สวัสดีเพื่อนๆชาวก้นครัวนะครับ
นี่เป็น Review แรกที่ทำครับ ปกติจะใช้วิธีเล่าแบบปากต่อปากซะมากกว่า แต่กับร้านนี้ที่ได้เข้ามานั่งกิน และได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้าน ซึ่งก็เป็นเชฟเองเลย คุยกันถูกคอและประทับใจในรสชาติรวมถึงการบริการครับ
ผมได้รู้จักร้านนี้เพราะมีเพื่อนที่หลงเข้าไปกินแล้วถ่ายรูปโพสท์ลง Facebook ยั่วน้ำลาย ผมเห็นแล้วก็รู้สึกน่าสนใจเลยได้ไปลองครับ ตอนที่ไปครั้งแรกนั้นก็ไม่ได้คิดจะทำรีวิวอะไรเลย อาหารลงปุ๊บก็จ้วงกันแล้ว จึงได้มีการนัดกันไปโดนอีกซักรอบครับ ครั้งนี้พากันไป 5 คนครับเพื่อจะได้สั่งอาหารได้หลายอย่าง
เริ่มเลยก็แล้วกันนะครับ
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอยอารีย์ครับ อยู่ในซอยย่อย อารีย์สัมพันธ์ 5 ครับ
เข้าซอยมา ร้านจะอยู่ขวามือครับ หลังแรกเลย
ป้ายหน้าร้านครับ มีลงเบอร์ไว้ด้วย อยากจะจองโต๊ะหรือถามข้อมูลอะไรก็โทรได้ครับ
การตกแต่งร้านภายใน ผมเป็นนักกินครับ ไม่ใช่ Interior จึงอธิบายอะไรไม่ค่อยถูก ให้รูป Present ไปละกันครับ 5555+


ถ่ายเมนูอาหารมาให้ดูนิดหน่อยครับ


ฝ่ารถติดมา กระหายกันซะเหลือเกิน เลยจัด Cocktail กันซะหน่อย
Cocktail ที่นี่ เป็นแบบ Non-Alcohol นะครับดื่มได้เรื่อยๆไม่เมาครับ แก้วละประมาณ 35-40 บาท ไม่แพงครับ


อาหารค่อยๆลง ทำได้ค่อนข้างไวครับ ราวๆ 5 นาทีจานแรกก็เริ่มลงแล้ว
จานแรกนี้เป็น Tofu Kinu Salad ครับ
เขียนให้เข้าใจก็คงเป็น สลัดเต้าหู้ย่าง สไตล์ญี่ปุ่นล่ะมั้งครับ จานนี้ผม No comment เพราะผมไม่ชอบกินเต้าหู้ แต่คนที่กินบอกว่าอร่อย
และจานที่ 2 ก็มาครับ จานนี้ Black ink Spaghetti Seafood ครับ
สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดไวน์ขาวและโหระพาอิตาเลี่ยน กับรวมมิตรซีฟู้ด ไม่ต้องแปลกใจผมจำชื่อได้ยังไง ผมอ่านเอาจากเมนูครับ 555+
อร่อยมากครับ เป็นอาหารฟิวชั่นที่ใช้พาสต้าเส้นดำ มาปรุงรสชาติแบบไทยๆ รสจัดและมีกลิ่นเครื่องเทศสไตล์ไทยๆอยู่
จานถัดมาเป็น White Wine Mussel
หอยแมลงภู่ผัดไวน์ขาว เสิร์ฟคู่กับผักโหระพาอิตาเลี่ยนครับ จานนี้ผมไม่ได้กิน เพราะมัวแต่สาวเส้นพาสต้าอยู่ หันมาอีกทีหมดแล้ว แค้นมากกกกก อร่อยไม่อร่อยคงต้องจินตนาการเอาเอง หมดในพริบตาน่ะครับ
และก็ Fusilli & Cheese
ในเมนูบอกว่าเป็นเส้นฟูซิลี่ ถ้าใครนึกไม่ออก ก็เอาเป็นว่ามันคล้ายๆมักกะโรนี แต่จะเหนียวหนึบกำลังดีน่ะครับ
ได้ Feel และรสชาติของชีสเต็มๆครับ
จานนี้ ฟิวชั่นอีกแล้วครับ เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ผัดกับไส้อั่วครับ ปรุงรสชาติสไตล์ไทยๆ มีกลิ่นเครื่องเทศและออกเผ็ดนิดๆ (เพื่อนผู้หญิงที่ไปด้วยชอบมากครับ ถึงกับจะสั่งกลับบ้าน)
มีของกินเล่นด้วยครับ เป็นปีกไก่ทอด สไปซี่ กับซอสบาร์บีคิว ทอดเกรียมไปหน่อยครับ แต่รสชาติดีครับ
ปอเปี๊ยะชีสครับ
และไส้กรอกรวม
และก็มาถึง Main Course ครับ
รายการที่ 23 ในเมนูน่ะครับ เป็นสันคอหมูย่าง เสิร์ฟกับซอสครีมเห็ด และมันบด กับทรัฟเฟิลครับ

เนื้อนุ่มมากกก เพื่อนที่ไปด้วย กัดคำแรก อุทานออกมาว่า ... “Heaven”
หมดในพริบตาครับ โดยเฉพาะมันบดอร่อยมาก
และจานสุดท้าย เป็น เนื้อปลากะพงย่างกับซอสโหระพา เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งคร็อกเก็ต (รายการที่ 20 ในเมนูครับ)

สำหรับผมนะ จานนี้ผมชอบมันฝรั่งมากกว่าเนื้อปลาครับ เอามันบด ปั้นเป็นลูก แล้วไป Grill ให้กรอบนอก ติดใจอ่ะครับ ไม่เคยกิน
เช็คบิล ดูค่าเสียหายครับ
เชฟ และเจ้าของร้านครับ ยังเป็นวัยรุ่นอยู่เลยครับ อายุน้อยกว่าผมซะอีกมั้ง
===================================================
เพิ่มเติมนะครับ
ตั้งแต่ไปทานครั้งแรก ก็เป็นช่วงค่ำๆแล้ว ไม่มีลูกค้าแล้ว เลยได้มีโอกาสนั่งคุยกับเชฟครับ
เชฟคนนี้ เคยเป็นเชฟให้กับร้านอาหารฝรั่งเศส “บองชู” ครับ
จากนั้นก็ย้ายไปเป็นเชฟในร้านชื่อ อะไรโดมๆ ซักอย่าง ผมจำไม่ได้ในเครือของสิงห์น่ะครับ
แล้วก็ย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟที่ร้าน Wine33 ร้านในเครือสิงห์ ที่ CDC ครับ
และก็ได้ย้ายไปเป็นเชฟใหญ่ให้กับร้าน Wine We Well ที่ CDC อีกเช่นกัน (จำชื่อร้านได้แม่นครับร้านนี้ พาสาวไปนั่งกินมื้อเดียว กระเป๋าตังแห้งไปเกือบเดือน T-T)
ก่อนจะย้ายออกมาเปิดร้านเองครับ
เห็นบอกว่าเงินเดือนที่ได้จากร้านดังๆแต่ละร้าน เยอะกว่ารายได้ที่ออกมาเปิดร้านเองซะอีก
แต่เขาเป็นคนรักในการทำอาหาร อยากให้คนทั่วไปได้กินอาหารฝั่งเศส, อิตาเลี่ยนในราคาที่ไม่แพงเกินไปครับ ร้านที่เขาเคยเป็นเชฟให้แต่ละร้าน ราคาอาหารค่อนข้างสูง คนทั่วๆไปเข้าไปแล้วก็กล้าๆกลัวๆที่จะสั่ง เลยตัดสินใจออกมาเปิดร้านเองดีกว่า
นั่งคุยกับแกแล้วถูกคอ เลยเลี้ยงเบียร์ผมขวดนึงด้วยครับ (ตั้งแต่คราวแรกที่ไปนะครับ)
อ้อ.... ถ้าใครคิดที่จะไปลองทาน ขอบอกนะครับว่า “อย่าทะลึ่งขับรถไปนะครับ” หาที่จอดยากครับ 5555+ แต่ถ้าจะขับไปจริงๆ เลยหน้าร้านไป หาจอดเลียบกำแพงเอาครับ
ซึ่งตัวเจ้าของร้านเองก็รู้ปัญหานี้ครับ เลยตั้งชื่อร้านว่า Walk-In ครับ (คือเดินมาเถอะ) 5555+
[CR] [CR] Walk-In ร้านอาหารสไตล์ อิตาเลี่ยน-ไทย ที่ราคาย่อมเยา แต่คุณภาพแรงจริง @อารีย์สัมพันธ์ซอย 5
นี่เป็น Review แรกที่ทำครับ ปกติจะใช้วิธีเล่าแบบปากต่อปากซะมากกว่า แต่กับร้านนี้ที่ได้เข้ามานั่งกิน และได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้าน ซึ่งก็เป็นเชฟเองเลย คุยกันถูกคอและประทับใจในรสชาติรวมถึงการบริการครับ
ผมได้รู้จักร้านนี้เพราะมีเพื่อนที่หลงเข้าไปกินแล้วถ่ายรูปโพสท์ลง Facebook ยั่วน้ำลาย ผมเห็นแล้วก็รู้สึกน่าสนใจเลยได้ไปลองครับ ตอนที่ไปครั้งแรกนั้นก็ไม่ได้คิดจะทำรีวิวอะไรเลย อาหารลงปุ๊บก็จ้วงกันแล้ว จึงได้มีการนัดกันไปโดนอีกซักรอบครับ ครั้งนี้พากันไป 5 คนครับเพื่อจะได้สั่งอาหารได้หลายอย่าง
เริ่มเลยก็แล้วกันนะครับ
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอยอารีย์ครับ อยู่ในซอยย่อย อารีย์สัมพันธ์ 5 ครับ
เข้าซอยมา ร้านจะอยู่ขวามือครับ หลังแรกเลย
ป้ายหน้าร้านครับ มีลงเบอร์ไว้ด้วย อยากจะจองโต๊ะหรือถามข้อมูลอะไรก็โทรได้ครับ
การตกแต่งร้านภายใน ผมเป็นนักกินครับ ไม่ใช่ Interior จึงอธิบายอะไรไม่ค่อยถูก ให้รูป Present ไปละกันครับ 5555+
ถ่ายเมนูอาหารมาให้ดูนิดหน่อยครับ
ฝ่ารถติดมา กระหายกันซะเหลือเกิน เลยจัด Cocktail กันซะหน่อย
Cocktail ที่นี่ เป็นแบบ Non-Alcohol นะครับดื่มได้เรื่อยๆไม่เมาครับ แก้วละประมาณ 35-40 บาท ไม่แพงครับ
อาหารค่อยๆลง ทำได้ค่อนข้างไวครับ ราวๆ 5 นาทีจานแรกก็เริ่มลงแล้ว
จานแรกนี้เป็น Tofu Kinu Salad ครับ
เขียนให้เข้าใจก็คงเป็น สลัดเต้าหู้ย่าง สไตล์ญี่ปุ่นล่ะมั้งครับ จานนี้ผม No comment เพราะผมไม่ชอบกินเต้าหู้ แต่คนที่กินบอกว่าอร่อย
และจานที่ 2 ก็มาครับ จานนี้ Black ink Spaghetti Seafood ครับ
สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดไวน์ขาวและโหระพาอิตาเลี่ยน กับรวมมิตรซีฟู้ด ไม่ต้องแปลกใจผมจำชื่อได้ยังไง ผมอ่านเอาจากเมนูครับ 555+
อร่อยมากครับ เป็นอาหารฟิวชั่นที่ใช้พาสต้าเส้นดำ มาปรุงรสชาติแบบไทยๆ รสจัดและมีกลิ่นเครื่องเทศสไตล์ไทยๆอยู่
จานถัดมาเป็น White Wine Mussel
หอยแมลงภู่ผัดไวน์ขาว เสิร์ฟคู่กับผักโหระพาอิตาเลี่ยนครับ จานนี้ผมไม่ได้กิน เพราะมัวแต่สาวเส้นพาสต้าอยู่ หันมาอีกทีหมดแล้ว แค้นมากกกกก อร่อยไม่อร่อยคงต้องจินตนาการเอาเอง หมดในพริบตาน่ะครับ
และก็ Fusilli & Cheese
ในเมนูบอกว่าเป็นเส้นฟูซิลี่ ถ้าใครนึกไม่ออก ก็เอาเป็นว่ามันคล้ายๆมักกะโรนี แต่จะเหนียวหนึบกำลังดีน่ะครับ
ได้ Feel และรสชาติของชีสเต็มๆครับ
จานนี้ ฟิวชั่นอีกแล้วครับ เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ผัดกับไส้อั่วครับ ปรุงรสชาติสไตล์ไทยๆ มีกลิ่นเครื่องเทศและออกเผ็ดนิดๆ (เพื่อนผู้หญิงที่ไปด้วยชอบมากครับ ถึงกับจะสั่งกลับบ้าน)
มีของกินเล่นด้วยครับ เป็นปีกไก่ทอด สไปซี่ กับซอสบาร์บีคิว ทอดเกรียมไปหน่อยครับ แต่รสชาติดีครับ
ปอเปี๊ยะชีสครับ
และไส้กรอกรวม
และก็มาถึง Main Course ครับ
รายการที่ 23 ในเมนูน่ะครับ เป็นสันคอหมูย่าง เสิร์ฟกับซอสครีมเห็ด และมันบด กับทรัฟเฟิลครับ
เนื้อนุ่มมากกก เพื่อนที่ไปด้วย กัดคำแรก อุทานออกมาว่า ... “Heaven”
หมดในพริบตาครับ โดยเฉพาะมันบดอร่อยมาก
และจานสุดท้าย เป็น เนื้อปลากะพงย่างกับซอสโหระพา เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งคร็อกเก็ต (รายการที่ 20 ในเมนูครับ)
สำหรับผมนะ จานนี้ผมชอบมันฝรั่งมากกว่าเนื้อปลาครับ เอามันบด ปั้นเป็นลูก แล้วไป Grill ให้กรอบนอก ติดใจอ่ะครับ ไม่เคยกิน
เช็คบิล ดูค่าเสียหายครับ
เชฟ และเจ้าของร้านครับ ยังเป็นวัยรุ่นอยู่เลยครับ อายุน้อยกว่าผมซะอีกมั้ง
===================================================
เพิ่มเติมนะครับ
ตั้งแต่ไปทานครั้งแรก ก็เป็นช่วงค่ำๆแล้ว ไม่มีลูกค้าแล้ว เลยได้มีโอกาสนั่งคุยกับเชฟครับ
เชฟคนนี้ เคยเป็นเชฟให้กับร้านอาหารฝรั่งเศส “บองชู” ครับ
จากนั้นก็ย้ายไปเป็นเชฟในร้านชื่อ อะไรโดมๆ ซักอย่าง ผมจำไม่ได้ในเครือของสิงห์น่ะครับ
แล้วก็ย้ายมาเป็นหัวหน้าเชฟที่ร้าน Wine33 ร้านในเครือสิงห์ ที่ CDC ครับ
และก็ได้ย้ายไปเป็นเชฟใหญ่ให้กับร้าน Wine We Well ที่ CDC อีกเช่นกัน (จำชื่อร้านได้แม่นครับร้านนี้ พาสาวไปนั่งกินมื้อเดียว กระเป๋าตังแห้งไปเกือบเดือน T-T)
ก่อนจะย้ายออกมาเปิดร้านเองครับ
เห็นบอกว่าเงินเดือนที่ได้จากร้านดังๆแต่ละร้าน เยอะกว่ารายได้ที่ออกมาเปิดร้านเองซะอีก
แต่เขาเป็นคนรักในการทำอาหาร อยากให้คนทั่วไปได้กินอาหารฝั่งเศส, อิตาเลี่ยนในราคาที่ไม่แพงเกินไปครับ ร้านที่เขาเคยเป็นเชฟให้แต่ละร้าน ราคาอาหารค่อนข้างสูง คนทั่วๆไปเข้าไปแล้วก็กล้าๆกลัวๆที่จะสั่ง เลยตัดสินใจออกมาเปิดร้านเองดีกว่า
นั่งคุยกับแกแล้วถูกคอ เลยเลี้ยงเบียร์ผมขวดนึงด้วยครับ (ตั้งแต่คราวแรกที่ไปนะครับ)
อ้อ.... ถ้าใครคิดที่จะไปลองทาน ขอบอกนะครับว่า “อย่าทะลึ่งขับรถไปนะครับ” หาที่จอดยากครับ 5555+ แต่ถ้าจะขับไปจริงๆ เลยหน้าร้านไป หาจอดเลียบกำแพงเอาครับ
ซึ่งตัวเจ้าของร้านเองก็รู้ปัญหานี้ครับ เลยตั้งชื่อร้านว่า Walk-In ครับ (คือเดินมาเถอะ) 5555+
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น