ผมชื่อ”ธีรดล ภูวิสิทธิ์ชัยกุล” ผมเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยปารีส ผมได้รับทุนจากรัฐบาลไทย จึงได้มาที่นี่ ผมได้รับค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนจากทางรัฐบาลมากพอ จึงไม่จำเป็นต้องรบกวนเงินพ่อแม่ การปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก คุณจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวตลอดปี ทั้งเรื่องภาษาที่ยังต้องขัดเกลา และที่สำคัญ ผมยังคิดถึงประเทศไทยอยู่เสมอ
การเรียนสถาปัตย์คือสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน ในปารีสมีสถาปัตยกรรมที่งดงามมากมาย คงก่อให้เกิดแรงบันดาลใจได้ไม่มากก็น้อย แต่ภายใต้สถาปัตยกรรมที่งดงาม มันมีสิ่งหนึ่งที่งดงามกว่านั้นนั่นคือ”ความรัก”
ในเมืองนี้ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ในหลายๆอย่าง มันจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมถ้าคุณได้มากับคนที่คุณรัก คุณสามารถเห็นความรักได้ในทุกๆที่ แน่นอนว่า เหตุผลที่ผมมาอยู่ที่นี่นั่นคือการไขว่คว้าหาความรู้ แต่สำหรับผลพลอยได้นั่นคือการได้ไขว่คว้าหา”ความรัก”
วันนี้เป็นวันรายงานตัว เม่ากับว่าผมได้ผมกับเพื่อนร่วมรุ่นครั้งแรกก็วันนี้ ซึ่งไม่มีอะไรมาก ต่างคนต่างที่ ยังไม่มีใครพูดกับใครมากมาย ภาษาฝรั่งเศสยังพูดไม่คล่องกัน แต่ที่แน่ๆคือแก็งคนฝรั่งเศสสนิทกันเรียบร้อยแล้ว ในรุ่นผมนักศึกษากว่า40% หรือเกือบครึ่งคือชาวต่างชาติ แต่ในคณะสถาปัตย์คงมีผมคนเดียวที่เป็นคนไทย
เปิดเทอมวันแรก ผมเริ่มสนิทกับเพื่อนมากขึ้นตามลำดับ คนแรกที่ผมพุดคุยด้วยคือ”ปาร์ค ชู ยอง” ปาร์คเป็นชาวเกาหลีใต้ เป็นคนคุยสนุก เข้าได้กับทุกคน คนต่อมาคือ “อังเดร ยาชิน” อังเดรเป็นชาวรัสเซีย นอกจากงานดีไซน์แล้ว เขายังหลงรักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ อังเดรเป็นแฟนตัวยงของวง”Bullet For my Valentine” อีกคนคือ”มิคามิ เรย์” หนุ่มลูกครึ่ง อังกฤษ-ญี่ปุ่น มิคามิเป็นคนนิ่งๆ อนิเมะและมังงะคือลมหายใจของเขา ซี้ปึ้กของผมคือ3คนนี้ เรียววันแรกมีแค่ฟังเลคเชอร์วิชาArchitectural Design1เป็นพื้นฐานการออกแบบสถาปัตยกรรม วันนี้ถึงเที่ยงก็เลิกเรียน
เรา4คนเลิกเรียนแต่ก็ยังไม่กลับหอ มานั่งคุยกันก่อน ผมจึงรู้ว่าเพื่อนผมทั้ง3คนนี้คือระดับหัวกะทิของประเทศเขา ผมสังเกตว่าในรุ่นผม100กว่าคน ซัก58คนเป็นชาวฝรั่งเศส นอกนั้นคือชาวต่างชาติ และจะมีโควต้าให้แค่ประเทศละ1คน เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแต่ละคนถึงไม่มีเพื่อนร่วมชาติมาเรียนด้วย จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับหอ เราทั้ง4คนอยู่หอในที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ให้ ผมอยู่ตึกเดียวกับมิคามิ
อย่างที่ผมบอก มิคามิไม่ใช่คนช่างพูด เขามีโลกส่วนตัวของเขาที่หลายๆครั้งผมก็เข้าไม่ถึง แต่เราก็คุยกันได้ตลอด เพราะเราก็สนใจในสิ่งที่คล้ายกันในบางเรื่อง เราชอบดูอนิเมะ จึงคุยกันได้ถูกคอ แต่มิคามินั่นถึงขั้นหมกมุ่น จนบางครั้งผมเกรงว่าในอนาคตเขาจะมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม
[แต่งนิยายยามว่าง] เรื่องราวความรักของเด็กถาปัตย์คนหนึ่งในมหานครแห่งรัก...เพราะความรักออกแบบไม่ได้
การเรียนสถาปัตย์คือสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน ในปารีสมีสถาปัตยกรรมที่งดงามมากมาย คงก่อให้เกิดแรงบันดาลใจได้ไม่มากก็น้อย แต่ภายใต้สถาปัตยกรรมที่งดงาม มันมีสิ่งหนึ่งที่งดงามกว่านั้นนั่นคือ”ความรัก”
ในเมืองนี้ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ในหลายๆอย่าง มันจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมถ้าคุณได้มากับคนที่คุณรัก คุณสามารถเห็นความรักได้ในทุกๆที่ แน่นอนว่า เหตุผลที่ผมมาอยู่ที่นี่นั่นคือการไขว่คว้าหาความรู้ แต่สำหรับผลพลอยได้นั่นคือการได้ไขว่คว้าหา”ความรัก”
วันนี้เป็นวันรายงานตัว เม่ากับว่าผมได้ผมกับเพื่อนร่วมรุ่นครั้งแรกก็วันนี้ ซึ่งไม่มีอะไรมาก ต่างคนต่างที่ ยังไม่มีใครพูดกับใครมากมาย ภาษาฝรั่งเศสยังพูดไม่คล่องกัน แต่ที่แน่ๆคือแก็งคนฝรั่งเศสสนิทกันเรียบร้อยแล้ว ในรุ่นผมนักศึกษากว่า40% หรือเกือบครึ่งคือชาวต่างชาติ แต่ในคณะสถาปัตย์คงมีผมคนเดียวที่เป็นคนไทย
เปิดเทอมวันแรก ผมเริ่มสนิทกับเพื่อนมากขึ้นตามลำดับ คนแรกที่ผมพุดคุยด้วยคือ”ปาร์ค ชู ยอง” ปาร์คเป็นชาวเกาหลีใต้ เป็นคนคุยสนุก เข้าได้กับทุกคน คนต่อมาคือ “อังเดร ยาชิน” อังเดรเป็นชาวรัสเซีย นอกจากงานดีไซน์แล้ว เขายังหลงรักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ อังเดรเป็นแฟนตัวยงของวง”Bullet For my Valentine” อีกคนคือ”มิคามิ เรย์” หนุ่มลูกครึ่ง อังกฤษ-ญี่ปุ่น มิคามิเป็นคนนิ่งๆ อนิเมะและมังงะคือลมหายใจของเขา ซี้ปึ้กของผมคือ3คนนี้ เรียววันแรกมีแค่ฟังเลคเชอร์วิชาArchitectural Design1เป็นพื้นฐานการออกแบบสถาปัตยกรรม วันนี้ถึงเที่ยงก็เลิกเรียน
เรา4คนเลิกเรียนแต่ก็ยังไม่กลับหอ มานั่งคุยกันก่อน ผมจึงรู้ว่าเพื่อนผมทั้ง3คนนี้คือระดับหัวกะทิของประเทศเขา ผมสังเกตว่าในรุ่นผม100กว่าคน ซัก58คนเป็นชาวฝรั่งเศส นอกนั้นคือชาวต่างชาติ และจะมีโควต้าให้แค่ประเทศละ1คน เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแต่ละคนถึงไม่มีเพื่อนร่วมชาติมาเรียนด้วย จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับหอ เราทั้ง4คนอยู่หอในที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ให้ ผมอยู่ตึกเดียวกับมิคามิ
อย่างที่ผมบอก มิคามิไม่ใช่คนช่างพูด เขามีโลกส่วนตัวของเขาที่หลายๆครั้งผมก็เข้าไม่ถึง แต่เราก็คุยกันได้ตลอด เพราะเราก็สนใจในสิ่งที่คล้ายกันในบางเรื่อง เราชอบดูอนิเมะ จึงคุยกันได้ถูกคอ แต่มิคามินั่นถึงขั้นหมกมุ่น จนบางครั้งผมเกรงว่าในอนาคตเขาจะมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม