บทเรียนราคาแพง เมื่อผมไม่เห็นคุณค่าของคนที่คอยเคียงข้างจนทำให้เค้าต้องเดินออกจากชีวิตไป

สวัสดีครับเพื่อนๆ พันทิพย์ทุกคน คือตัวผมก็อ่านพันทิพย์มาค่อนข้างนานแล้ว แต่เพิ่งมาสมัครไม่กี่ปีนี่เอง นี่เป็นกระทู้แรกของผมและเนื้อหาต่อจากนี้เป็นเรื่องจริงของชีวิตผม ซึ่งอยากจะให้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้ชายหลายๆคนกับคนรัก และ ผมอาจขอความเห็นเล็กๆน้อยจากเพื่อนๆทุกคนนะครับ

ขอเกริ่นนำถึงลักษณะนิสัยของผมก่อนเลย ตัวผมเองเป็นคนค่อนข้าง เอาจริง เอาจัง กับชีวิตมาแต่ไหน แต่ไร ( มีเหตุผล แล้วกำลังจะกล่าวต่อไป ) คือประมาณจะซีเรียสกับทุกๆสิ่ง ไม่ว่าจะเป็น งานที่ได้รับมอบหมาย หรือ แม้กระทั่งดูแลครอบครับ พื้นฐานฐานะครอบครัวตอนนี้ของผมอยู่ในเกณฑ์ดี จากที่กล่าวไว้ข้างต้น เหตุผลของผมก็คือ ตัวคุณพ่อคุณแม่ของผมปลูกฝังไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าถ้าอยากได้อะไรต้องหามาด้วยตัวเอง เพราะตอนนั้นครอบครัวผมฐานะไม่ดีเท่าไหร่ ผมเริ่มรับจ๊อบตั้งแต่อยู่ ม.5 รับเขียนภาพทั่วไป ได้ค่าขนมเล็กน้อยเพื่อนำมาซื้อแผ่นเกมบ้าง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หนังสือการ์ตูน หรืออะไรที่ฮิตๆในสมัยนั้นอย่าง Nokia N72 ตั้งแต่นั้นมาผมก็รู้คุณค่าของเงินและความลำบาก เลยตระหนักถึงความเหนื่อยยากของคุณพ่อคุณแม่ที่เค้าเคี่ยวเข็ญเราไม่ให้สิ้นเปลือง ก็เลยเริ่มเก็บเงิน รับงานมากขึ้น ห่างจากโลกภายนอก พูดน้อย เก็บตัว และจริงจังมากขึ้น แต่ก็ต้องหยุดรับงานไปตอน ม6 เพราะต้องเตรียมตัวสอบหมอแต่ไม่ติด เลยทำให้ทางบ้านตำหนิ เพราะคิดว่าที่ผ่านมาไม่สมควรจะทำอะไรแบบนี้ ควรเรียนหนังสือให้จบก่อน เลยเฟลไปพักใหญ่ ผมก็อ่านหนังสือมากขึ้นบวกด้วยแรง"ติ เพื่อ ก่อ" จนสามารถเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งได้ แล้วก็เป็นคณะที่ต้องการรองจากหมอ
( ขอไม่กล่าวนะครับว่าที่ไหน )


ร่ายน้ำมาซะเยอะ เข้าเนื้อเลยล่ะกัน


ชีวิตมหาลัยตอนปี 1 ของผมก็เป็นปรกติสุข เรียนๆ เล่นๆ โดดๆ ทำกิจกรรม สนุกสนาน ผมจีบผู้หญิง 1 คนแต่ก็ไม่ติด แต่ก็ไม่เป็นไร จนกำลังขึ้นปี 2 ผมได้พบผู้หญิงอีก 1 คนที่อยู่ในคณะเดียวกัน ตอนนั้นมีกิจกรรมรับน้องใหม่ ผมและเธอก็ได้มาเจอกัน  ภายนอกเทอเป็นผู้หญิงแกร่ง ขาลุย ( ขาใหญ่ 55 ) รักเพื่อน ( เธอมีเพื่อนเยอะ ) ตัวเล็ก น่ารัก เราได้ทำอยู่ฝ่ายเดียวกัน ( ฝ่ายนั้นมีแค่ 2 คน 555555555 ) เราได้คุยกันมากขึ้น กินข้าวด้วยกันทุกมื้อ ทั้งๆที่ก่อนหน้า 1 ปี ผมแทบไม่เคยเจอเธอเลยด้วยซ้ำ  กิจกรรมกินเวลากว่า 2 เดือน ( แสตนด์เชียร์ ) เราก็อยู่ด้วยกันทุกวัน 2 เดือน ( ต่างคนต่างอาศัยเพื่อนอยู่หอ ) นั้นแหล่ะ จนความรู้สึกในใจของผมคิดว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เพื่อนผมแล้วล่ะ จากที่เคยขึ้น กู  เป็น เรียก ชื่อ จนเป็น เธอ เค้า จนเรียกฉายาที่ตั้งให้กันและกัน พอกิจกรรมจบ ผมและเธอก็ไปกลับบ้านตามปรกติ จนผมมาทราบทีหลังว่า ที่ทำงานของแม่ผมอยู่ใกล้กับบ้านของเธอ ผมเลยกลับด้วยกับเธอ เราคุยกันทุกวันบนรถ ปรับทุกข์ ระบายสุขให้กัน ความรู้สึกในใจมันอิ่มเอบจนเปลี่ยนเป็นความชอบ ผมมีความสุขเวลาอยู่ใกล้เธอ จากคนที่เคร่งเครียดกับชีวิต ทำให้ผมติงต๊องขึ้นมาทันใด จนถึงเวลาที่ผมบอกชอบเธอ เธอขอรับคำนั้นไว้ แต่ไม่ตกลงกันว่าเราเป็นแฟน ( เธอมีสัญญากับทางบ้านว่าถ้าไม่จบห้ามมีแฟน ) ตลอดระยะเวลาที่คบกันผมมีความสุขมากๆ ที่ผมได้เดินกับเธอ กินข้าวกับเธอทุกวัน มีง้องแง้งกันบ้าง มีโมเม้นกุ๊กกิ๊ก แต่ก็หารู้ไม๊ว่า นี่คือสิ่งที่เธอไม่ต้องการเลย ก่อนหน้าที่จะตกลงรับคำนั้นเธอมีเพื่อนเยอะ แต่หลังจากนั้นผมกักตัวเธอเอาไว้ ผมมารู้ทีหลังว่าเธอรู้สึกอึดอัดมาตลอด เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีอิสระ ห้ามยุ่งกับผู้ชายคนอื่น ( เวลาเธอใกล้ใครผมจะเริ่มดราม่าใส่ ) ในที่สุดเธอก็ขอบอกว่า ผมก็เธอเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น....

หัวใจผมพังทลายนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

เด่วมาต่อนะครับ ยังมีดราม่าอีก  4 ปีครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่