เราเป็นครูที่สอนบนดอย แต่ไม่ใช่ว่ากันดารแบบในหนังหรือละครแบบขนาดที่ว่ามีครูไม่ถึง10คน มีไฟฟ้าใช้ก็จริงแต่อินเตอร์เน็ทนานๆทีถึงจะใช้ได้สัญญาณมือถือเข้าถึงแค่ของAISยังดีที่3Gไปถึง
วันนี้ช่วงบ่ายระหว่างที่เตรียมทำใบงานสำหรับแจกนักเรียนในวันภาษาไทย มีนักเรียนสามเณรบอกว่านักเรียนม.ต้น4คนนั้นเอาเนื้อที่จะให้ผอ.กับครูที่จะประเมินครูผู้ช่วยกินกันในตอนค่ำ(เนื้อควายนึ่ง) เด็กกลุ่มนั้นช่วงบ่ายปกติแล้วมักจะต้องไปเรียนวิชาอาชีพโดยเป็นหลักสูตรเพิ่มเติมของโรงเรียนเพื่อส่งเสริมชาวเขาให้พวกเขาเรียนจบแล้วมีงานทำ เด็กกลุ่มนั้นกลับเอาแต่เล่นบอลและพอหิวขึ้นมาเห็นเนื้อเลยเอาไปกินหมดเกลี้ยง ทั้งๆที่จำนวนของมันตั้ง1กิโลกรัมเมื่อเฉลี่ยแล้วเด้กพวกนั้นกินเนื้อสเต็คขนาดใหญ่เลย แต่เณรเห็นเข้าเลยไปบอกผอ. เด็กพวกนั้นเลยโดนเรียกกันไปต่อว่า1ใน4คนนั้นเป็นเด็กม.1ที่เรียกได้ว่าร้ายมากและรู้ทีหลังว่าเคยทำแบบนี้มาสองครั้งแล้วและผองเตือนว่าหากทำอีกจะเชิญผู้ปกครอง พอเราเอาใบงานให้นักเรียนช่วงชั้นอื่นพวกเด็กบางคนนั้นมาคุยกับผมเลย
นักเรียน1"ครูครับ เพื่อนผมโดนเรียกไปทำไมครับ"
เรา"มันดันขโมยเนื้อของผอ.ที่จะกินตอนประเมินครูผู้ช่วย"
นักเรียน1"มันเป็นของโรงเรียนไม่ใช่หรือครับ"
เรา"ไม่ใช่มันเป็นเงินที่แบ่งจากค่าอาหารกลางวันต่างหากเล่า ก็เหมือนพวกครูซื้อกินเองนั่นแหละ"

ตอนเราประเมินเองยังควักตังค์ออกค่าไก่ย่างตั้งสองตัว)
นักเรียน2"โด่ครู คิดดูสิว่าหากเป็นหมาที่กำลังหิวแล้วเห็นเนื้อวางอยู่ตรงหน้าจะไม่คาบไปกินหรือ"
เรา(ชี้หน้านักเรียน2)"แกมีความคิดเหมือนหมาข้างถนนที่ไม่มีศิลธรรมที่ได้แต่เห่าหอนไปวันๆหรือไง คนเรามีศิลรรมต่างจากสัตว์ทั่วไปนะที่จะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร สัตว์มันไม่รู้หรอกว่าอะไรผิดหรือถูก มันแค่ทำตามสัญชาตญาณของมันเท่านั้น"
นักเรียน2"ครูก็รู้นิว่าพวกผมไม่มีเงินอย่างพวกครูนิ"
เรา"อาหารกลางวันครูฉันต้องจ่ายเงินเช่นกัน พวกแกยังดีที่ทางโรงเรียนเลี้ยงข้าวกลางวันฟรีแต่บางคนกลับฉวยโอกาสออกมากินก่อนอีกด้วย และอีกอย่างการอ้างว่าไม่มีเงินไม่ใช่ข้ออ้างที่จะดูน่าสงสาร แต่มันยิ่งทำให้ดูน่ารังเกียจมากขึ้นไป"
นักเรียนดังกล่าวเงียบไปและนั่งรอคิวให้เพื่อนตัดผมต่อ เมื่อกลับไปที่ห้องพักครูเด้กที่อยู่ม.3หน้าซีดเพราะว่าครูประจำชั้นบอกว่าอาจจะไม่ได้เรียนต่อเพราะต้องลงประวัติในปพ.4(สมุดบันทึกพฤติกรรม) และเมื่อออกไป เด็กม.1ที่โดนคาดโทษว่าหากทำผิดอีกจะถูกเชิญผู้ปกครองยังหัวเราะอยู่ หากไม่อยู่ในอาณาเขตกล้องวงจรปิดเราตบหัวไปแล้ว
เมื่อกลับมาที่หอ เราลองคิดดูเกี่ยวกับข่าวต่างๆที่เกิดขึ้น บางคนคิดว่ากฎหมายไม่เอื้อแก่คนจนในกรณีที่คนจนโดนโทษหนัก เช่นเก็บเห็ดแต่โดนจับเข้าคุก15ปีหรือเอาซีดีเก่าไปขายแล้วโดนจับ แต่บางคนนั้นกลับทำผิดรุนแรงแต่ไม่โดนจับแต่พอมองอีกมุมหนึ่งแล้วบางคนกลับใช้ความจนอ้างในการทำผิดต่างๆในกรณีนี้ พวกเด็กอ้างว่ายากจนและหิวจนไม่มีอะไรกินทั้งๆที่อาหารกลางวันก็มีให้กินจนเหลือทิ้งอยู่แล้ว(บางคนกินเหลือจนทิ้งลงถังขนาดเท่ากับถังผ้าตั้งสองใบเพื่อเอาไปให้หมูกิน)หรือต่อให้หมดไปก่อนคณะครูเขาจะแบ่งอาหารบางส่วนให้นักเรียนด้วย แต่พวกเขาที่ขโมยเนื้อไปกินพวกเขาหิวเพราะเอาแต่เล่นจนหิวแล้วหาของเหลือในครัวกินแต่พอเจอเนื้อที่เขาเตรียมให้ก็เอาไปกินเสีย ถึงจะไปซื้อเอามาทำใหม่ได้แต่ที่เด็กทำคือการขโมยดีๆนี่เองเลยโดนพาตัวไปจดบันทึกพฤติกรรม
ในความคิดเห็นของผมไม่มีความสงสารแก่เด็กกลุ่มนั้นเลยเพราะเขาผิดจริงแต่ยิ่งโกรธหนักเพราะเอาความจนมาอ้างแบบนี้สำหรับเราแล้วยิ่งแย่ไปใหญ่ เมื่อก่อนเราได้เงินวันละ60บาทด้วยซ้ำโดย20บาทเป็นค่ารถโดยสารเพราะเราอยู่บ้านไกลและ20บาทเป็นค่าอาหารกลางวันที่เหลือเราเก็บไว้ซื้อของที่อยากได้ ของเล่นเราต้องเก็บเงินซื้อเอง ทุกครั้งที่เด็กคนอื่นเห่อของเล่นที่พ่อแม่ซื้อให้เราต้องมาหลบมุมหรือไม่ก็ไปหาหนังสืออ่านในห้องสมุดเพื่อไม่ให้เกิดความริศยาอยากได้ ตอนม.1เราเริ่มเรียนพิเศษได้เงินเพิ่มมาอีกนิดหน่อยแค่พอกินข้าวกลางวันและเดินทางไปกลับเท่านั้น ไม่ได้มีเงินเที่ยวหางเหมือนเด็กสมัยนี้เราเลยรู้ว่าการไม่มีเงินเป็นอย่างไร แต่คนสมัยนี้กลับใช้เป็นข้ออ้างในการทำผิดซึ่งบางกรณีนั้นสังคมให้อภัย แต่บางทีสำหรับผมนั้นยากที่จะให้อภัยได้
คิดอย่างไรกับข้ออ้างว่าทำผิดศิลธรรมเพราะยากจน
วันนี้ช่วงบ่ายระหว่างที่เตรียมทำใบงานสำหรับแจกนักเรียนในวันภาษาไทย มีนักเรียนสามเณรบอกว่านักเรียนม.ต้น4คนนั้นเอาเนื้อที่จะให้ผอ.กับครูที่จะประเมินครูผู้ช่วยกินกันในตอนค่ำ(เนื้อควายนึ่ง) เด็กกลุ่มนั้นช่วงบ่ายปกติแล้วมักจะต้องไปเรียนวิชาอาชีพโดยเป็นหลักสูตรเพิ่มเติมของโรงเรียนเพื่อส่งเสริมชาวเขาให้พวกเขาเรียนจบแล้วมีงานทำ เด็กกลุ่มนั้นกลับเอาแต่เล่นบอลและพอหิวขึ้นมาเห็นเนื้อเลยเอาไปกินหมดเกลี้ยง ทั้งๆที่จำนวนของมันตั้ง1กิโลกรัมเมื่อเฉลี่ยแล้วเด้กพวกนั้นกินเนื้อสเต็คขนาดใหญ่เลย แต่เณรเห็นเข้าเลยไปบอกผอ. เด็กพวกนั้นเลยโดนเรียกกันไปต่อว่า1ใน4คนนั้นเป็นเด็กม.1ที่เรียกได้ว่าร้ายมากและรู้ทีหลังว่าเคยทำแบบนี้มาสองครั้งแล้วและผองเตือนว่าหากทำอีกจะเชิญผู้ปกครอง พอเราเอาใบงานให้นักเรียนช่วงชั้นอื่นพวกเด็กบางคนนั้นมาคุยกับผมเลย
นักเรียน1"ครูครับ เพื่อนผมโดนเรียกไปทำไมครับ"
เรา"มันดันขโมยเนื้อของผอ.ที่จะกินตอนประเมินครูผู้ช่วย"
นักเรียน1"มันเป็นของโรงเรียนไม่ใช่หรือครับ"
เรา"ไม่ใช่มันเป็นเงินที่แบ่งจากค่าอาหารกลางวันต่างหากเล่า ก็เหมือนพวกครูซื้อกินเองนั่นแหละ"
นักเรียน2"โด่ครู คิดดูสิว่าหากเป็นหมาที่กำลังหิวแล้วเห็นเนื้อวางอยู่ตรงหน้าจะไม่คาบไปกินหรือ"
เรา(ชี้หน้านักเรียน2)"แกมีความคิดเหมือนหมาข้างถนนที่ไม่มีศิลธรรมที่ได้แต่เห่าหอนไปวันๆหรือไง คนเรามีศิลรรมต่างจากสัตว์ทั่วไปนะที่จะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร สัตว์มันไม่รู้หรอกว่าอะไรผิดหรือถูก มันแค่ทำตามสัญชาตญาณของมันเท่านั้น"
นักเรียน2"ครูก็รู้นิว่าพวกผมไม่มีเงินอย่างพวกครูนิ"
เรา"อาหารกลางวันครูฉันต้องจ่ายเงินเช่นกัน พวกแกยังดีที่ทางโรงเรียนเลี้ยงข้าวกลางวันฟรีแต่บางคนกลับฉวยโอกาสออกมากินก่อนอีกด้วย และอีกอย่างการอ้างว่าไม่มีเงินไม่ใช่ข้ออ้างที่จะดูน่าสงสาร แต่มันยิ่งทำให้ดูน่ารังเกียจมากขึ้นไป"
นักเรียนดังกล่าวเงียบไปและนั่งรอคิวให้เพื่อนตัดผมต่อ เมื่อกลับไปที่ห้องพักครูเด้กที่อยู่ม.3หน้าซีดเพราะว่าครูประจำชั้นบอกว่าอาจจะไม่ได้เรียนต่อเพราะต้องลงประวัติในปพ.4(สมุดบันทึกพฤติกรรม) และเมื่อออกไป เด็กม.1ที่โดนคาดโทษว่าหากทำผิดอีกจะถูกเชิญผู้ปกครองยังหัวเราะอยู่ หากไม่อยู่ในอาณาเขตกล้องวงจรปิดเราตบหัวไปแล้ว
เมื่อกลับมาที่หอ เราลองคิดดูเกี่ยวกับข่าวต่างๆที่เกิดขึ้น บางคนคิดว่ากฎหมายไม่เอื้อแก่คนจนในกรณีที่คนจนโดนโทษหนัก เช่นเก็บเห็ดแต่โดนจับเข้าคุก15ปีหรือเอาซีดีเก่าไปขายแล้วโดนจับ แต่บางคนนั้นกลับทำผิดรุนแรงแต่ไม่โดนจับแต่พอมองอีกมุมหนึ่งแล้วบางคนกลับใช้ความจนอ้างในการทำผิดต่างๆในกรณีนี้ พวกเด็กอ้างว่ายากจนและหิวจนไม่มีอะไรกินทั้งๆที่อาหารกลางวันก็มีให้กินจนเหลือทิ้งอยู่แล้ว(บางคนกินเหลือจนทิ้งลงถังขนาดเท่ากับถังผ้าตั้งสองใบเพื่อเอาไปให้หมูกิน)หรือต่อให้หมดไปก่อนคณะครูเขาจะแบ่งอาหารบางส่วนให้นักเรียนด้วย แต่พวกเขาที่ขโมยเนื้อไปกินพวกเขาหิวเพราะเอาแต่เล่นจนหิวแล้วหาของเหลือในครัวกินแต่พอเจอเนื้อที่เขาเตรียมให้ก็เอาไปกินเสีย ถึงจะไปซื้อเอามาทำใหม่ได้แต่ที่เด็กทำคือการขโมยดีๆนี่เองเลยโดนพาตัวไปจดบันทึกพฤติกรรม
ในความคิดเห็นของผมไม่มีความสงสารแก่เด็กกลุ่มนั้นเลยเพราะเขาผิดจริงแต่ยิ่งโกรธหนักเพราะเอาความจนมาอ้างแบบนี้สำหรับเราแล้วยิ่งแย่ไปใหญ่ เมื่อก่อนเราได้เงินวันละ60บาทด้วยซ้ำโดย20บาทเป็นค่ารถโดยสารเพราะเราอยู่บ้านไกลและ20บาทเป็นค่าอาหารกลางวันที่เหลือเราเก็บไว้ซื้อของที่อยากได้ ของเล่นเราต้องเก็บเงินซื้อเอง ทุกครั้งที่เด็กคนอื่นเห่อของเล่นที่พ่อแม่ซื้อให้เราต้องมาหลบมุมหรือไม่ก็ไปหาหนังสืออ่านในห้องสมุดเพื่อไม่ให้เกิดความริศยาอยากได้ ตอนม.1เราเริ่มเรียนพิเศษได้เงินเพิ่มมาอีกนิดหน่อยแค่พอกินข้าวกลางวันและเดินทางไปกลับเท่านั้น ไม่ได้มีเงินเที่ยวหางเหมือนเด็กสมัยนี้เราเลยรู้ว่าการไม่มีเงินเป็นอย่างไร แต่คนสมัยนี้กลับใช้เป็นข้ออ้างในการทำผิดซึ่งบางกรณีนั้นสังคมให้อภัย แต่บางทีสำหรับผมนั้นยากที่จะให้อภัยได้