ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 85และ 86/2557 ให้งดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ไว้เป็นการชั่วคราวและให้ใช้การสรรหาแทนนั้น ทำให้บรรดาข้าราชการพนักงานการเลือกตั้งต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ประกาศคสช.ที่ออกมาโดยแสดงความกังวลว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณของคสช.หรือไม่ว่าต่อไปอาจจะมีการเสนอยุบกกต.หรือเปลี่ยนตัวองค์อำนาจของกกต.หรือไม่ รวมทั้งเชื่อว่าจะไม่มีการเลือกท้องถิ่นไปจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งกกต.ด้านบริหารเลือกตั้งก็ได้เสนอให้ที่ประชุมกกต.ได้รับทราบถึงประกาศคสช.ดังกล่าวแล้ว โดยทางสำนักงานฯยังเห็นว่าในกรณีเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งและการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นที่ที่ค้างอยู่อีกกว่า 200 สำนวน กกต.ยังสามารถพิจารณาต่อไปให้แล้วเสร็จได้ และหากเห็นว่าสมควรต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็จะประสานไปยังกรมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการสรรหาแทนตามประกาศคสช. ซึ่งนับตั้งแต่วันที่28 พฤษภาคม -31 ธันวาคม 2557 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ครบวาระและกำลังจะครบวาระทั้งหมด 255 แห่ง โดยแบ่งเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 8 แห่ง เทศบาลตำบลจำนวน 157แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน 86 แห่ง และกรุงเทพมหานครในส่วนของส.ก. อีก 1 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ที่คณะทำงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช. ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ. เป็นหัวหน้า ได้เชิญเลขาธิการกกต. และเจ้าหน้าที่ด้านการเลือกตั้งไปหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น แม้กกต.จะนำเสนอว่ากรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครบวาระแล้วไม่มีการจัดการเลือกตั้งนั้นจะทำให้เกิดผลกระทบในเรื่องงบพัฒนาท้องถิ่น เพราะไม่มีสภามาพิจารณา แต่ทางคณะทำงานของคสช.ก็ได้มีความเห็นต่อกกต.ว่า น่าจะชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อนเพราะหากเลือกตั้งก็จะได้ผู้บริหารที่เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองระดับชาติอีก รวมถึงหากมีรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับใหม่ ซึ่งอาจจะมีการกำหนดที่มาของสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นใหม่ ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้สมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นชุดใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ จึงทำให้ประกาศคสช.ที่ออกมาในกรณีดังกล่าว มีการวิเคราะห์กันเพิ่มเติมโดยเชื่อว่าเป็นความต้องการของคสช.ที่จะสลายขั้วการเมืองเพราะสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นก็ตามเป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ หากไม่มีการเลือกตั้งนักการเมือง พรรคการเมืองก็จะหมดเวทีเล่น ขณะเดียวกันการกำหนดให้คณะกรรมการสรรหามาจากผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รวมถึงผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องเป็นข้าราชการ หรืออดีตข้าราชการไม่น้อยกว่าระดับ 8 ขึ้นไปนั้น ก็เป็นการดึงพรรคข้าราชการให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนช่วงก่อนการกระจายอำนาจ และมองว่าทำให้เมื่อถึงเวลาที่จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ก็ยากที่ฐานการเมืองของพรรคการเมืองใหญ่ชุดเก่าจะกลับเข้ามาได้
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1405516130
กกต.ผวาถูกยุบ หลังประกาศคสช.สั่งงดเลือกตั้งท้องถิ่น เชื่อหวังตัดแขนขาพรรคการเมืองใหญ่ !
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ที่คณะทำงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช. ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ. เป็นหัวหน้า ได้เชิญเลขาธิการกกต. และเจ้าหน้าที่ด้านการเลือกตั้งไปหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น แม้กกต.จะนำเสนอว่ากรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครบวาระแล้วไม่มีการจัดการเลือกตั้งนั้นจะทำให้เกิดผลกระทบในเรื่องงบพัฒนาท้องถิ่น เพราะไม่มีสภามาพิจารณา แต่ทางคณะทำงานของคสช.ก็ได้มีความเห็นต่อกกต.ว่า น่าจะชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อนเพราะหากเลือกตั้งก็จะได้ผู้บริหารที่เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองระดับชาติอีก รวมถึงหากมีรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับใหม่ ซึ่งอาจจะมีการกำหนดที่มาของสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นใหม่ ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้สมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นชุดใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ จึงทำให้ประกาศคสช.ที่ออกมาในกรณีดังกล่าว มีการวิเคราะห์กันเพิ่มเติมโดยเชื่อว่าเป็นความต้องการของคสช.ที่จะสลายขั้วการเมืองเพราะสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นก็ตามเป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ หากไม่มีการเลือกตั้งนักการเมือง พรรคการเมืองก็จะหมดเวทีเล่น ขณะเดียวกันการกำหนดให้คณะกรรมการสรรหามาจากผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รวมถึงผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องเป็นข้าราชการ หรืออดีตข้าราชการไม่น้อยกว่าระดับ 8 ขึ้นไปนั้น ก็เป็นการดึงพรรคข้าราชการให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนช่วงก่อนการกระจายอำนาจ และมองว่าทำให้เมื่อถึงเวลาที่จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ก็ยากที่ฐานการเมืองของพรรคการเมืองใหญ่ชุดเก่าจะกลับเข้ามาได้
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1405516130