[CR] แดนซามูไร .... ไปแบบโหด มันส์ ฮา ตอน ขึ้นรถ ลงเรือ ปีนกระเช้า นั่งรถราง สู่เส้นทาง HAKONE Part 4

ติดตาม "แดนซามูไร .... ไปแบบโหด มันส์ ฮา" ได้ที่นี่นะครับ
http://pantip.com/topic/32340552 ตอน อิสตันบูลที่ฉันฝันหา ไม่น่าเลย ฮือๆๆ Part 1
http://pantip.com/topic/32345509 ตอน ทะยานฟ้าสู่มหานครโตเกียว Part 2
http://pantip.com/topic/32346738 ตอน สำรวจกรุงโตเกียว Part 3

หลังจากที่เราทัวร์เมืองโตเกียว ได้คร่าวๆแล้ว ขึ้นรถไฟเป็นแล้ว สั่งข้าวกินเป็นแล้ว คุ้นชินกับสังคมศิลปวัฒนธรรมดีพอสมควร
จนสามารถซึมซับรับรู้ได้ถึงความเป็นญี่ปุ่น รับรู้ถึงความเป็นปึกแผ่น และมีระเบียบวินัย รับรู้ถึงความเป็นอารยะของดินแดนแห่งนี้
ในมุมมองของผู้มาเยือน ผ่านการมองของผู้มาเที่ยวชม อาจจะไม่เห็นรากเหง้า แต่ก็พอเห็นกิ่งก้าน ดอกใบ ที่เบิ่งบานออกมา


ระหว่างเดินตามอุโมงค์ของมหานครโตเกียว ผมก็เหลือบเห็นภาพโฆษณา มีความรู้สึกคุ้นๆ ตา เลยเดินเข้าไปดู
ถูกต้องแล้วครับ เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เราคุ้นเคยกัน ข้อความโฆษณาเป็นภาษาญี่ปุ่น ผมเลยมิอาจเข้าใจ
ในเนื้อหาที่เขาต้องการสื่อ แต่ผมก็พยายามคาดเดา และสร้างเรื่องราวออกมา ว่า
“ ทุกท่านครับ การรถไฟของประเทศเรา (JAPAN) ที่เจริญก้าวหน้าได้มาถึงทุกวันนี้ เพราะเราได้ต้นแบบการจากการรถไฟไทย
ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ทรงสร้างและพัฒนาระบบการรถไฟในดินแดนสยามได้อย่างมั่นคง จากการเดินทางไปศึกษาดูงาน
ณ สยามประเทศ เราจึงนำมาพัฒนาการพัฒนาเราไว้คอยรับใช่พี่น้องประชาชนจวบจนปัจจุบัน ”

หลังจากการที่ในสมัยล้นเกล้า รัชกาลที่ ๕ พัฒนาระบบการรถไฟอย่างมั่นคงแล้ว จะผ่านมาเนิ่นน่านเป็นร้อยปีแล้ว
การรถไฟก็ยังมั่นคง สถิตสถาพร อยู่คงเดิม ไม่มีใครคิดขยับขยาย เปลี่ยนแปลงเลย 5555 (ย้อเย่น นะครับ เอาฮา )


เดินไปอีกนิดหนึ่ง ก็เห็นอารยสถาปัตกรรม ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสังคมผู้สูงอายุ ผู้พิการ ระบบการคมนาคม ที่ตอบรับการใช้บริการ
ของประชาชนทุกกลุ่มวัย แม้บริเวณที่ไม่มีลิฟท์ ก็จะมีอุปกรณ์เหมือนที่ท่านเห็น และเจ้าหน้าที่ก็ให้บริการด้วยความอบอุ่น

วันนี้เราค่อนข้างจะตื่นเช้ากันครับ เพราะตารางวันนี้เป็นการเดินทางไปชมพูเขาไฟฟูจิ ที่เมืองฮาโกเน่ เราตื่นตีห้าครับ ตีห้าคือสว่างมาก
แล้วนะครับแดดออกแล้ว เพราะพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตีสี่ เราก็ออกเดินทางให้ได้เช้าที่สุดเพื่อที่จะได้มีเวลาท่องเที่ยวให้มากที่สุด


วันนี้เราเลือกตั๋วรถไฟแบบธรรมดา ราคา 270 เยน เราสามารถเดินทางไปถึงสถานีชินจุกุ เพื่อนั่งรถไฟฟ้า
โอดะคิวลายน์กันพร้อม อย่ารอช้า ถ้าพร้อมแล้วก็ตามผมมาเลยครับ


นี่เป็นรถไฟที่เราจะโดยสารไปครับ ระดับปานกลาง ราคาปานกลาง ใครชอบความสะดวกสบาย เบาะส่วนตัว
แนะนำให้นั่งสาย โรแมนท์ ส่วนใครชอบความเร็วสูง ให้นั่งชิงคังเซ็นนะครับ เพื่อนไม่ต้องกลัว ไม่มีรถ ไม่ทันรถ
หรือมีรถน้อยนะครับ รถไฟออกทุกๆๆ 10 นาที หรือเร็วกว่านั้น สังเกตขบวนที่เขียนว่า Odawara นะครับ อย่าไปผิดสายล่ะ

  
วิวตลอดข้างทางสวยงามมากๆ เขียวขจีไปด้วยท้องหญ้า ทุ่งนา ภูผา ลำธาร มันช่างเป็น ......ญี่ปุ้น ญี่ปุ่น ทีเดียวเชียว สิ่งที่เห็นได้
ระหว่างทางคือ บ้านหลังหนึ่งจะมีสวนเล็กๆ เนื้อที่เท่าบ้าน ภายในสวนจะมีข้าวโพด สิบต้น มะเขือ ผักชี มะเขือเทศ มีอะไร ต่อมิอะไร
อย่างละเล็กละน้อย แต่ที่ผมตะลึงคือ ข้าวโพด สิบต้นของเขานั้นเขาจะดูแลเป็นอย่างดี ต้นไหนมีฝักแล้ว เขาก็จะเอาถุงตาข่ายมาหุ้ม
ป้องกันแมลง โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง บนพื้นที่เล็กๆ แต่ระบบการเกษตรคุณภาพเท่ากับระดับเกษตรอุตสาหกรรมได้เลย เผลอๆ ดีกว่า


อย่าลืมนะครับ ถ้าถึงสถานีโฮดาวะแล้วต้องลงนะครับ ถ้าไม่ลงรถไฟจะย้อนกลับมาทางเดิม ทำไมผมถึงบอกแบบนั้น เพราะถึงโฮดาวาระ
แล้วพวกผมไม่ลง คิดว่ามันจะยังไม่ใช่สถานีต่อไป ที่พวกผมคิดแบบนั้น เพราะถ้าเป็นสถานีสุดสายคนต้องลงหมด แต่คนไม่ลง
แต่ที่สังเกตได้คือ รถกลับทางเดิน จนไปเกือบ 3 สถานที่เราผ่านมาแล้ว เลยเอะใจ ถามคนข้างๆ เขาบอกว่า ทำไมไม่ลงโอดาวาระ
ฮ่าๆๆๆๆๆ ไม่เป็นไรครับ รถไฟฟรี นั่งให้คุ้ม เราลงที่สถานีที่สี่ แล้วข้ามไปนั่งฝั่งตรงข้าม พอถึง โอดาวาระ เดินเลยไปอีกนิดหนึ่ง
ก็จะเจอจุดขึ้นรถไฟฟ้า เพื่อไปสถานี Hakone Yumoto เมื่อถึงสถานีแล้วก็ต้องนั่งรถรางต่อเพื่อไป Gora ครับผม


ระหว่างทาง นั่งรถรางไปโกระ เข้าเข้าใจนะครับว่าเรากำลังเข้าภูเขา ระดับความสูง จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆถ้าอยากรู้อ่านตามป้ายนะว่ากี่เมตร
ตลอดเส้นทาง สะพรั่งไปด้วยดอกไม้นะครับ งามจริงๆ ลองลิลลี่งี้ใหญ่มาก สวยมากเลยครับ

ทัวร์จีน มากันเป็นครอบครัว มีปู่ย่าตายาย พี่ป้า น้าอา ครบเลยครับ ครอบครัวนี้

สวยดีครับ ขึ้นเต็มตลอดทางเลย เขาบอกว่าเป็นดอกไม้ที่มีเยอะในญี่ปุ่น แต่ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ ไม่มีข้อมูล
(ไปหาข้อมูลมาแล้ว ชื่อดอกไฮเดรนเยีย เป็นดอกไม้แห่งหัวใจด้านชา)


พอเรานั่งรถรางสุดสายที่สถานีโกระ ต่อรถรางจากโกระ มาถึง สถานี Sounzan แล้ว เราจะไปสิ้นสุดที่สถานีกระเช้าลอยฟ้า
นะครับบรรยากาศดีมากเลย ท่ามกลางป่าสน ขุนเขา ภาพนี่จะถึงจุดชิมไข่ดำแล้วนะครับ ข้างล่างเป็นเหมืองกำมะถัน
(เพื่อนที่ไปด้วยเป็นนักธรณี บอกมานะครับ เชื่อมัน) วันนี้ลมแรงครับ กระเช้าสะบัดเล็กน้อย สร้างความหวาดเสียวได้พอสมควรครับ
เดาว่าข้างนอกอากาศน่าจะเย็น ถึงขั้นหนาวเลยแหละ โอ้นี่หรอฤดูร้อน ณ เจแปน


ถึงแล้วสถานีไข่ดำครับผม ก่อนหน้าที่เพื่อนก็แนะนำว่าอย่าลืมไปชิมไข่ดำนะ เราก็งงอยู่ว่า อะไรคือไข่ดำ ไปดูกันเล้ยยย


คนเป็นแสนครับ เพื่อเป้าหมายจับไข่ เอ้ย กินไข่ดำ ระหว่างทางเราก็ถกกันทางวิชาการนะครับว่าทำไมไข่ดำ
ผมก็บอกว่า ปกติไข่มันก็ขาวนี่แหละ พอต้มแล้วมันดำป่ะ ??? เพื่อนอีกคนแย้งว่า บ้าหรอ จะเป็นอย่างงั้นได้ไง ดำอยู่แล้วมั้ง


เห็นภาพนี้แล้วก็ยิ่งสร้างความตื่นตาให้กลับทุกคนครับ ภาพนี้แสดงว่า ไข่ดำ ที่เรามาดูกันนี่ ปกติก็เป็นไข่ไก่เปลือกสีขาวปกติ
นะครับผม แต่พอต้มลงในบ่อน้ำร้อนแล้ว กลายเป็นสีดำซะงั้น เพื่อนๆ สงสัยไหมครับว่าทำไม ป่ะไปหาคำตอบกัน


สรุปก็คือ กลิ่นฉุนแรงๆ ที่ตลบอบอวน เตะจมูกเรานั้น ก็คือ Hydrogen Sulfide, Carbon dioxide, Sulfur dioxide,
Hydrochloric acid และ ก๊าชอื่นๆ หลอมรวมกันเป็น Volcanic gas (ลาวา หรือ ก๊าชภูเขาไฟ มั้ง ) 5555
ส่วนสีดำของเปลือกไข่ ย้ำว่าไข่ดำ ที่ Owakudani นะ เกิดจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง Iron กับ Hydrogen Sulfide
ในบ่อน้ำร้อน กลายเป็น Iron Sulfide จึงกลายเป็น ไข่ดำ โอวากุดานิ หรือจะฟังง่ายๆ คล้ายๆ ทฤษฎี แม่น้ำแควน้ำ
ไหลรวมกับ แม่น้ำแควใหญ่ กลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง 5555  วิชาการเกิ้น เลยออกนอกเรื่องนิดนึง จะได้ไม่เครียด
(สำนวนการแปล ระดับอนุบาลของผม หลายท่านอาจจะงง ก็ขออภัย)


ในที่สุดเราก็ได้ไข่ดำมาชิมกันครับ เรียนตามตรง ตามความเป็นจริง รสชาติไม่แตกต่าง 5555 เปลือกไข่ก็ร้อนเหมือนกัน
เขาแถมเกลือซองเล็กๆ มาด้วย เพิ่มความกลมกล่อมได้ในระดับหนึ่ง ถ้ามีข้าวเหนียวห่อไปด้วย ก็จะเป็นการเสร็จมื้อเที่ยงไปครับ


เด็กสาวเมืองมาซูไร รอคอย ลอยคอ ให้ไข่เย็น ตอนนี้ไข่ยังร้อนอยู่เลยไม่กล้าจับ ลืมแนะนำว่า เอาไข่ทุบกับหัวนะ จะได้ฉลาด


จากนั้นก็ขึ้นกระเช้าต่อครับ เพื่อไปล่องเรือต่อที่ทะเลสาบ Ashi  ย้ำนะครับ ทริปนี้ที่มีการโดยสารพาหนะ 88 อย่างนี่ ไม่แพงอย่าง
ที่คิดนะครับ เพราะราคาทั้งหมด อยู่ที่ 5140 เยน แต่ถ้าคุณเป็นเด็ก 1500 เยนนะครับ ถูกๆๆ


เรือมาเทียบท่ารอเราแล้วนะครับ เป็นเรือขนาดใหญ่ น่าจะรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 3-400 คนนะ เรือมีขนาดใหญ่
มีชั้นโดยสาร 3 ชั้น แล้วก็มีดาดฟ้าอีกชั้นหนึ่ง แบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหัวเรือจ่ายค่าตั๋วแพงกว่าจึงเรียกว่า VIP
ส่วนท้ายเรือราคาทั่วไป คุณจะข้ามไปฝั่งหัวเรือไม่ได้นะครับ เพราะมีการกั้นบริเวณชัดเจนครับ


เรือเทียบท่าแล้วครับ บรรยากาศรอบข้างไม่เห็นนะ เพราะฝนตกครับ บรรยากาศจึงชวนผมนอนหลับตลอดเส้นทาง
ระหว่างทางเจอพี่ไทยด้วยกลุ่มหนึ่ง พี่แกจะไปนอนที่เมืองฟูจิ เลยหอบหิ้วกระเป๋ามากันด้วย ผมบอกเลยว่าทริปนี้
Climax คือมาดูวิวภูเขาฟูจิ แต่กราบขอประทานโทษ เพราะทัศนวิสัยไม่ดีเลย จึงไม่สามารถชมวิวพร้อมชักภาพ
มาฝากทุกคนได้นะครับ ซับน้ำตาแป๊บ ฮือๆๆๆๆ เอาไว้โอกาสหน้าฟ้าใหม่ก็แล้วกันนะครับ


อันนี้ดอกไม้ริมห้องน้ำเขานะครับ สวยงามมาก น่าจะได้ปุ๋ยเป็นอย่างดี


บรรยากาศบ้านเรือนของเขา แถวๆ Moto-Hakone-Ko เดินหาของกินแป๊บเดียว ฝนตกลงมาเลยครับ จากที่อากาศเย็น
อยู่แล้ว กลายเป็นอากาศหนาวเลยครับ น่าจะอยู่ราวๆ 17 องศา ฝนตกลงมาไม่ยอมหยุดเลยเป็นอุปสรรคนิดหน่อย
ในการเดินทางท่องเที่ยวบริเวณนี้ จากนั้นก็ไปหาของกิน เพื่อหาที่หลบภัยหนาวด้วย


หลังจากทานข้าวเสร็จก็มาเดินชมบรรยากาศริมทะเลสาบ ฝนตกริน ชาวประมงก็ยิ่งดูสนุกสนานกับการหาปลา


หลังจากนั้นเราก็ไปรอรถบัสที่สถานีแถวท่าเรือนั่นแหละครับ ตอนรอฝนนี่ ฝนก็ตก ส่วนคนญี่ปุ่นนี่ก็ตากฝนเข้าแถว
คือถ้าเราไม่ไปเข้าแถว ก็จะไม่มีทีนั่ง เราก็ต้องไปตากฝนเข้าแถวกับเข้าครับ ภาพนี้เป็นบรรยากาศจากวิว รถบัส
กลับไปสถานีรถไฟที่จะนั่งกลับไป โอดาวาระครับ


บรรยากาศข้างทาง ปนกับสายฝน แหม่ ช่างดีเสียจริงๆๆ จะสังเกตได้ว่า สิ่งก่อสร้างรุ่นเก่า เขาก็จะมา รีโนเวทใหม่
โดยให้คงอยู่เหมือนเดิมแต่สามารถใช้งานได้ดีขึ้น นี่และเสน่ห์ญี่ปุ่น


>> ตรงนี้เนื้อที่ไม่พอ อ่านต่อข้างล่างนะครับ
ชื่อสินค้า:   Japan
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่