นิทานชาวสวน
ฃีวิตที่มีกำไร
ไพฑูรย์ นิมิปาล (เล่าเซี่ยงชุน, เจียวต้าย)
ตอนที่ ๓
จนถึงปี พ.ศ.๒๔๙๕ ก็ครบเกณฑ์ทหาร แต่ขอผ่อนผันเนื่องจากแม่ป่วยมากดูแลตนเองไม่ได้ มีลูกชายเพียงคนเดียว น้องก็เรียนโรงเรียนประจำ ได้รอการเกณฑ์ ๑ ปี ในพรรษานั้นจึงได้อุปสมบทที่วัดบุรณศิริมาตยาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า วัดศิริอำมาตย์ ตรงข้ากระทรวงยุติธรรมคนละฝั่งคลองหลอดนี่เอง ได้รับฉายา ปภสฺสโร พอสึกออกมาถึงเดือนธันวาคม แม่ก็ตายปีถัดไป พ.ศ.๒๔๙๖ จึงได้เข้ารับการคัดเลือกเข้ากองประจำการอีกครั้ง คราวนี้จับได้ใบแดง แต่ก็ยังโชคดีที่ทางราชการเกิดจะประหยัดงบประมาณ เลยจับขึ้นทะเบียนไว้ แล้งปล่อยให้ลาพักรอเข้ารับราฃการครั้งละ ๓ เดือน ต้องไปรายงานตัวถึง ๔ ครั้ง จึงได้เข้ารับราชการทหารจริง ๆ เลยได้เวลาราชการฟรี ๑ ปี โดยไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย เข้าเป็นทหารกองประจำการเหล่าทหารราบ เมื่อเดือนเมษายน ๒๔๙๗ สังกัดกอร้อยกองบัญชาการ กองทัพภาคที่ ๑ หน่วยเล็กนิดเดียวตั้งอยู่ตรงข้ามวังสวนกุหลาบ ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงเรียนราชวินิตไปแล้ว
เดือนธันวาคม ๒๔๙๗ ผมสมัครเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ แต่ไม่มีเหล่าทหารราบให้เลือก ก็เลยสมัครเหล่าทหาราสื่อ สาร เพราะคุ้นเคยกันดีเมื่อสมัยอยู่สะพานแดง เป็นหลักสูตรปกติรุ่นที่ ๑๓ เขารับปีละ ๒ ผลัด เพราะเร่งขยายกองทัพรับการช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ผลัดแรกเรียนเดือนพฤษภาคม ผลัดที่ ๒ เดือนธันวาคม หลักสูตรจริง ๆ เรียน ๑ ปี แต่ไม่มีสถานที่ให้เรียนก็เลยฝึกอยู่ที่โรงเรียน ๖ เดือน แล้วส่งไปฝึกงานที่หน่วยต่าง ๆ ในกรมการทหารสื่อสารอีก ๖ เดือน จึงสำเร็จการศึกษาออกรับราชการเดือนธันวาคม ๒๔๙๘ สอบได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นที่ ๘ ในจำนวน ๑๐๘ คน ได้ยศสิบโท บรรจุอยู่ที่ กองกำลังพล กรมการทหารสื่อสาร หน่วยที่ฝึกงานนั้นเอง รับราชการต่อมาถึง พ.ศ.๒๕๐๕ จึงได้ยศ จ่าสิบเอก ในระหว่าง ๗ ปีนั้นได้รับบำเหน็จ ๒ ขั้นถึง ๓ ครั้ง แต่ก็เต็มขั้นสุดท้ายอยู่อีก ๕ ปี
ระหว่างรับราชการเป็นนายสิบ คิดว่าต่อไปถ้าทางราชการออกระเบียบว่า ผู้ที่ไม่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ ๖ ไม่ให้เป็นนายทหาร เราก็คงอด จึงไปสมัครเรียนกวดวิชาที่โรงเรียนแม้นศรีพิทยาลัย แล้วสมัครสอบที่กระทรวงศึกษาธิการโดยตรง เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ กึ่งพุทธกาลโน่น โชคดีอีกตามเคย ปกติเขาเรียนกัน๑๒ เดือนจึงจะสอบ ปีนั้นเปลี่ยนเวลาสอบใหม่ เลยเรียนเพียง ๘ เดือนควบ ๓ ชั้นคือ มัธยมปีที่ ๔-๖ สอบได้อย่างสบายมาก ได้ที่ ๘๓ ในจำนวนผู้สมัครมากมายทั่วประเทศ เท่าไรก็ไม่รู้.
ฃีวิตที่มีกำไร (๓)
ฃีวิตที่มีกำไร
ไพฑูรย์ นิมิปาล (เล่าเซี่ยงชุน, เจียวต้าย)
ตอนที่ ๓
จนถึงปี พ.ศ.๒๔๙๕ ก็ครบเกณฑ์ทหาร แต่ขอผ่อนผันเนื่องจากแม่ป่วยมากดูแลตนเองไม่ได้ มีลูกชายเพียงคนเดียว น้องก็เรียนโรงเรียนประจำ ได้รอการเกณฑ์ ๑ ปี ในพรรษานั้นจึงได้อุปสมบทที่วัดบุรณศิริมาตยาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า วัดศิริอำมาตย์ ตรงข้ากระทรวงยุติธรรมคนละฝั่งคลองหลอดนี่เอง ได้รับฉายา ปภสฺสโร พอสึกออกมาถึงเดือนธันวาคม แม่ก็ตายปีถัดไป พ.ศ.๒๔๙๖ จึงได้เข้ารับการคัดเลือกเข้ากองประจำการอีกครั้ง คราวนี้จับได้ใบแดง แต่ก็ยังโชคดีที่ทางราชการเกิดจะประหยัดงบประมาณ เลยจับขึ้นทะเบียนไว้ แล้งปล่อยให้ลาพักรอเข้ารับราฃการครั้งละ ๓ เดือน ต้องไปรายงานตัวถึง ๔ ครั้ง จึงได้เข้ารับราชการทหารจริง ๆ เลยได้เวลาราชการฟรี ๑ ปี โดยไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย เข้าเป็นทหารกองประจำการเหล่าทหารราบ เมื่อเดือนเมษายน ๒๔๙๗ สังกัดกอร้อยกองบัญชาการ กองทัพภาคที่ ๑ หน่วยเล็กนิดเดียวตั้งอยู่ตรงข้ามวังสวนกุหลาบ ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงเรียนราชวินิตไปแล้ว
เดือนธันวาคม ๒๔๙๗ ผมสมัครเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ แต่ไม่มีเหล่าทหารราบให้เลือก ก็เลยสมัครเหล่าทหาราสื่อ สาร เพราะคุ้นเคยกันดีเมื่อสมัยอยู่สะพานแดง เป็นหลักสูตรปกติรุ่นที่ ๑๓ เขารับปีละ ๒ ผลัด เพราะเร่งขยายกองทัพรับการช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ผลัดแรกเรียนเดือนพฤษภาคม ผลัดที่ ๒ เดือนธันวาคม หลักสูตรจริง ๆ เรียน ๑ ปี แต่ไม่มีสถานที่ให้เรียนก็เลยฝึกอยู่ที่โรงเรียน ๖ เดือน แล้วส่งไปฝึกงานที่หน่วยต่าง ๆ ในกรมการทหารสื่อสารอีก ๖ เดือน จึงสำเร็จการศึกษาออกรับราชการเดือนธันวาคม ๒๔๙๘ สอบได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นที่ ๘ ในจำนวน ๑๐๘ คน ได้ยศสิบโท บรรจุอยู่ที่ กองกำลังพล กรมการทหารสื่อสาร หน่วยที่ฝึกงานนั้นเอง รับราชการต่อมาถึง พ.ศ.๒๕๐๕ จึงได้ยศ จ่าสิบเอก ในระหว่าง ๗ ปีนั้นได้รับบำเหน็จ ๒ ขั้นถึง ๓ ครั้ง แต่ก็เต็มขั้นสุดท้ายอยู่อีก ๕ ปี
ระหว่างรับราชการเป็นนายสิบ คิดว่าต่อไปถ้าทางราชการออกระเบียบว่า ผู้ที่ไม่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ ๖ ไม่ให้เป็นนายทหาร เราก็คงอด จึงไปสมัครเรียนกวดวิชาที่โรงเรียนแม้นศรีพิทยาลัย แล้วสมัครสอบที่กระทรวงศึกษาธิการโดยตรง เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ กึ่งพุทธกาลโน่น โชคดีอีกตามเคย ปกติเขาเรียนกัน๑๒ เดือนจึงจะสอบ ปีนั้นเปลี่ยนเวลาสอบใหม่ เลยเรียนเพียง ๘ เดือนควบ ๓ ชั้นคือ มัธยมปีที่ ๔-๖ สอบได้อย่างสบายมาก ได้ที่ ๘๓ ในจำนวนผู้สมัครมากมายทั่วประเทศ เท่าไรก็ไม่รู้.