************************************************************************************
เพิ่มเติมนะครับ มีสมาชิกหมายเลข 772146 ถามว่าบัญชีไหนซื้อขายยังไง (เวลาติด Cash Balance)
บัญชีหุ้นปกติมี 3 แบบนะครับ
1. บัญชีเงินสด - เป็นบัญชีที่ต้องการชำระเงินค่าซื้อขายหุ้นด้วยเงินสดแบบเต็มจำนวน ก่อนจะทำการซื้อขาย
ต้องวางหลักประกัน 15% ของวงเงินดังกล่าว
2. บัญชี cash balance - เป็นบัญชีที่ลูกค้านำเงินสดมาค้ำประกันไว้กับโบรกเกอร์ก่อนการซื้อขายหุ้น 100%
3. บัญชี credit balance หรือที่เรียกว่าบัญชี margin - เป็นบัญชีที่มีรูปแบบการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งต้องนำเงินสดหรือหลัก ทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันการชำระหนี้กับโบรกเกอร์ก่อนซื้อหลักทรัพย์ ตามสัดส่วนที่โบรกเกอร์กำหนด
เมื่อหุ้นตัวนั้นติด Cash Balance นะครับ - บัญชีแบบ Cash balance ซื้อขายได้ตามปกติเลยครับ เพราะเราวางเงินสดเต็มจำนวนแล้ว
- บัญชีเงินสด (Cash) คุณจะต้อง วางหลักประกัน 100% หรือพูดง่ายๆคือ คุณจะต้องไปโอนเงิน
เข้าบัญชีเต็มจำนวน ที่คุณต้องการซื้อ สมมุติคุณต้องการซื้อ 1 แสนบาท คุณต้องมีเงินสดใน
บัญชี 1 แสนบาท ส่วนเวลาซื้อจ่ายนะครับ เหมือนปกติเลย คือ T+3 (3 วันจ่าย 3 วันรับ)
- บัญชี credit balance ก็ซื้อขายปกติครับ เพราะวางหลักค้ำเต็มจำนวณ
เเต่ถ้ามีหุ้นอยู่เเล้วในพอต cash สามารถขายออกมาได้ไหมครับ ?
ตอบ - ขายได้ปกติครับ
ไม่เข้าใจอะไรถามได้ครับ
***************************************************************************************************************************************************