##*Diaryเรื่อยๆเปื่อยๆของเด็กนอก ณ อิงแลนด์*## ตอนที่2

กระทู้สนทนา
หลังจากสัปดาห์ก่อนกระทู้ของจขกท.ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด วันนี้ผมรีบมาปั่นกระทู้แล้วครับ แต่งานไม่เผานะครับ วันนี้จะพาไปมหานครลอนดอน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศอังกฤษมาช้านาน และเคยเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ในปี1666 จนถึงกับต้องซ่อมแซมเมืองในใจกลางเมืองแทบจะทั้งหมด รวมถึงรอดจากการระดมทิ้งระเบิดของเยอรมันนาซีในสมัยของฮิตเลอร์มาได้ ถึงทุกวันนี้ลอนดอนก็ยังคงสถานะเป็นเมืองสำคัญของโลกอยู่โดยครองแชมป์เมืองที่มีค่าครองชีพสูงสุดที่ในเกาะอังกฤษ แพงขนาดที่ว่าอยู่ๆเหมือนทำเงินหายถ้าไม่คิดให้ดีๆก่อนใช้จ่าย  และมีหอนาฬิกาบิ๊กเบนที่(น่าจะ)โด่งดังที่สุดในโลกด้วยนะครับ




ลอนดอนจะมีสวนต่างๆ หรือPark ขนาดใหญ่อยู่สองสามแห่ง ที่ดังที่สุดคือ Hyde park (อ่านว่าไฮด์ พาร์คนะครับ) แถวๆพระราชวัง Buckingham ซึ่งในวันที่แดดดีๆ ชาวลอนดอนจะออกมานั่ง มานอนกันบนหญ้าในสวน เสมือนเป็นเตียงนอนกันเลยทีเดียว



นอกจากจะมีเหล่าบริชติชที่มานอนอาบแดดกันแล้ว ยังมีสัตว์น่ารักๆอย่างกระรอกเยอะแยะด้วยนะครับ คุณสามารถพบเห็นมันได้ง่ายมากๆที่Hyde parkแห่งนี้ นอกจากมันจะน่ารักแล้ว ยังเชื่องอีกตะหาก บางตัวถึงกับไต่ขึ้นไปเกาะไหล่คนเลยทีเดียว แต่ระวังอย่าเอากลับบ้านนะครับ ไม่งั้นอาจจะเป็นเรื่องได้



สัตว์อีกชนิดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ที่อังกฤษคือนกพิราบ เราสามารถเจอนกพิราบได้ทั่วเกาะอังกฤษเลยทีเดียวครับ ทุกที่ทั้งชายทะเล ทั้งพื้นถนนในเมือง ในทุ่งหญ้าชนบท หรือแม้แต่ในเมืองหลวงอย่างลอนดอน แต่นกพิราบส่วนมากที่พบในHyde park จะเป็น Dove หรือนกพิราบที่พันธ์เล็กกว่าและมีสีขาว แต่ความตะกละก็เหมือนกับนกพิราบปกติครับ โยนอะไรให้ก็จะเดินทำหัวหงกๆเพื่อมาคาบไปกิน



ในกระทู้ที่แล้ว จขกท. เคยพูดถึง"พวกบ้าแดด"ไปแล้ว ถ้าบรรยาย คงจะไม่เห็นภาพ แต่ถ้าเห็นภาพ ก็คงไม่ต้องบรรยายให้มากความ แบบในภาพด้านล่างนี้เลยครับ เห็นจนชินตา พวกเค้าจะไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ขอแค่มีแดดเปรี้ยงๆ ทุกอย่างของวันนั้นถือว่าเพอเฟ็ค



ลอนดอนมีสถานที่นึงซึ่งถือว่า ลึกลับมากคือ บ้านหมายเลข10 ถนนดาวนิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ 1684 เป็นที่พักอาศัยและสำนักงานอย่างเป็นทางการของขุนคลังเอก (First Lord of the Treasury) และเป็นบ้านของนายกรัฐมนตรีอังกฤษด้วย เพราะในปัจจุบันถือว่านายกรัฐมนตรีคือขุนคลังเอกแห่งราชสมบัติไปด้วย ที่มันลึกลับ เพราะว่าผมไม่เคยเห็นตัวบ้านเลย เห็นอย่างมากก็แค่ป้ายหน้าถนน แล้วก็ไม่ทราบว่าทำอย่างไรถึงจะเห็นตัวบ้านด้วย เพราะว่าจะมีตำรวจอาวุธครบมือประจำไว้หน้าทางเข้าตลอดเวลา เป็นการรักษาการณ์ขั้นสูงสุด เพราะปกติแล้วตำรวจที่นี่จะไม่พกปืนครับ มีแค่กระบองเท่านั้น เคยถามอาจารย์ว่าทำไม เค้าให้เหตุผลว่า อาชญากรจะจัดหาอาวุธที่รุนแรงขึ้นตามอาวุธที่ตำรวจมีในครอบครอง ทำให้ตำรวจที่นี่จะพกแค่กระบองเท่านั้น นอกจากจะมีการยกระดับความอันตราย  เหตุผลก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะครับ





London eye หรือชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ของลอนดอน ถือเป็นแลนมาร์คของที่นี่อีกแห่งเลยทีเดียว ด้วยขนาดความสูงที่มองเห็นได้แทบทั้งหมดของลอนดอน ทำให้สามารถชมวิวสวยๆได้เป็นเวลาประมาณ 30 นาที



และราคาของมันอยู่ที่ 20.95ปอนด์ ต่อ1ท่าน หรือถ้าคุณอายุ ไม่ถึง16ปี จะซื้อได้ในราคา 15.00 ปอนด์ หรือถ้าคุณมากันเป็นครอบครัวเค้าก็มีราคา 71.90 ไว้รองรับสำหรับหาร 4 (แต่จขกท.เคยคำนวนแล้ว มันก็เท่ากับราคา ตั๋วผู้ใหญ่2ใบ เด็ก2ใบนี่หว่า -.- ) เป็นไงครับราคา?
สำหรับจขกท.ก็คือ โคตรแพงเลย แต่ถึงกระนั้น คนก็ยังต่อคิวกันยาวเหยียด รอกันเป็นชม.ๆ ท่ามกลางลมหนาวและฝนปอย ยังกับแจกฟรี ทำให้ทางลอนดอนประดิษฐ์ สิ้นค้าใหม่ขึ้นมาคือ ตั๋วแบบ Fast - track ก็คือตั๋วแบบ ลัดคิวนั่นเอง ในราคา 29.50 ปอนด์ ต่อท่าน จ่ายเพิ่ม10ปอนด์เพื่อทางที่เร็วกว่า หึหึ

ราคาผมอ้างอิงจากเว็บ http://www.londoneye.com/TicketsAndPrices/Tickets/Default.aspx นะครับสามารถเข้าไปอ่านลายละเอียดได้

ตอนแรกก็แอบบ่นนะครับว่าแพง แต่พอ จขกท. เห็นวิวแล้วก็ลืมเรื่องเงินไปเลยครับ แต่รูปสู้ของจริงไม่ได้หรอกนะครับ เพราะถ่ายผ่านกระจกหนาๆอีก1ชั้น




ในภาพนี้ อาคารขวาล่างคือสถานีรถไฟ King Cross คือที่ๆ แฮรี่ พ็อตเตอร์ใช้เดินทางไปเรียนที่ฮอกวอตส์นั่นเอง


กรุงลอนดอน มีแม่น้ำเทมส์ ไหลผ่านกลางเมือง คล้ายๆที่กรุงเทพบ้านเรา มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลตัดผ่านนั่นเอง แต่ต่างกันที่ที่ลอนดอนเค้าจะสร้างถนนข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งไว้เยอะและสร้างทางเท้าไว้สำหรับเดินข้ามแม่น้ำกว้างขวางพอที่จะเดินกันเป็นกลุ่มได้ ถือว่าเพลินมากครับ เพราะสามารถชมวิวได้ทั่วถึง เช่นสะพาน London Bridge ถ้ามองทางซ้ายก็จะเป็นเห็นมหาวิหาร St.Paul Cathedral




ส่วนถ้าเรามองไปทางขวา ก็จะเห็น Tower Bridge สะพานเลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่งของลอนดอนครับ



การเดินทางในลอนดอนที่นิยมที่สุดน่าจะเป็นรถบัสแดง เอกลักษณ์ประจำที่นี่ และ Tube หรือรถไฟใต้ดินนั่นเอง
จขกท. ใช้การซื้อตั๋ว One Day Travel Card ที่สถานีTube เพราะจขกท.เรียนที่Oxford เข้าลอนดอนมาก็แค่เที่ยววันเดียวเท่านั้น และทั้งนี้ เพื่อตัดปัญหาสับสนในการซื้อตั๋วTubeและรถบัสครับ  คือตั๋วนี้เราจะสามารถใช้ได้ทั้งTubeและรถบัสเลย ซึ่งปกติแล้วถ้าคุณซื้อตั๋วTubeแบบธรรมดาไม่ใช่ One Day Travel Card เวลาขึ้นจะขึ้นรถบัส คุณก็ต้องจ่ายค่าตั๋วขึ้นรถบัสอีกครับ จขกท. แนะนำสำหรับผู้มาเที่ยวที่ลอนดอนไม่กี่วัน ซื้อตั๋วOne Day เพื่อตัดปัญหาโลกแตกของ Tube ที่นี่เลยครับ  โดยราคาก็ขึ้นอยู่กับ ระยะทางที่คุณจะไป อธิบายยังงี้อาจจะไม่เห็นภาพ คือลอนดอนเนี่ย เค้าจะแบ่งเป็น Zone ครับ มี6 Zone โดยตั๋วจะเริ่มที่ Zones 1-2  ราคา 9.00 ปอนด์ แต่ถ้าคุณอยากไปไกลกว่านั้น ไปZone3ด้วย คุณก็ต้องซื้อตั๋ว Zones 1–3 ซึ่งราคาก็จะเพิ่มเป็น 11.40 ปอนด์ ซึ่งตั๋วZones 1- 3 กับ 1- 4 จะราคาเท่ากันครับ

ถ้าสงสัยว่า การซื้อตั๋วTubeมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ จขกท. แนะนำเว็บให้นะครับสำหรับผู้ที่อยากลองของ ซึ่งทุกวันนี้ จขกท.ก็ไม่เคยทำความเข้าใจอีกเลย หลังจากที่ได้ลองตั๋วOne Dayไป  ตามลิ้งนี้เลยครับ http://www.toptiplondon.com/transport/tickets/underground-tickets-travelcards



ที่นี่จะมีตลาดที่โด่งดังอยู่หลายแห่ง แต่ที่เด่นๆคือ Covent market และ Camden town


ตัวCovent เองจะมีอาคารนึงซึ่งภายในจะมีลักษณะเป็นPlazaขนาดเล็กๆมีร้านรวงต่างๆ  แต่ตัวตลาดที่เป็นชาวบ้านมาขายจริงๆจะอยู่ทางด้านหลังตัวPlaza และ จขกท. ก็ดันไม่มีรูปซะด้วยครับ เนื่องจากเคยจะถ่ายแล้ว โดนห้ามซะก่อน ภายในนั้นจะขายของหลายชนิด เช่นถ้วยชามเก่าๆ เหรียญตราสงครามต่างๆ CDเพลง เทปเพลง เสื้อผ้าต่างๆ  อันนี้คือชุดชาที่จขกท.อาศัยจังหวะ เจ้าของร้านไปเข้าห้องน้ำ(สงสัยจะดื่มชาไปเยอะ)ถ่ายมาได้ครับ



ส่วนในรูปนี้คือภายในCovent market plazaครับ ที่เห็นเหมือนเค้าตั้งกระทะไว้นั้น คือเค้ากำลังจะผัดข้าวผัดสเปนหรือ paella (ถามเพื่อนชาวสเปนมา อ่านว่า ไปย่า ครับ ผิดพลาดประการใดขออภัย)



ส่วนถ้าแหงนหน้าขึ้นมา จะเจอหลังคาสูงพร้อมลูกบอลกลมๆ มากมายครับ




อีกแห่งหนึ่งคือ Camden town จะเป็นถนนทอดยาวพร้อมตึกแถวลักษณะ อวกาศ หลุดโลกมากมายไปตลอด2ข้างทาง มีร้านรวงเยอะมาก มีขายทุกอย่างทั้งอาหาร เสื้อฟุตบอล ของที่ระลึก เสื้อวงดนตรีต่างๆ ภาพวาด ภาพเขียน เครื่องจาน เครื่องชาม



ถ้าให้จขกท.นิยาม มันก็คล้ายๆ ตลาดเจเจ สัญชาติอังกฤษแหละครับ แต่ราคาทิ้งห่างกันเป็นเมตรครับ และของที่นำมาขายบางร้านก็ เหมาๆมาขายเหมือนกับร้านข้างๆกันก็มีครับ ยิ่งของมือสองต้องเลือกดีๆ จขกท. ไปซื้อCDมือสองวงโปรดที่หาไม่ได้แล้ว มา3แผ่น ฟังได้1แผ่น อีก2 เปิดมาน้ำตาจะไหล ไม่รู้ว่าลูกเจ้าของร้านเอาไปถูกับพื้นมาหรือเปล่า ช้ำครับแผ่นนึงก็ไม่ใช่ถูกๆ 9ปอนด์หรือประมาณ 470 บาท




ของกินตามตลาด ส่วนมากจะเป็นของกินง่ายๆที่ถือกินได้ครับ มีทั้งของหวาน ของคาว หลายสัญชาติ เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ แต่รสชาติก็ต้องเสี่ยงดวงกันหน่อยครับ









จบไปอีก ตอนนะครับสำหรับ Diary เรื่อยๆเปื่อยๆ เล่มนี้ คราวหน้า จขกท. คิดว่าจะพาไปเที่ยวเมืองBath เมืองที่เค้าว่ากันว่ามีผังเมืองที่สวยที่สุดในอังกฤษ

ปล.คราวก่อนมีคนหลังไมค์มาว่า ทำไมทำเพจแล้ว จขกท. ไม่ลงลิ้งไปเลยล่ะ ผมขอบอกเลยว่าผมลืมสนิทครับ Facepalm
ยังไงรอบนี้ก็ฝากด้วยนะครับ https://www.facebook.com/hitmyfeel
และฝากกระทู้ภาคที่แล้วด้วยนะครับ เผื่อใครพลาด http://pantip.com/topic/32332347


ปล.2 รูปแถมครับ











แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่