เกลียดน้อง

จะขอเล่าเรื่องของเราถึงสาเหตุที่เกลียดน้องค่ะ
        เราเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชาย 1 คน น้องสาว 1 คน เราอ่อนกว่าพี่ชาย 1 ปี และแก่กว่าน้องสาว 3 ปี
        ตั้งแต่เด็กก่อนมีน้อง เราจำได้ว่าเราก็รักพี่ชายดี ตอนเรามีน้องสาว ตอนนั้นจำได้ว่าเรากับพี่ชาย ดีใจมากๆ เราและพี่ชายรักน้องสาวมาก
        เราสามคนพี่น้องก็รักกันดีค่ะ พ่อแม่ก็ทำงานเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยของรัฐทั้งคู่ ฐานะก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย พอมีพอกิน ตั้งแต่เด็กมา เราจะรู้สึกได้เลยว่าพ่อเราตั้งความหวังกับพี่ชายมากที่สุด คงจะเป็นเพราะเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นคนโตด้วย แต่กับเราพ่อเค้าจะไม่ค่อยตั้งความหวังซักเท่าไร แค่เอาตัวรอดก็พอแล้ว เพราะเราเป็นคนเรียนหนังสือก็ไม่ได้เก่งมากมายค่ะ เรียนประถม มัธยม เกียรติบัตรซักใบก็ไม่เคยได้เหมือนพี่เหมือนน้อง แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ ก็รักพี่รักน้อง
         สมัยก่อนตอนเราเด็กๆ ด้วยความฐานะทางบ้านไม่ได้ดีมาก อะไรที่ประหยัดได้ก็จะประหยัดค่ะ หนังสือเรียนนี่เราก็ต้องใช้ต่อจากพี่ชายเราตลอด เพราะห่างกันแค่ปีเดียว แต่พอถึงน้อง บางทีน้องก็ไม่ยอมค่ะ จะขอแม่ซื้อใหม่ตลอด แต่ยังโชคดี ที่เราเป็นผู้หญิง เลยได้รองเท้าใหม่ ส่วนชุดนักเรียนแม่ก็จะซื้อให้ใหม่ปีละ 2 ชุดค่ะ ส่วนชุดพละ กับรองเท้าพละ และรองเท้านักเรียน แม่จะให้ใช้คู่ละ 2 ปีค่ะ ประหยัด
         เราสามคนพี่น้องก็รักกันดีค่ะ มีทะเลาะกันบ้างตามประสา จนโต ทุกคนเข้ามหาวิทยาลัย พี่ชายเรียน วิศวไฟฟ้า จุฬาค่ะ น้องเรียนทันตแพทย์ จุฬาค่ะ ส่วนเรา สอบเอนทรานซ์ไม่ติด เรียนเศรษฐศาสตร์ หอการค้า เราก็ไม่ได้คิดอะไร เรียนอะไรก็ได้ค่ะ
         แต่เหมือนน้องเราเค้าจะเริ่มแบบว่าทนงตัวเองอ่ะคะ ประมาณว่าฉันเรียนจุฬานะ เป็นหมอฟัน อะไรงี้อ่ะคะ แล้วเราก็รู้สึกว่าเค้าปลูกฝังค่านิยมแบบผิดๆ ด้วยค่ะ เพราะน้องเคยเล่าให้ฟังในโต๊ะกินข้าวว่า ตอนไปซื้อข้าวที่โรงอาหารคณะ คนขายจะถามว่า"หมอ วันนี้กินอะไรดีคะ" ประมาณนี้อ่ะค่ะ ตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 ยังไม่เป็นวุ้นเลยค่ะ ไม่รู้จะเรียนจบมั๊ย จะรอดมั๊ย เราได้ยินแล้วก็งงๆ ค่ะ ฟังดูแปลกๆ
         แล้วพอต่างคนต่างโตขึ้น เวลาทะเลาะกันก็จะรุนแรงกว่าเดิมค่ะ น้องจะชอบด่าเรา ว่าเราไม่ดียังงั้นยังงี้ ยังไงเค้าก็ดีกว่าเรา จนสุดท้าย คำที่มันดังก้องหูเราจนทุกวันนี้ไม่เคยลืมเลยคือ ตอนนั้นเราทะเลากัน
        น้อง : เออ ยังไงชั้นก็ดีกว่าเธอแหละ
        เรา  : ดีกว่ายังไง
        น้อง : ชั้นเอนทรานซ์ติดจุฬา เธอเอ็นไม่ติด
        เรา  : แล้วเธอดีกว่ายังไง
        น้อง : ยังไงชั้นก็ไม่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน แต่เธอ ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน ที่เอ็นไม่ติด ต้องเรียนหอการค้า
       เราได้ยินแบบนั้น อึ้งเลยค่ะ น้ำตาซึมเลย ตอนนั้นแม่ก็อยู่ด้วยค่ะ เราหันไปถามแม่เลย ว่า แม่ ลูกทำให้แม่เดือดร้อนหรือเปล่า ที่ลูกเอ็นไม่ติด แม่ร้องไห้เลยค่ะ(นั่งพิมพ์นี่ก็น้ำตาซึม คิดถึงเรื่องนี้ทีไร มันเจ็บใจทุกที)
       หลังจากนั้นเราไม่คุยกับน้องอีกเลยค่ะ เป็นเวลาหลายปีเลยค่ะ เราก็รู้ว่าพ่อแม่ไม่สบายใจเลย ที่ลูกสองคนไม่รักกัน แต่เราก็รับไม่ได้จริงๆ ค่ะ ที่น้องมาว่าเราแบบนี้
       เราไม่คุยกับน้องได้ประมาณ 3-4 ปีได้ค่ะ เวลาคุยก็แค่ที่จำเป็น คุยกันทีไรก็ทะเลาะทุกที แม่ก็เสียใจทุกครั้ง จนสุดท้ายเราก็ยอมคืนดีกับน้องค่ะ เพื่อความสบายใจของแม่ แต่ถามว่าเราก็เหมือนมีบาดแผลขนาดใหญ่อยู่ในใจตลอดเวลาค่ะ
       จนตอนนี้น้องเราแต่งงาน มีลูกแล้ว 2 คน เราเองก็ไม่อยากจะอะไรกับหลาน เด็กเค้าไม่รู้เรื่องด้วยค่ะ น้องเราทำงานอยู่หัวหิน วันเสาร์-อาทิตย์ น้องจะพาลูกมาเรียน แล้วส่วนใหญ่น้องจะไม่มีรถมาค่ะ ส่วนใหญ่พ่อเรา ก็จะต้องขับรถพาหลานไปเรียน ซึ่งเราก็ว่าพ่ออายุมากแล้ว (73) บางทีเราก็เลยสงสารพ่อแม่ค่ะ คือเรารู้ว่าถ้าเราไม่ทำ พ่อแม่ก็ต้องทำ เราก็เลยพยายามจะฝีนใจทำ เพราะน้องเราเรียกได้ว่าเห็นแก่ตัวค่ะ คือมีครั้งนึง เรานัดกับเพื่อนที่ห้าง พอเราทำธุระเสร็จ ก็พอดีแม่โทรมา บอกว่ามาที่ห้างเหมือนกัน เดี๋ยวกลับด้วยกันก็ได้ เราก็เดินมาเจอกับแม่ เราถามว่าแม่มาทำไร แม่บอก น้องจะมาเปลี่ยนเสื้อ พอดีซื้อแล้วใส่ไม่ได้ เราก็ OK เดินไปที่รถกับแม่ กับน้อง เราก็ขอกุญแจรถ จะขับรถให้แม่ แม่ก็ยื่นกุญแจรถมาให้ เราก็ถามแม่ว่า เมื่อกี้ใครขับมา (ต่อหน้าน้อง) แม่ก็บอก แม่ขับมา เรางี้อึ้งเลยค่ะ คือน้องให้แม่ซึ่งอายุ 71 ขับรถพาตัวเอง อายุ 36 มาห้าง เพื่อเอาเสื้อมาเปลี่ยน แล้วคือแบบว่า มากันแค่สองคน แม่กับน้อง ถ้าเอาลูกเล็กมาด้วยจะไม่ว่าเลยค่ะ นี่มากันแค่สองคน ทำไมน้องไม่ขับรถ ธุระก็ของตัวเองแท้ๆ
        แล้วที่ทำให้เราระเบิดล่าสุดคือ วันนั้นเราขับรถไปส่งหลานเรียนแถวเกษตร นวมินทร์ แล้วมันจะไม่ทันแล้วอ่ะตะ เราก็ไม่เคยไป ไม่รู้ต้องไปทางไหน พอถึงอาคารจอดรถ น้องจะลงตรงไหนก็ไม่บอก แล้วพอตัวเองไม่ทันก็มาดุเรา เราเลยระเบิด
        แต่ก็ไม่อยากให้เป็นแบบคราวก่อนอีก ทุกวันนี้พยายามอดทนอยู่ คิดว่าเพื่อพ่อกับแม่

        อยากถามเพื่อนๆ ว่าถ้าเป็นเพื่อนๆ เจอแบบนี้จะทำแบบเรามั๊ยค่ะ เล่ามาซะยาวววว เลย ขอบคุณที่ทนอ่านนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่