ฃีวิตที่มีกำไร (๒)

นิทานชาวสวน

ชีวิตที่มีกำไร(๒)

ไพฑูรย์ นิมิปาล (เล่าเซี่ยงชุน, เจียวต้าย)

ตอนที่ ๒

ปีรุ่งขึ้น พ.ศ.๒๔๘๖ ผ่านชั้นมัธยมปีที่ ๔ ไปได้อย่างหวุดหวิดเต็มที พอขึ้นชั้นมัธยมปีที่ ๕ พ.ศ.๒๔๘๗ ญี่ปุ่นถอยร่นจากแนวรบด้านแปซิฟิค และประเทศพม่า กลับไปตั้งรับในแดนมาตุภูมิ สงครามเข้มข้นขึ้น กรุงเทพถูกทิ้งระเบิดทุกวันทั้งกลางวันและกลางคืน โรงเรียนต้องปิดหมดให้ประชาชนอพยพหลบภัยสงคราม ไปอยู่ตสใชนบทที่ไม่มีจุดยุทธศาสตร์ เด็กนักเรียนจะไปเรียนต่อที่ไหนได้ยังไงก็ว่ากันไปตัวใครตัวมัน

        ผมก็เลยไม่ได้เรียนเพราะไม่ได้อพยพ มัวนอนหงายดูเครื่องบิน บี.๒๙ สีเงินยวง บินมาโปรยลูกระเบิด ใส่โรงไฟฟ้าสามเสน หลายครั้งหลายคราว กว่าปล่องสูงใหญ่จะลงไปกองกับพื้นดิน ก็เล่นเอาสวนอ้อยพลอยฟ้าพลอยฝนโดนลูกหลงเข้าไปไม่ใช่น้อย ลูกที่ใกล้บ้านที่สุดก็ห่างเพียงไม่ถึง ๑๐๐ เมตร แผ่นดินสะเทือนเล่นเอาหูแทบดับ หลังคากระเบื้องโดนก้อนดินดาล ที่ลูกระเบิดมันลงไปขุดขึ้นมาโปรยดูโปร่งฟ้าไปเลย

        พอกลางปี พ.ศ.๒๔๘๗ เดือนสิงหาคม สงครามสงบโรงเรียนเปิดสอนใหม่ ทั้ง ๆ ที่บางแห่งก็โดนลูกระเบิดหักพังเสียหายมากมาย โรงเรียนมัธยมวัดราชาธิวาสของผมไม่เป็นอะไร แต่ทางราชการขอใช้อาคารเรียนไปทำอะไรจำไม่ได้ เราเลยต้องเฮไปเรียนรวมกันที่ใต้ถุนศาลาใหญ่ ซึ่งข้างบนใช้เป็นที่เก็บศพ วีรชนที่เสียชีวิตในสงครามอินโดจีน โดยใช้ความกว้างสี่เหลี่ยมหนึ่งช่วงเสา เป็นหนึ่งห้องเรียน และจัดโต๊ะเรียนให้หันหน้าออกไปคนละทิศ

        ตอนนั้นก่อนจะเข้าเรียน กระทรวงศึกษาธิการเปิดโอกาสให้มีการสอบเข้าชั้น ใครพอใจสอบเข้าชั้นไหนก็ได้ ผมเสียดายเวลาที่วิ่งหลบลูกระเบิดอยู่หนึ่งปี ก็เลยสมัครสอบเข้าชั้นมัธยมปีที่ ๖ เพราะถ้าเข้าไม่ได้ก็เรียนชั้นมัธยมปี ที่ ๕ อย่างเดิมไม่เสียหายอะไร ปรากฏว่าสอบได้เลยได้เรียนชั้นมัธยมปีที่ ๖ โดยมีความรู้ชั้นมัธยมปีที่ ๕ เพียงเทอมเดียว เมื่อก่อนปิดโรงเรียนเท่านั้น

    พอผ่านการสอบไล่ปลายปีขึ้น พ.ศ.๒๔๘๙ ผมก็ยังคงซ้ำชั้นมัธยมปีที่ ๖ ต่อไปอีก เพราะสอบตกอย่างเฉียดฉิว แต่พอเรียนได้หนึ่งเทอม หลังจากเดือนมิถุนายน ที่ประชาชนชาวไทยต้องสูญเสีย พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล    ไปอย่างไม่คาดฝันแล้ว ผมก็ลาออกเพราะไม่มีค่าเทอมปีละไม่กี่สิบบาท เพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงชีวิต โดยทางโรงเรียนออกใบสุทธิให้เพียงชั้นมัธยมปีที่ ๔ ผมจึงมีต้นทุนที่จะออกมาต่อสู้กับโลกอันสับสนอยู่เพียงแค่นั้นเอง

        ปี พ.ศ.๔๘๙ ผมเข้าทำงานเป็นลูกจ้างในกรมพาหนะทหารบก ซึ่งปัจจุบันเป็นกรมการขนส่งทหารบก เพื่อนบ้านสี่มุมสะพานแดงนั่นแหละ ทำอยู่ไม่นานก็ได้ปรับเป็นข้าราชการวิสามัญ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่