สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแนะนำตัวก่อน ผมมีนามว่า "นายช่างกล้อง" นักสร้างแรงบันดาลใจ(รึป่าว)5555+++
สิ่งที่ผมจะบอกเล่าต่อไปนี้ มันไม่ใช่ว่าผมเพ้อฝัน ไม่ใช่ว่าผมอยากระบายอารมณ์ แต่ผมอยากบอกเล่าเรื่องราวความคิด
และแนวคิดจากคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่มีความฝันที่ใหญ่กว่าตัวของเขาเป็นร้อยเท่าพันเท่า(ไม่ใช่ไรหรอก ผมเป็นคนตัวเล็ก 555)
เอาหล่ะ เข้าเรื่องเลยละกัน..5555 เดี๋ยวจะยาว
เรื่องมีอยู่ว่า..เมื่อสี่ปีก่อน(อุ๊ย!! แค่เริ่มก็เอาซะเว่อเลยเนาะ 555)มาๆกลับเข้าเรื่อง คือเมื่อสี่ปีก่อน(อันนี้จริงๆ) ผมเรียนอยู่ปีสอง
ในคณะวิศวะฯ ของมอชื่อดังในภาคเหนือ ซึ่งก็แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ และรวมถึงพ่อแม่ของใครหลายๆคนก็อยากให้ลูกของตัวเอง
ได้เรียนสูงๆ ได้มีงานทำที่ดีจะได้ร่ำรวยมั่งคั่ง ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เป็นความหวังของครอบครัว ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว และแล้วผมก็ทำให้ที่บ้านภูมิใจได้สำเร็จ ผมเรียนจบวิศวะฯด้วยเกรด 2.XX (โอ้ววว บร๊ะเจ้า นายยอดมาก 555)
แถมยังจบภายในสี่ปี แล้วยังมีงานทำทันทีอีกด้วย โอ้ววว ไม่ๆๆ อะไรจะขนาดนั้น มันช่าง Perfect อะไรขนาดนี้
ว่าแต่ แล้วเรื่องราวของผมที่จะเล่าหล่ะ สิ่งที่อยากจะเล่าเป็นแนวคิดของผมต่างหาก แนวคิดผมมันเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่ชื่อว่า "พ่อรวยสอนลูก" อ่านแล้ว มันทำให้ผมมองย้อนกลับมาที่ตัวผมมากขึ้น มันทำให้ผมคิดอะไรได้มากมายหลายอย่าง
หนึ่งในนั้นคือ"ชีวิตมนุษย์เงินเดือน" ที่ผมกำลังเผซิญอยู่ในตอนนั้น
มีหลายๆคนในที่ทำงาน ที่ผมมักจะคุยด้วย
มักบอกว่าให้ตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้มีชีวิตที่ดี ถามใครต่อใครก็บอกแบบนั้นกันทั้งนั้น แต่พอผมถามกลับไปตอนนี้พี่มีชีวิตที่ดียัง?
ก็ไม่มีใครตอบได้ แล้วก็มักจะได้คำตอบกลับมาคล้ายๆกันคือ "ตอนนี้กำลังสร้างตัว" กำลังผ่อนบ้านผ่อนรถ โอ้วๆๆๆ คิดดูแล้วก็ นี่หรอ..ชีวิตผมในอนาคต
เพราะมีคนเคยบอกผมไว้ว่า ถ้าคุณอยากรู้ว่าชีวิตของคุณจะเป็นยังไงในอนาคต ให้มองคนที่ทำงานก่อนหน้าคุณ ลักษณะงานที่เหมือนๆคุณ
นั่นคือ เจ้านายของผมเอง โอ้ววๆๆๆ ไม่ๆๆนะ บร๊ะเจ้า ทำงานมา 10 กว่าปี แล้วผมยังใช้หนี้บ้าน หนี้รถยังไม่หมดอีกหรอ โอ่วโน่วๆๆๆ..ผมไม่ต้องการแบบนั้น ผมต้องรอไปจนเกษียณเลยหรอ เราถึงจะใช้หนี้หมด ผมต้องรอจนเกษียณเลยหรอผมถึงจะอยู่ได้อย่างสบายใจ อยู่อย่างไม่มีหนี้ และอยู่อย่างมีความสุข
และก็มีหลายๆคนบอกว่า..
ใครๆก็อยากใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายเพื่อทำในสิ่งที่ตนอยากจะทำ"
แต่ผมแค่สงสัย..ว่าทำไมเราต้องทำในสิ่งที่เราอยากทำในช่วงท้ายของชีวิต
ทำไมต้องรอให้ถึงวันนั้น..
เพราะไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้เราจะมีลมหายใจอยู่รึป่าว
ไม่มีใครรู้ว่าวันที่เรามีตังค์เยอะสุขภาพของเราจะเป็นอย่างไร
นี่แหละครับ ความคิดที่ว่าทำไมผมถึงผันตัวมาเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ แล้วมีนเกี่ยวข้องยังไงกับชื่อเรื่องที่ว่า.."แค่ความฝันโง่ๆ "ที่อยากออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน" เดี๋ยวรอมีเวลาว่างผมจะมาเล่าต่อนะครับ..
เพราะวันหนึ่งผมเคยฝันไว้ว่า..อยากเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลก (นายช่างกล้อง)
"ไปไม่ถึงฝัน ยังดีกว่าไม่ได้ลองทำตามฝัน" วันนี้ฝันดี ราตรีสวัสครับ..
[SR] แค่ความฝันโง่ๆ "ที่อยากออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน"
สิ่งที่ผมจะบอกเล่าต่อไปนี้ มันไม่ใช่ว่าผมเพ้อฝัน ไม่ใช่ว่าผมอยากระบายอารมณ์ แต่ผมอยากบอกเล่าเรื่องราวความคิด
และแนวคิดจากคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่มีความฝันที่ใหญ่กว่าตัวของเขาเป็นร้อยเท่าพันเท่า(ไม่ใช่ไรหรอก ผมเป็นคนตัวเล็ก 555)
เอาหล่ะ เข้าเรื่องเลยละกัน..5555 เดี๋ยวจะยาว
เรื่องมีอยู่ว่า..เมื่อสี่ปีก่อน(อุ๊ย!! แค่เริ่มก็เอาซะเว่อเลยเนาะ 555)มาๆกลับเข้าเรื่อง คือเมื่อสี่ปีก่อน(อันนี้จริงๆ) ผมเรียนอยู่ปีสอง
ในคณะวิศวะฯ ของมอชื่อดังในภาคเหนือ ซึ่งก็แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ และรวมถึงพ่อแม่ของใครหลายๆคนก็อยากให้ลูกของตัวเอง
ได้เรียนสูงๆ ได้มีงานทำที่ดีจะได้ร่ำรวยมั่งคั่ง ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เป็นความหวังของครอบครัว ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว และแล้วผมก็ทำให้ที่บ้านภูมิใจได้สำเร็จ ผมเรียนจบวิศวะฯด้วยเกรด 2.XX (โอ้ววว บร๊ะเจ้า นายยอดมาก 555)
แถมยังจบภายในสี่ปี แล้วยังมีงานทำทันทีอีกด้วย โอ้ววว ไม่ๆๆ อะไรจะขนาดนั้น มันช่าง Perfect อะไรขนาดนี้
ว่าแต่ แล้วเรื่องราวของผมที่จะเล่าหล่ะ สิ่งที่อยากจะเล่าเป็นแนวคิดของผมต่างหาก แนวคิดผมมันเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่ชื่อว่า "พ่อรวยสอนลูก" อ่านแล้ว มันทำให้ผมมองย้อนกลับมาที่ตัวผมมากขึ้น มันทำให้ผมคิดอะไรได้มากมายหลายอย่าง
หนึ่งในนั้นคือ"ชีวิตมนุษย์เงินเดือน" ที่ผมกำลังเผซิญอยู่ในตอนนั้น
มีหลายๆคนในที่ทำงาน ที่ผมมักจะคุยด้วย
มักบอกว่าให้ตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้มีชีวิตที่ดี ถามใครต่อใครก็บอกแบบนั้นกันทั้งนั้น แต่พอผมถามกลับไปตอนนี้พี่มีชีวิตที่ดียัง?
ก็ไม่มีใครตอบได้ แล้วก็มักจะได้คำตอบกลับมาคล้ายๆกันคือ "ตอนนี้กำลังสร้างตัว" กำลังผ่อนบ้านผ่อนรถ โอ้วๆๆๆ คิดดูแล้วก็ นี่หรอ..ชีวิตผมในอนาคต
เพราะมีคนเคยบอกผมไว้ว่า ถ้าคุณอยากรู้ว่าชีวิตของคุณจะเป็นยังไงในอนาคต ให้มองคนที่ทำงานก่อนหน้าคุณ ลักษณะงานที่เหมือนๆคุณ
นั่นคือ เจ้านายของผมเอง โอ้ววๆๆๆ ไม่ๆๆนะ บร๊ะเจ้า ทำงานมา 10 กว่าปี แล้วผมยังใช้หนี้บ้าน หนี้รถยังไม่หมดอีกหรอ โอ่วโน่วๆๆๆ..ผมไม่ต้องการแบบนั้น ผมต้องรอไปจนเกษียณเลยหรอ เราถึงจะใช้หนี้หมด ผมต้องรอจนเกษียณเลยหรอผมถึงจะอยู่ได้อย่างสบายใจ อยู่อย่างไม่มีหนี้ และอยู่อย่างมีความสุข
และก็มีหลายๆคนบอกว่า..
ใครๆก็อยากใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายเพื่อทำในสิ่งที่ตนอยากจะทำ"
แต่ผมแค่สงสัย..ว่าทำไมเราต้องทำในสิ่งที่เราอยากทำในช่วงท้ายของชีวิต
ทำไมต้องรอให้ถึงวันนั้น..
เพราะไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้เราจะมีลมหายใจอยู่รึป่าว
ไม่มีใครรู้ว่าวันที่เรามีตังค์เยอะสุขภาพของเราจะเป็นอย่างไร
นี่แหละครับ ความคิดที่ว่าทำไมผมถึงผันตัวมาเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ แล้วมีนเกี่ยวข้องยังไงกับชื่อเรื่องที่ว่า.."แค่ความฝันโง่ๆ "ที่อยากออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน" เดี๋ยวรอมีเวลาว่างผมจะมาเล่าต่อนะครับ..
เพราะวันหนึ่งผมเคยฝันไว้ว่า..อยากเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลก (นายช่างกล้อง)
"ไปไม่ถึงฝัน ยังดีกว่าไม่ได้ลองทำตามฝัน" วันนี้ฝันดี ราตรีสวัสครับ..