+ + + "ชูวิทย์ " ปปช. ชี้มูลความผิดเรื่องทุจริตจำนำข้าว + + +

ฉันใด ฉันนั้น

ในทางพุทธเชื่อว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกรรม" ใครทำกรรมใดไว้ย่อมได้รับผลกรรมตามสนอง

แต่ในทางโลก กลับไม่เป็นอย่างนั้น มันมีความแตกต่างกันอย่างลิบลับในผลของกรรมที่ก่อไว้

กรณีแรก ปปช. ชี้มูลความผิดเรื่องทุจริตจำนำข้าว โดยอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เพราะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ รู้ว่ามีการทุจริตแต่ไม่ยับยั้ง

ยิ่งลักษณ์โต้แย้งว่าเป็นเพียง "ผู้กำกับดูแลนโยบาย" ไม่ได้เป็น "ผู้ปฏิบัติงาน"

แต่ท้ายสุดไปไม่รอด ปปช. ส่งสำนวนให้อัยการดำเนินคดี

ป.ป.ช. บอกว่า ยิ่งลักษณ์เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้มีการกระทำทุจริต ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบ ผมเข้าใจได้

แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือ โครงการโรงพักทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ ที่ถูกปล่อยปละละเลยให้รกร้าง ก่อสร้างไม่เสร็จ สร้างความเสียหายให้กับงบประมาณของชาติอย่างมหาศาล แบบนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหรือ?

ฉันใด ฉันนั้น เมื่อยิ่งลักษณ์เป็นผู้กำกับดูแลนโยบายจำนำข้าว ถูก ป.ป.ช. กล่าวหาว่าทุจริต แล้วทำไม (พระ) สุเทพ ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าของโครงการโรงพักทดแทน 396 แห่ง ถึงไม่ต้องรับผลกรรมเช่นเดียวกัน ทั้งๆที่มีหลักฐานตำตาด้วยซ้ำ ว่าเหลือแต่เสาต่อม่อ ร้างกันทั่วประเทศ?

กรณีที่สอง "ทัวร์นกขมิ้น" ที่ กกต. กล่าวหาว่ายิ่งลักษณ์ใช้ทรัพยากรของราชการในการหาเสียง ระหว่างที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา เลือกตั้งใหม่ ยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลรักษาการณ์

เมื่อเทียบเคียงกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการณ์ในปี 2554 ก็มีการ "ทัวร์นกขมิ้น" เดินสายเยี่ยมเยียนประชาชน หน่วยงานต่างๆ โดยใช้ทรัพยากรของราชการเช่นเดียวกัน

เมื่อคนหนึ่งรับผลกรรม ทำไมอีกคนที่กระทำเหมือนกันทุกอย่าง ถึงไม่ต้องรับผลกรรม?

คงเป็นเพราะกรรมมันตามไปไม่ถึง มีผู้ขอ "บิณฑบาตร" ไว้เสียก่อน?

ผลกรรมจึงตกอยู่แค่คนบางคน และเว้นวรรคคนบางคนไว้เช่นนี้แล

จาก https://www.facebook.com/ChuvitOnline/photos/a.193325407380863.52551.193319037381500/766298726750192/?type=1&theater
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 12
เรื่องนี้  มันไม่ใช่แค่สุเทพครับ

คนที่มอบหมายให้ให้สุเทพดูแลตำรวจ  คือไอ้แหลหนีทหาร
ก่อนจะมีการรวบการก่อสร้างโรงพักด้วยผู้รับเหมาเจ้าเดียว
ผู้รับเหมาเจ้าอื่น ๆ ได้ทำเรื่องร้องเรียนถึงไอแหลหนีทหารแล้วว่าไม่มีทางเป็นไปได้  ผู้รับเหมาเขารู้ดี

เรื่องนี้  ไอ้แหลหนีทหารปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง  ไม่เคยรับหนังสือร้องเรียน
แต่พอธาริตแฉว่า  ไอ้แหลหนีทหารรู้เรื่อง  ลงนามในหนังสือร้องเรียนเอง
ไอ้แหลหนีทหารมันถึงออกมาบอกว่า  ไอ้ลงนามสั่งให้สุเทพพิจารณา

ฉะนั้น  เรื่องนี้  หากสุเทพผิด  ไอ้แหลหนีทหารก็โดนด้วย
เรื่องมันจึงไม่ถึงไหน  และสุดท้าย  ถ้าไม่ยกคำร้อง  ก็ต้องแค่ข้าราชการตัวเล็ก ๆ  หรือผู้รับเหมารับกรรมไป
ส่วนเรื่องปล่อยปละละเลย  อย่างที่เล่นงานยิ่งลักษณ์นี่  ไม่มีทางเกิดขึ้น

โรงพักสร้างไม่เสร็จ  ผู้รับเหมาทิ้งงานนี่
ทำให้นึกถึงเรื่องโรงบ่มยางเมื่อช่วงปี 2536-2538 ครับ
ที่ตอนนี้  มี รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ชื่อสุเทพ เทือกสุบรรณ
ได้มีนโยบายสร้างโรงบ่มยางพาราทั่วภาคใต้ทุกอำเภอ  หลายร้อยโรง
ในรูปแบบ  ผู้รับเหมาเจ้าเดียว

ผลก็คือ  โรงบ่มยางสร้างไม่เสร็จ  ผู้รับเหมาทิ้งงาน   ผลาญงบประมาณไปหลายร้อยล้าน

แบบเดียวกันเป๊ะ   โรงบ่มยาง กับ โรงพัก

หมามันเคยกินขี้ยังไง   มันก็กินขี้ยังงั้นแหละครับ
ไม่ว่าจะในตำแหน่ง รมช. หรือรองนายกฯ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  รัฐศาสตร์ รัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้าน เลือกตั้ง การเมือง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่