นี่คือชีวิตรัก จริงๆใช่ไหม?

กระทู้คำถาม
ย้อนไปตอนมัธยม เมื่อเราได้พบกับรักรั้งแรกเราคิดว่ารักนั้นยิ่งใหญ่มันมีอานุภาพพทำให้เราหลง มัวเมานี่สิน่ะรักแรก รักจนมองไม่เห็นเหมือนคนตาบอด
แต่คนรักของเราเป็นผู้หญิง เราก็ไม่ได้แคร์สายตาใครๆที่เราจะคบเพศเดียวกันเราคบกันมา 4 ปีจนขึ้นปี2 แต่แล้วรักนั้นต้องจบลงเพราะเราคงไม่ดีพอ เมื่อมีคนใหม่เข้ามาแทนที่   บอกได้เลยว่าอกหักครั้งแรกกับเพศเดียวกันเจ็บมากจิงๆ อาจจะมีหลายสาเหตุเพราะเราเป็นเด็กต่างจังหวัดมาอยู่ในกรุงเทพตัวคนเดียวหลายคนคิดว่าเป็นเด็กต่างจังหวัดแล้วเกี่ยวอะไร คิดว่ามันเป็นความรู้สึกเหมือนตัวคนเดียวต้องดูแลตัวเราเองและอีกหลายสาเหตุเราทำใจอยู่นานมากทีเดียวเลย เราใช้วิธีการเที่ยวผับ กินเหล้า เที่ยวสี่ทุ่มยันแปดโมงเช้ากับหอ  ใช้วิธีการนี้มานานประมาณปีกว่าค่ะกว่าจะลืมเรื่องราวทั้งหมดแต่ถามว่าลืมไหมมันไม่สามารถที่จะลืมมเรื่องราวต่างๆในความทรงจำได้หมดถึงณตอนนี้ก็ยังเก็บเป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเราเคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนหนึ่งซื่งเรารักมาก   แต่ในช่วงที่ทำใจก็มีหลายคนเข้ามาในชีวิตมันอาจจะเป็นจังหวะชีวิตเพราะตอนนั้นเรายังเป็นนักศึกษาได้พบเจอคนมากมายและหนึ่งในนั้นก็เป็นเพื่อนในสาขาเดียวกัน บางทีเราคิดในใจว่าคนต่อไปเราจะคบผู้หญิงหรือผู้ชายบางครั้งเพื่อนก็เคยถามว่าใครจะเป็นผู้โชคดีระหว่างหญิงกับชายแต่แล้วเราก็เลือกผู้ชาย ผู้ชายคนนี้เรารู้จักกันตอนเข้าปี1 เคยแซวเล่นๆไปมาอยู่บ่อยครั้งแต่ด้วยที่เราเองมีแฟนอยู่แล้วเลยไม่ได้สนใจอะไร แต่ผู้ชายคนนี้เป็นที่สนใจผู้หญิงมากมาย มีแค่ปัจจัยเดียวค่ะ คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากรวย สปอร์ต หน้าตาก็ปานกลาง ไม่แปลกใจเลยที่เป็นที่ต้องการของสาวหลายๆคน หลายคนคงงง ว่าเราคบกับผู้ชายคนนี้ได้อย่างไง คือ เดียวการที่บ้านเราอยู่ต่างจังหวัดพ่อแม่โอนเงินมาให้ในแต่ละเดือน แต่ช่วงที่โหมกระหน่ำเที่ยวผับ ตลอดเดีอนและทุกวันไม่มีวันหยุด ทำให้เงินที่ใช้เที่ยวนั่นหายไป แต่เดียวความที่เราอยากไป เราคิดหาทางกับเพื่อนว่าหาเพื่อนไปหลายๆคนจะได้หารกันน้อยๆลดเงินค่าเหล้าเลยชวนเพื่อนๆๆไปด้วยและหนึ่งในนั้นคือผู้ชายคนนี้ เราเที่ยวกันนานมากและแล้วเราคิดว่าเราได้แอบชอบผู้ชายคนนี้เข้าแล้ว..........
ช่วงแรกเราคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้เพราะหลายสาเหตุเลย เนื่องจากผู้ชายคนนี้มีแฟนอยู่แล้ว และแฟนเค้าสวยและรวยมาก  บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่รู้จักกันคบกันนานแล้ว   มันไม่มีทางเลยที่เค้าจะชอบเรา  แต่ผุ้หญิงทุกคนคงคิดว่าเค้าชอบเราเพราะในขณะที่เค้ามีแฟนอยู่แล้วยังโทรหาเรา เที่ยวกับเราทุกคืนแบบนี้จะไม่ให้คิดได้ไง  เราเป็นแบบนี้เรื่อยๆมาจนแฟนเค้าจับได้และผู้ชายคนนั้นก็เลือกแฟนเค้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเราลิกยุ่งเลิกโทหากันถามว่านานไหมก็ประมาณเดือนกว่าๆและแล้วเราก็ได้ยินว่าผู้ชายคนนี้เลิกกันแฟนเค้าแล้ว  และเราก็ได้กับมาคุยกันเพราะเค้าได้โทหาเรานี่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราได้คบกันอย่างเป็นทางการ              ช่วงที่เราเริ่มคบกันดูแล้วเค้ายังไม่ลืมคนเก่า อาจจะเป็นเพราะว่าเค้าคบกันนานเราเข้าใจและเพิ่งเลิกกัน ช่วงแรกๆเราคิดเสมอว่าเราเข้าใจและยอมรับได้ เวลาเท่านั้นที่ช่วยได้  เวลาผ่านไป จนวันนี้  5 ปีแล้วค่ะ ที่คบกับผู้ชายคนนี้มีเรื่องราวมากมาย เราคบกันมาไม่เคยทะลาะกันแรงๆมีแค่งอลกันเท่านั้นแต่ห้านาทีก็หาย แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เขียนกระทู้นี้ขึ้นมาคือ     เราอึดอัดใจ ไม่สามาถที่จะเล่าหรืออธิยายให้ใครเข้าใจเราได้เลยขอระบายผ่านกระทู้นี้ค่ะ   อยากบอกหลายๆคนที่มีความรัก ควรรักษาระยะห่างของคุณไว้   เมื่อวันหนึ่งมันมีเหตุการณ์แบบเราคุณจะไม่เป็นแบบที่เราเป็น  ต่อกันน่ะค่ะ  เราคบกันมานานค่ะ  5 ปีถือว่านาน ตอนนี้เราอายุ 25 และผู้ชายคนนี้ก็เช่นกัน เราคบกันโดยไม่เว้นระยะห่างคบกันแบบตัวติดกันไปไหนไปด้วย กินข้าวดูหนังนั่งเล่นไปนอน ไปเรียน เป็นแบบนี้นานมาก  นานจนเราจบปริญญาตรีทั้งคู่ และเค้าเรียนป.โทจบเราเลือกเรียนด้าน เมคอัฟ ถึงตอนนี้เค้าได้ไปรับกิจการที่บ้าน แต่ด้วยความที่เราไม่เคยห่างกันเราห่างกันมันให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลย  และมันเป็นแบบนี้มาเรื่อยๆจนเราชิน  เราแก้ปัญญหาด้วยการที่เราไปบ้านเค้าทุกอาทิตย์ไปตั้งแรกตอนเราอยู่ปริญญาถึงตอนนี้ก็เป็นอยู่เช่นเคย  แต่มันผิดผิดที่เราเป็นผู้หญิงไปนอนบ้านผู้ชายมันก็จะดูไม่ดีไม่ว่าใครก็คงคิดแบบเรา  แต่ด้วยทางบ้านเค้าเป็นครอบครัวคนจีนแบบดั้งเดิมยังเป็นกงสี เป็นครอบครัวที่มีคนอยู่เยอะมากประมาณสิบกว่าคนได้ เราไปเรารู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก เราคนเดียวจะแคร์ทุกคนเป็นไปไม่ได้เลย  เวลาเราไปบ้านแฟนเราไม่อยู่บ้างเนื่องจากต้องไปทำงานที่ฟาร์มต่างจังหวัดและกับเย็นๆตอนนั้นเหมือนความรู้สึกแบบไหนไม่รู้บอกไม่ถูก  บางทีเห็นพี่น้องบ้านแฟนทะเลาะกันบางทีเราทำใจไม่ถูก ทำตัวไม่ถูกเรื่องของญาติพี่น้องที่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากมากสะจนเราคิดและเหนื่อยแทน  ก่อนจะถึงจุดสำคัญเราขอพักตรงนี้ไว้ก่อนน่ะค่ะ และจะมาเล่าให้ฟังว่ามันสนุกยิ่งกว่านิยายเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่