หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่หลายๆองค์กรนั้นควรจะมีเก็บไว้สำหรับเป็นการแบบอย่างคัดเลือกคน และแบบอย่างในหัวหน้าที่ดี ใครที่กำลังจะเป็นหัวหน้า หรือเป็นหัวหน้าอยู่ แม้แต่เป็นลูกน้องคุณควรจะอ่านเพื่อให้รู้ว่า “หัวหน้าที่ดีเป็นอย่างไร” กับหนังสือเล่มนี้ ” ใช้ คน 2 คน ให้ได้ผลเท่า 7 คน “
จุดเริ่มต้นของปัญหา …
สิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นจะเป็นเรื่องทั่วไปที่น่าสนใจ ตรงไหนแน่ะหรอ ?? หลายข้อนั้นเป็นเรื่องจริง หลายข้อได้เจอมากับตัวเองและหลายข้อได้เรียนรู้ ได้ฟังจากคนอื่นๆ เชื่อหรือไม่ว่าปกติคนเรานั้นทำงานแค่ 50% ย้ำนะครับ 50% เท่านั้น !!! สาเหตุเพราะ งานไม่ชัดเจน ขาดการลำดับความสำคัญ การบริหารจัดการที่ย่ำแย่ ขาด Feedback
ภายใต้การปกครองของนายพลที่ดีย่อมไม่มีทหารเลว
ไม่ว่าใครที่เคยหัวหน้าที่ยอดเยี่ยม ล้วนเคยเป็นหัวหน้าที่ยอดแย่มาก่อนแล้วทั้งนั้น ส่วนหนึ่งของผู้เขียนนั้นได้เจอปัญหาการเป็นหัวหน้าของตัวเองเต็มๆ โดยในตอนแรกนั้นได้เป็นลูกจ้างก่อนสุดท้ายผลงานดีจึงได้รับการโปรโมทขึ้นเป็นหัวหน้าและแล้วการพิสูจน์การเป็นหัวหน้าของเขาได้เริ่มขึ้น และจบลงอย่างรวดเร็วโดยผลลัพธ์คือ … ลาออกยกทีม !!!
เขาได้เรียนรู้ตั้งแต่นั้นโดยเขาไปก็ไปปรึกษากับคนที่เป็นหัวหน้าที่ดีและได้รับรู้ว่า สิ่งแรกที่เรียนรู้คือ “ตัวเราคือต้นตอของความผิดพลาด” คำพูดและการกระทำตัดสินทุกอย่าง ทุกๆการกระทำนั้นเหมือนกับ “ปฎิกิริยาบูมเบอแรง”
ในบทแรก …
คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎ 25 ข้อที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขด้วยเหตุผลที่ดี
การยิ้มให้ทุกคน
ถามสารทุกข์สุขดิบ
รับฟังผู้อื่น
ทำตัวให้สุภาพ
กล่าวคำว่า “ขอบคุณ” ในทุกๆเรื่อง
ที่เหลือลองหาอ่านดูครับ ไม่ใช่ข้อยากหรือทำยากเลยทำได้ง่ายและผมก็ได้ฝึกลองทำบ้างแล้ว มันช่วยเราจริงๆ เวลาอ่านหนังสือประเภทนี้เราต้องลองฝึกทำไปด้วยครับจะได้ผล เห็นผลกันจริงๆ ในท้ายบทจะมี 4 ข้อเป็นทางสู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้ผลลัพธ์เสริมให้คุณได้เพิ่มบางสิ่ง และลดการกระทำในบางสิ่งอีกด้วย
บทสอง จิตวิทยาแรงจูงใจ …
บทนี้จะเป็นการลงรายละเอียดเกี่ยวกับการพูดคุยและการรับรู้ว่าลูกน้องคิดอย่างไร เราจะจูงใจอย่างไร กระตุ้นให้เกิดความคิด ความรู้สึกอารมณ์ให้มีศักยภาพมากขึ้น และการรู้จัก “ลำดับของความสุข” 5 ขั้น
เราจะต้องรู้เพราะว่าเราจะเข้าใจถึงปัญหาว่าคนเราต้องการอะไร ทำไมถึงทำงาน และมีสิ่งไหนนอกจากงานที่ลูกน้องหรือทีมต้องการอีก และเราจะทำอะไรได้บ้าง โดย 3 ข้อจาก 5 ข้อ เราควรจะจัดการไม่ให้ขาดสำหรับลูกน้อง เพราะถ้าลูกน้องยังคงสนใจ 3 ข้อแรกของลำดับความสุข เขาเหล่านั้นจะมีสมาธิกับงานอย่างเต็มที่
ในหนังสือยังบอกถึงเกี่ยวกับการใช้เงินที่ทุกคนคิดว่า การเพิ่มเงินเดือนนั้นไม่ช่วยอะไร มีการทดลองในหนังสือแล้ว และในหนังสือยังอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีในการ “ป้องกันลดแรงจูงใจ”
ภาพรวมๆบทหลังๆ
อย่าพยายามสอนหมูให้บินด้วยเหตุผล 2 ข้อคือ 1. มันเสียเวลาเปล่าและหมูมันบินไม่ได้ 2. การทำอย่างนั้นทำให้หมูรำคาญ
ค่านิยมที่ชัดเจนควรมี และควรคิดด้วยว่ากี่ข้อ
การสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
ค้นหาภารกิจของคุณ เป็นการตั้งเป้าตั้งหมายให้ชัดเจน ว่าบริษัทจะเป็นอย่างไร
ค้นหาจุดมุ่งหมายและแรงบันดาลใจ
คำวิจารณ์นั้นลามไปเร็วกว่าไฟซะอีก ระวังคำพูดให้มาก
ยังมีต่อเกี่ยวกับการสรุปอ่านได้ในเว็บเลยจ้า
Credit
ที่มา :
http://goo.gl/QzGA9B
ติดตามแฟนเพจได้ที่ :
https://www.facebook.com/readraide
[CR] [รีวิว] หนังสือ "ใช้คน 2 คนให้ได้ผลเท่ากับ 7 คน" by Readraide.in.th
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่หลายๆองค์กรนั้นควรจะมีเก็บไว้สำหรับเป็นการแบบอย่างคัดเลือกคน และแบบอย่างในหัวหน้าที่ดี ใครที่กำลังจะเป็นหัวหน้า หรือเป็นหัวหน้าอยู่ แม้แต่เป็นลูกน้องคุณควรจะอ่านเพื่อให้รู้ว่า “หัวหน้าที่ดีเป็นอย่างไร” กับหนังสือเล่มนี้ ” ใช้ คน 2 คน ให้ได้ผลเท่า 7 คน “
จุดเริ่มต้นของปัญหา …
สิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นจะเป็นเรื่องทั่วไปที่น่าสนใจ ตรงไหนแน่ะหรอ ?? หลายข้อนั้นเป็นเรื่องจริง หลายข้อได้เจอมากับตัวเองและหลายข้อได้เรียนรู้ ได้ฟังจากคนอื่นๆ เชื่อหรือไม่ว่าปกติคนเรานั้นทำงานแค่ 50% ย้ำนะครับ 50% เท่านั้น !!! สาเหตุเพราะ งานไม่ชัดเจน ขาดการลำดับความสำคัญ การบริหารจัดการที่ย่ำแย่ ขาด Feedback
ภายใต้การปกครองของนายพลที่ดีย่อมไม่มีทหารเลว
ไม่ว่าใครที่เคยหัวหน้าที่ยอดเยี่ยม ล้วนเคยเป็นหัวหน้าที่ยอดแย่มาก่อนแล้วทั้งนั้น ส่วนหนึ่งของผู้เขียนนั้นได้เจอปัญหาการเป็นหัวหน้าของตัวเองเต็มๆ โดยในตอนแรกนั้นได้เป็นลูกจ้างก่อนสุดท้ายผลงานดีจึงได้รับการโปรโมทขึ้นเป็นหัวหน้าและแล้วการพิสูจน์การเป็นหัวหน้าของเขาได้เริ่มขึ้น และจบลงอย่างรวดเร็วโดยผลลัพธ์คือ … ลาออกยกทีม !!!
เขาได้เรียนรู้ตั้งแต่นั้นโดยเขาไปก็ไปปรึกษากับคนที่เป็นหัวหน้าที่ดีและได้รับรู้ว่า สิ่งแรกที่เรียนรู้คือ “ตัวเราคือต้นตอของความผิดพลาด” คำพูดและการกระทำตัดสินทุกอย่าง ทุกๆการกระทำนั้นเหมือนกับ “ปฎิกิริยาบูมเบอแรง”
ในบทแรก …
คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎ 25 ข้อที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขด้วยเหตุผลที่ดี
การยิ้มให้ทุกคน
ถามสารทุกข์สุขดิบ
รับฟังผู้อื่น
ทำตัวให้สุภาพ
กล่าวคำว่า “ขอบคุณ” ในทุกๆเรื่อง
ที่เหลือลองหาอ่านดูครับ ไม่ใช่ข้อยากหรือทำยากเลยทำได้ง่ายและผมก็ได้ฝึกลองทำบ้างแล้ว มันช่วยเราจริงๆ เวลาอ่านหนังสือประเภทนี้เราต้องลองฝึกทำไปด้วยครับจะได้ผล เห็นผลกันจริงๆ ในท้ายบทจะมี 4 ข้อเป็นทางสู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้ผลลัพธ์เสริมให้คุณได้เพิ่มบางสิ่ง และลดการกระทำในบางสิ่งอีกด้วย
บทสอง จิตวิทยาแรงจูงใจ …
บทนี้จะเป็นการลงรายละเอียดเกี่ยวกับการพูดคุยและการรับรู้ว่าลูกน้องคิดอย่างไร เราจะจูงใจอย่างไร กระตุ้นให้เกิดความคิด ความรู้สึกอารมณ์ให้มีศักยภาพมากขึ้น และการรู้จัก “ลำดับของความสุข” 5 ขั้น
เราจะต้องรู้เพราะว่าเราจะเข้าใจถึงปัญหาว่าคนเราต้องการอะไร ทำไมถึงทำงาน และมีสิ่งไหนนอกจากงานที่ลูกน้องหรือทีมต้องการอีก และเราจะทำอะไรได้บ้าง โดย 3 ข้อจาก 5 ข้อ เราควรจะจัดการไม่ให้ขาดสำหรับลูกน้อง เพราะถ้าลูกน้องยังคงสนใจ 3 ข้อแรกของลำดับความสุข เขาเหล่านั้นจะมีสมาธิกับงานอย่างเต็มที่
ในหนังสือยังบอกถึงเกี่ยวกับการใช้เงินที่ทุกคนคิดว่า การเพิ่มเงินเดือนนั้นไม่ช่วยอะไร มีการทดลองในหนังสือแล้ว และในหนังสือยังอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีในการ “ป้องกันลดแรงจูงใจ”
ภาพรวมๆบทหลังๆ
อย่าพยายามสอนหมูให้บินด้วยเหตุผล 2 ข้อคือ 1. มันเสียเวลาเปล่าและหมูมันบินไม่ได้ 2. การทำอย่างนั้นทำให้หมูรำคาญ
ค่านิยมที่ชัดเจนควรมี และควรคิดด้วยว่ากี่ข้อ
การสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
ค้นหาภารกิจของคุณ เป็นการตั้งเป้าตั้งหมายให้ชัดเจน ว่าบริษัทจะเป็นอย่างไร
ค้นหาจุดมุ่งหมายและแรงบันดาลใจ
คำวิจารณ์นั้นลามไปเร็วกว่าไฟซะอีก ระวังคำพูดให้มาก
ยังมีต่อเกี่ยวกับการสรุปอ่านได้ในเว็บเลยจ้า
Credit
ที่มา : http://goo.gl/QzGA9B
ติดตามแฟนเพจได้ที่ : https://www.facebook.com/readraide