คุณชอบดูหนังอินดี้เพราะอะไร?????
เชื่อว่าคอหนังอินดี้หลายๆคนอาจเคยเจอคำถาม(ในเชิงคำถากถาง)ประมาณว่า “ชอบดูหนังอินดี้ เพราะ อยากเท่ อยากแนว อยากอาร์ต อยากแตกต่าง ไม่เหมือนใครสินะ” ซึ่งทันใดที่ได้ยิน หากต่อมรับความรู้สึกของเรายังไม่ชาชิน “อะไรของเมิงงงงงงง” น่าจะถูกสบถขึ้นในใจทันที
ใช่ครับ เราต่างรู้ดีว่า เหตุผลที่เราชอบหรือมักเลือกดูหนังแนวนี้ ไม่ใช่เพราะอยากเท่ อยากแนว อยากอาร์ต อยากแตกต่าง หรือไม่อยากเหมือนใคร แต่เป็นเพราะหนังแนวนี้ มักมอบมุมมองและมิติความรู้สึกใหม่ๆให้กับเรา และมันเป็นความบันเทิงหรือสุนทรียะที่หาไม่ได้จากหนังส่วนใหญ่ เป็นความสนุกอีกแบบ ไม่ใช่เพราะหนังตลาดไม่สนุก แต่บางทีเราก็อาจเบื่อความสนุกแบบนั้นแล้ว ก็เหมือนกินข้าวน่ะครับ แม้เราจะชอบเมนูนี้แค่ไหน แต่ให้กินทุกวันคงไม่ไหว
หลายๆคนไม่เข้าใจ หนึ่งเพราะพวกเค้าอาจยังไม่เบื่อเมนูเดิมๆ หรือสอง อาจเป็นเพราะเค้าเคยลองเมนูแปลกๆแล้วมันไม่เข้าปาก หลังๆเลยไม่กล้าลองแล้ว และเกิดเป็นอคติในที่สุด ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ แต่น่าเสียดาย เพราะยังมีเมนูอีกมากที่เค้าไม่เคยลอง แต่เค้าได้จัดเมนูเหล่านั้นไปรวมอยู่ในกลุ่มเมนูแปลกไม่เข้าปากเรียบร้อยแล้ว
การตัดสินแบบเหมารวมไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาพยนตร์ เพราะหนังแต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
นี่จึงย้อนกลับไปโจมตีการมองหนังตลาดแบบเหมารวมด้วยอีกทาง การตัดสินหนังตั้งแต่แรกเพราะมันเป็นหนังแมสหรืออินดี้ จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำนัก และยิ่งกว่านั้น การตัดสินคนที่ชอบหรือมักเลือกดูหนังแมสหรืออินดี้ยิ่งเป็นการสรุปที่ผิดพลาดมหันต์ เพราะในขณะที่เราเจอประโยคแสบๆข้างต้น เราก็เคยเห็นคนคออินดี้ดูถูกบรรดาหนังตลาด และคนที่ชอบดูหนังตลาดเช่นกัน
ประเด็นนี้ทำให้เรานึกไปถึงหนังเรื่อง
Liberal Arts (2012) ซึ่งพระเอกดูถูกหนังสือที่นางเอกอ่าน คือ นิยายรักแวมไพร์ยอดนิยม Twilight ก่อนที่สุดท้ายจะมาค้นพบว่าตัวเองมีทัศนคติที่ไม่ดีอย่างแรง และค่อยได้พบแง่งามบางอย่างจากหนังสือที่ตัวเองเคยปรามาสหลังจากได้อ่านมัน
แม้เราจะชอบเมนูนี้แค่ไหน แต่ให้กินทุกวันคงไม่ไหว วันใดวันหนึ่ง คุณอาจเลือกทานอาหารโปรดของคนที่คุณเคยดูถูกก็เป็นได้
ดูหนังอินดี้ = อยากเท่ อยากแนว อยากอาร์ต อยากแตกต่าง ?????
คุณชอบดูหนังอินดี้เพราะอะไร?????
เชื่อว่าคอหนังอินดี้หลายๆคนอาจเคยเจอคำถาม(ในเชิงคำถากถาง)ประมาณว่า “ชอบดูหนังอินดี้ เพราะ อยากเท่ อยากแนว อยากอาร์ต อยากแตกต่าง ไม่เหมือนใครสินะ” ซึ่งทันใดที่ได้ยิน หากต่อมรับความรู้สึกของเรายังไม่ชาชิน “อะไรของเมิงงงงงงง” น่าจะถูกสบถขึ้นในใจทันที
ใช่ครับ เราต่างรู้ดีว่า เหตุผลที่เราชอบหรือมักเลือกดูหนังแนวนี้ ไม่ใช่เพราะอยากเท่ อยากแนว อยากอาร์ต อยากแตกต่าง หรือไม่อยากเหมือนใคร แต่เป็นเพราะหนังแนวนี้ มักมอบมุมมองและมิติความรู้สึกใหม่ๆให้กับเรา และมันเป็นความบันเทิงหรือสุนทรียะที่หาไม่ได้จากหนังส่วนใหญ่ เป็นความสนุกอีกแบบ ไม่ใช่เพราะหนังตลาดไม่สนุก แต่บางทีเราก็อาจเบื่อความสนุกแบบนั้นแล้ว ก็เหมือนกินข้าวน่ะครับ แม้เราจะชอบเมนูนี้แค่ไหน แต่ให้กินทุกวันคงไม่ไหว
หลายๆคนไม่เข้าใจ หนึ่งเพราะพวกเค้าอาจยังไม่เบื่อเมนูเดิมๆ หรือสอง อาจเป็นเพราะเค้าเคยลองเมนูแปลกๆแล้วมันไม่เข้าปาก หลังๆเลยไม่กล้าลองแล้ว และเกิดเป็นอคติในที่สุด ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ แต่น่าเสียดาย เพราะยังมีเมนูอีกมากที่เค้าไม่เคยลอง แต่เค้าได้จัดเมนูเหล่านั้นไปรวมอยู่ในกลุ่มเมนูแปลกไม่เข้าปากเรียบร้อยแล้ว
การตัดสินแบบเหมารวมไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาพยนตร์ เพราะหนังแต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
นี่จึงย้อนกลับไปโจมตีการมองหนังตลาดแบบเหมารวมด้วยอีกทาง การตัดสินหนังตั้งแต่แรกเพราะมันเป็นหนังแมสหรืออินดี้ จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำนัก และยิ่งกว่านั้น การตัดสินคนที่ชอบหรือมักเลือกดูหนังแมสหรืออินดี้ยิ่งเป็นการสรุปที่ผิดพลาดมหันต์ เพราะในขณะที่เราเจอประโยคแสบๆข้างต้น เราก็เคยเห็นคนคออินดี้ดูถูกบรรดาหนังตลาด และคนที่ชอบดูหนังตลาดเช่นกัน
ประเด็นนี้ทำให้เรานึกไปถึงหนังเรื่อง Liberal Arts (2012) ซึ่งพระเอกดูถูกหนังสือที่นางเอกอ่าน คือ นิยายรักแวมไพร์ยอดนิยม Twilight ก่อนที่สุดท้ายจะมาค้นพบว่าตัวเองมีทัศนคติที่ไม่ดีอย่างแรง และค่อยได้พบแง่งามบางอย่างจากหนังสือที่ตัวเองเคยปรามาสหลังจากได้อ่านมัน
แม้เราจะชอบเมนูนี้แค่ไหน แต่ให้กินทุกวันคงไม่ไหว วันใดวันหนึ่ง คุณอาจเลือกทานอาหารโปรดของคนที่คุณเคยดูถูกก็เป็นได้