- เรื่องหมอท่านหนึ่งที่มีเรื่องนี้ไม่รู้ว่าผิดจริงหรือเปล่า แต่คงจะได้รู้ในเร็วๆนี้ การที่หมอไม่ออกมาฟ้องร้อง กลับยอมเจรจา แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่าง
- หลายคนอาจรู้สึกไม่ดีกับวงการหมอว่าทำไมมันแย่ขนาดนี้ เรื่องนี้คงเป็นความสุดขั้วของคนไม่กี่คน ไม่ใช่หมอทั้งหมดครับ(และยังไม่รู้ตอนจบอย่างพึ่งฟันธงครับ เดี๊ยวเงิบ 555)
- แต่เราก็ต้องยอมรับว่าวงการหมอเสื่อมลงมาก ทั้งจากทุนนิยมที่มากขึ้น การสื่อสารเรื่องราวที่เร็วขึ้น หมอที่มากขึ้นก็ต้องมีคนเลวคนดีมากขึ้น
- โอเคครับ หมอไม่ใช่เทวดา เป็นคนเดินดินกินข้าวสวย -มาม่าบางเวลา ดังนั้นก็ต้องมีหาความสุขกิเลสบ้าง -เหล้าเที่ยวเล่นกันบ้าง ซึ่งก็ไม่ผิดถ้านอกเวลางาน
- แต่ปัญหาทุกวันนี้มีหมอบางคนที่มีผลประโยชน์ทับท้อง เอาความเป็นหมอที่น่าเชื่อถือไปหาผลประโยชน์กับคนไข้ เช่น หลอกขายของเสริมสวย เสริมสุขภาพกากๆ ขายอ้อม ขายโค้ง ขายเบ้ซ้าย(ไม่ได้ว่าขายตรงนะ อย่าด่ากรูล่ะ) นั่นหล่ะที่จะทำให้เราเสื่อมเพราะทำตัวเอง
- ทีนี้เราจะแก้ปัญหายังไง ก็ต้องแก้ที่ระบบครับ จะมาพูดสวยๆหล่อๆลอยๆมันก็ทำหร่าอะไรไม่ได้ ระบบที่คุมหมออยู่ก็แพทยสภาที่จะต้องมาดูแล ลงโทษ ใช้พระเดชด้วยไม่ใช่โอ๋กันอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาคนที่ผิดหนักๆหลายคนก็อยู่ได้ ทำให้ไม่เกิดการตระหนักในวงกว้าง ว่าเฮ้ย!ทำแบบนี้มันผิดว่ะ ทำไม่ได้
- และปัจจุบันที่เราต้องแก้อีกเรื่องคือการที่หมอจะเป็นเทวดาเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว หมอจะด่าคนไข้ เหวี่ยงพยาบาล ล้อแม่เวรเปล ไม่ได้แล้ว
- คือผมอยากให้มองเทียบรพ.รัฐกับเอกชน ทำไมเอกชนเราเป็นถึงระดับWorld hubที่คนทั่วโลกอยากมารักษา แต่รพ.รัฐคุณภาพนี่มันต่างกันยังกะเทือกเขาตะนาวศรี เราก็ต้องศึกษาระบบรพ.เอกชนทำไมเขามีแรงจูงใจในการดูแลคนใข้มากกว่า และจะควบคุมปริมาณคนใข้(Demand) และเพิ่มขีดความสามารถนการรักษาได้(Supply)ได้อย่างไร
- แน่นอนว่าทางออกหนึ่งคือการป้องกัน(Prevention) ที่จะลดปริมาณคนใข้ได้ การสร้างแรงจูงใจในการรักษาP4P(มาถูกทางละ แต่วิธีปฎิบัติยังกากอยู่) เอ่อที่แน่ๆอย่าตัดงบโรงบาลมากแล้วปล่อยให้รักษาแบบทนๆกันไป เงินเดือน6เดือนออกครั้ง ปล่อยให้หมอดีๆสมองไหลหนีไปเอกชนหมด พวก

ๆก็โกงกินในระบบต่อ งานการไม่ทำ-งบให้คนดีๆหมดกำลังใจเล่นอย่างเดียว
-ไม่รู้จะบอกใคร ฟ้องพันติ๊ปนี่หล่ะ 55555
กรณีหมอท่านหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าวงการสาธารณสุขควรมีการปฎิรูป
- หลายคนอาจรู้สึกไม่ดีกับวงการหมอว่าทำไมมันแย่ขนาดนี้ เรื่องนี้คงเป็นความสุดขั้วของคนไม่กี่คน ไม่ใช่หมอทั้งหมดครับ(และยังไม่รู้ตอนจบอย่างพึ่งฟันธงครับ เดี๊ยวเงิบ 555)
- แต่เราก็ต้องยอมรับว่าวงการหมอเสื่อมลงมาก ทั้งจากทุนนิยมที่มากขึ้น การสื่อสารเรื่องราวที่เร็วขึ้น หมอที่มากขึ้นก็ต้องมีคนเลวคนดีมากขึ้น
- โอเคครับ หมอไม่ใช่เทวดา เป็นคนเดินดินกินข้าวสวย -มาม่าบางเวลา ดังนั้นก็ต้องมีหาความสุขกิเลสบ้าง -เหล้าเที่ยวเล่นกันบ้าง ซึ่งก็ไม่ผิดถ้านอกเวลางาน
- แต่ปัญหาทุกวันนี้มีหมอบางคนที่มีผลประโยชน์ทับท้อง เอาความเป็นหมอที่น่าเชื่อถือไปหาผลประโยชน์กับคนไข้ เช่น หลอกขายของเสริมสวย เสริมสุขภาพกากๆ ขายอ้อม ขายโค้ง ขายเบ้ซ้าย(ไม่ได้ว่าขายตรงนะ อย่าด่ากรูล่ะ) นั่นหล่ะที่จะทำให้เราเสื่อมเพราะทำตัวเอง
- ทีนี้เราจะแก้ปัญหายังไง ก็ต้องแก้ที่ระบบครับ จะมาพูดสวยๆหล่อๆลอยๆมันก็ทำหร่าอะไรไม่ได้ ระบบที่คุมหมออยู่ก็แพทยสภาที่จะต้องมาดูแล ลงโทษ ใช้พระเดชด้วยไม่ใช่โอ๋กันอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาคนที่ผิดหนักๆหลายคนก็อยู่ได้ ทำให้ไม่เกิดการตระหนักในวงกว้าง ว่าเฮ้ย!ทำแบบนี้มันผิดว่ะ ทำไม่ได้
- และปัจจุบันที่เราต้องแก้อีกเรื่องคือการที่หมอจะเป็นเทวดาเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว หมอจะด่าคนไข้ เหวี่ยงพยาบาล ล้อแม่เวรเปล ไม่ได้แล้ว
- คือผมอยากให้มองเทียบรพ.รัฐกับเอกชน ทำไมเอกชนเราเป็นถึงระดับWorld hubที่คนทั่วโลกอยากมารักษา แต่รพ.รัฐคุณภาพนี่มันต่างกันยังกะเทือกเขาตะนาวศรี เราก็ต้องศึกษาระบบรพ.เอกชนทำไมเขามีแรงจูงใจในการดูแลคนใข้มากกว่า และจะควบคุมปริมาณคนใข้(Demand) และเพิ่มขีดความสามารถนการรักษาได้(Supply)ได้อย่างไร
- แน่นอนว่าทางออกหนึ่งคือการป้องกัน(Prevention) ที่จะลดปริมาณคนใข้ได้ การสร้างแรงจูงใจในการรักษาP4P(มาถูกทางละ แต่วิธีปฎิบัติยังกากอยู่) เอ่อที่แน่ๆอย่าตัดงบโรงบาลมากแล้วปล่อยให้รักษาแบบทนๆกันไป เงินเดือน6เดือนออกครั้ง ปล่อยให้หมอดีๆสมองไหลหนีไปเอกชนหมด พวก
-ไม่รู้จะบอกใคร ฟ้องพันติ๊ปนี่หล่ะ 55555