สวัสดีครับ ผมเพิ่งสมัครและตั้งกระทู้เว็ปนี้ครั้งเเรกเลย -0- ยังเล่นไม่ค่อยจะเป็นเท่าไหร่ แต่ผมจะมาเล่าประสบการณ์ที่แบบว่า ผมได้ยินเเล้วหดหู่สุดๆให้ฟังนะครับ คนอื่นคิดยังไงกรุณาช่วยเเสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
คือทางบ้านผมเปิดกิจการ ร้านขายยา และ ห้องเช่ารายวัน ควบคู่กันไป ร้านขายยานี้ตั้งอยุ่บริเวณหน้าโรงบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งครับ และเปิดห้องเช่าอยู่ในซอยใกล้ๆกับร้านขายยา สำหรับห้องเช่านี้ก็จะเปิดให้ผู้ที่มาเฝ้าไข้ในโรงพยาบาลได้พักกัน เพราะถ้าเฝ้าไข้ห้องรวมตอนกลางคืนนี่ยุงหามตาย -0-
เค้าก็จะมาเช่าอยู่กันครับ บางเคส มาแบบครอบครัวเล็กๆ บางเคส มาเป็นครอบครัวใหญ่ๆ บางเคสมาเป็นกลุ่มเพื่อน และบางเคส มาเป็นคู่รักครับ
ทุกเคสไม่ว่าจะมาแบบไหนก็เเล้วเเต่เมื่อคนไข้หายดีเเล้วเค้าก็จะมาคืนกุญเเจห้องเช่าที่ร้านขายยาครับ แล้วเค้าก็จะกลับด้วยกันอย่างมีความสุขทุกรายกันไปแต่มาเจอเคสนี้บอกตรงๆว่ารับไม่ได้...
เคสนี้มาแบบคู่รักครับ เคสนี้มาจากต่างจังหวัด ภรรยาของ ชายคนหนึ่งผู้มาเช่าห้อง โดนรถชนขณะขับรถจักรยานยนต์แต่โชคร้ายที่ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อคด้วย อาการเลยยิ่งหนักไปใหญ่เลย (ผู้ชายที่มาเฝ้าภรรยาแล้วพักที่ห้องเล่าให้ฟัง)
มาเช่าห้องอยู่ได้สักประมาณ 1-2 อาทิตย์ครับ ตอนเเรกๆอาการนี่หนักเลยครับ ต้องเข้าปั๊มหัวใจหลายรอบมาก คือแบบผมเข้าใจความรุ้สึกของคนเป็นสามีที่ต้องมาเห็นคนรักของตัวเองต้องมามีอาการหนักและนอนอยู่โรงพยาบาล มันน่าเศร้ามาก
เเต่หลังๆมา อาการเริ่มหายดีครับ ลืมตาได้ ลุกได้ พูดคุยได้ ตอนนั้นหน้าตาของสามีที่มาเช่าห้องอยู่ดี สดใสขึ้นเยอะเลยครับ เค้าจะมาพูดคุยกับเเม่ผมที่ร้านขายยาทุกวันว่า วันนี้เป็นยังไงๆ ดูเเล้วก็สดใสร่าเริงกว่าทุกๆวันที่ผ่านมาครับ
แต่วันนี้แม่ผมสงสัยว่าวันนี้ช่วงเช้าเค้าลงมาจากห้องแล้วทำไมไม่ปิดแอร์ให้ แม่ผมเลยโทรไปหาเค้าว่า วันนี้ไม่สะดวกอะไรหรือป่าว แอร์ในห้องไม่ได้ปิดนะคะ ถ้าว่างๆยังไงก็ขึ้นมาปิดด้วยนะคะ [แม่ผมเป็นคนใจกว้างครับ เคสนี้หนักเเม่ผมเลยเข้าใจดี] เค้าก็ตอบว่า ครับๆ เดี๋ยวขึ้นไปปิดให้นะครับ
หลังจากนั้นช่วงเย็นๆแม่ก็เห็นเค้าเดินผ่านหน้าร้าน ถือธูป หรือ ดอกไม้ หรืออะไรสักอย่างเนี้ยเเหละครับ แม่ผมก็ไม่สงสัยอะไรเพราะคิดว่าจะเอาไปเเก้บนหรือทำอะไรสักอย่าง
เเต่เเล้ว...ช่วงประมาณ1 ทุ่มกว่าๆ เค้าเดินเข้ามาในร้านเเล้วบอกว่า คืนนี้จะกลับต่างจังหวัดเเล้วครับ เดี๋ยวสักพักจะเอากุญเเจมาคืนนะครับ แม่ผมก็ถามว่า อ้าวแฟนหายดีเเล้วหรอ เค้าตอบมาว่า "เสียเเล้วครับ"
ผมซึ่งนั่งเล่นอยุ่ในร้านขายยาถึงกับสตั๊นครับ คือแบบว่าเห้ย ที่เฝ้าไข้มา 1-2 อาทิตย์ ทุกวันๆที่ไปเฝ้าไข้ ทุกวันที่เจอหน้ากัน ความคิดตอนนั้นมันมีเข้ามามากเลยครับ รู้สึกหดหู่เเละว้าเหว่เล็กๆ
แม่ผมถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ทำได้เเต่พูดว่า คะ. ... ค่ะ แล้วเค้าก็เดินออกจากร้านไปเก็บเตรียมเสื้อผ้ากลับบ้าน รอรถจากต่างจังหวัดมารับ
คือที่ไม่ชินเคสนี้คือทุกคสที่มาเฝ้าคนไข้ คนไข้จะหายดี เเล้วจะกลับบ้านด้วยกันอย่างมีความสุข แต่เคสนี้นายคนนี้ต้องกลับบ้านคนเดียวครับ ไม่มีภรรยาอันเป็นที่รักอยุ่กลับด้วย มันน่าหดหู่ดีนะ
แม่ผมเลยไม่รับค่าเช่าห้องครับ ให้เช่าแบบฟรีๆไม่เสียเงินไปเลย ตอนเค้ามาคืนกุญเเจ ใบหน้าของเค้าไม่ได้ร้องไห้นะครับ ตาไม่เเดง ไม่มีน้ำตา แต่ใบหน้าดูหมองมากครับ เหมือนกับว่าเสียใจมากเกินไปจนไม่มีอะไรให้เสียใจเเล้ว
อาจจะเล่าไม่สนุกนะครับแต่มันอธิบายไม่ถูกจริงๆ -0-
ประสบการณ์จริง - เมื่อคนรักจากคุณไป
คือทางบ้านผมเปิดกิจการ ร้านขายยา และ ห้องเช่ารายวัน ควบคู่กันไป ร้านขายยานี้ตั้งอยุ่บริเวณหน้าโรงบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งครับ และเปิดห้องเช่าอยู่ในซอยใกล้ๆกับร้านขายยา สำหรับห้องเช่านี้ก็จะเปิดให้ผู้ที่มาเฝ้าไข้ในโรงพยาบาลได้พักกัน เพราะถ้าเฝ้าไข้ห้องรวมตอนกลางคืนนี่ยุงหามตาย -0-
เค้าก็จะมาเช่าอยู่กันครับ บางเคส มาแบบครอบครัวเล็กๆ บางเคส มาเป็นครอบครัวใหญ่ๆ บางเคสมาเป็นกลุ่มเพื่อน และบางเคส มาเป็นคู่รักครับ
ทุกเคสไม่ว่าจะมาแบบไหนก็เเล้วเเต่เมื่อคนไข้หายดีเเล้วเค้าก็จะมาคืนกุญเเจห้องเช่าที่ร้านขายยาครับ แล้วเค้าก็จะกลับด้วยกันอย่างมีความสุขทุกรายกันไปแต่มาเจอเคสนี้บอกตรงๆว่ารับไม่ได้...
เคสนี้มาแบบคู่รักครับ เคสนี้มาจากต่างจังหวัด ภรรยาของ ชายคนหนึ่งผู้มาเช่าห้อง โดนรถชนขณะขับรถจักรยานยนต์แต่โชคร้ายที่ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อคด้วย อาการเลยยิ่งหนักไปใหญ่เลย (ผู้ชายที่มาเฝ้าภรรยาแล้วพักที่ห้องเล่าให้ฟัง)
มาเช่าห้องอยู่ได้สักประมาณ 1-2 อาทิตย์ครับ ตอนเเรกๆอาการนี่หนักเลยครับ ต้องเข้าปั๊มหัวใจหลายรอบมาก คือแบบผมเข้าใจความรุ้สึกของคนเป็นสามีที่ต้องมาเห็นคนรักของตัวเองต้องมามีอาการหนักและนอนอยู่โรงพยาบาล มันน่าเศร้ามาก
เเต่หลังๆมา อาการเริ่มหายดีครับ ลืมตาได้ ลุกได้ พูดคุยได้ ตอนนั้นหน้าตาของสามีที่มาเช่าห้องอยู่ดี สดใสขึ้นเยอะเลยครับ เค้าจะมาพูดคุยกับเเม่ผมที่ร้านขายยาทุกวันว่า วันนี้เป็นยังไงๆ ดูเเล้วก็สดใสร่าเริงกว่าทุกๆวันที่ผ่านมาครับ
แต่วันนี้แม่ผมสงสัยว่าวันนี้ช่วงเช้าเค้าลงมาจากห้องแล้วทำไมไม่ปิดแอร์ให้ แม่ผมเลยโทรไปหาเค้าว่า วันนี้ไม่สะดวกอะไรหรือป่าว แอร์ในห้องไม่ได้ปิดนะคะ ถ้าว่างๆยังไงก็ขึ้นมาปิดด้วยนะคะ [แม่ผมเป็นคนใจกว้างครับ เคสนี้หนักเเม่ผมเลยเข้าใจดี] เค้าก็ตอบว่า ครับๆ เดี๋ยวขึ้นไปปิดให้นะครับ
หลังจากนั้นช่วงเย็นๆแม่ก็เห็นเค้าเดินผ่านหน้าร้าน ถือธูป หรือ ดอกไม้ หรืออะไรสักอย่างเนี้ยเเหละครับ แม่ผมก็ไม่สงสัยอะไรเพราะคิดว่าจะเอาไปเเก้บนหรือทำอะไรสักอย่าง
เเต่เเล้ว...ช่วงประมาณ1 ทุ่มกว่าๆ เค้าเดินเข้ามาในร้านเเล้วบอกว่า คืนนี้จะกลับต่างจังหวัดเเล้วครับ เดี๋ยวสักพักจะเอากุญเเจมาคืนนะครับ แม่ผมก็ถามว่า อ้าวแฟนหายดีเเล้วหรอ เค้าตอบมาว่า "เสียเเล้วครับ"
ผมซึ่งนั่งเล่นอยุ่ในร้านขายยาถึงกับสตั๊นครับ คือแบบว่าเห้ย ที่เฝ้าไข้มา 1-2 อาทิตย์ ทุกวันๆที่ไปเฝ้าไข้ ทุกวันที่เจอหน้ากัน ความคิดตอนนั้นมันมีเข้ามามากเลยครับ รู้สึกหดหู่เเละว้าเหว่เล็กๆ
แม่ผมถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ทำได้เเต่พูดว่า คะ. ... ค่ะ แล้วเค้าก็เดินออกจากร้านไปเก็บเตรียมเสื้อผ้ากลับบ้าน รอรถจากต่างจังหวัดมารับ
คือที่ไม่ชินเคสนี้คือทุกคสที่มาเฝ้าคนไข้ คนไข้จะหายดี เเล้วจะกลับบ้านด้วยกันอย่างมีความสุข แต่เคสนี้นายคนนี้ต้องกลับบ้านคนเดียวครับ ไม่มีภรรยาอันเป็นที่รักอยุ่กลับด้วย มันน่าหดหู่ดีนะ
แม่ผมเลยไม่รับค่าเช่าห้องครับ ให้เช่าแบบฟรีๆไม่เสียเงินไปเลย ตอนเค้ามาคืนกุญเเจ ใบหน้าของเค้าไม่ได้ร้องไห้นะครับ ตาไม่เเดง ไม่มีน้ำตา แต่ใบหน้าดูหมองมากครับ เหมือนกับว่าเสียใจมากเกินไปจนไม่มีอะไรให้เสียใจเเล้ว
อาจจะเล่าไม่สนุกนะครับแต่มันอธิบายไม่ถูกจริงๆ -0-