คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 28
กระทู้นี้ดีจัง..น่าแจม
แต่แจมในสถานะที่"หนีกรุงเทพไปเรียบร้อยแล้ว"น่ะครับ
อ้ะครือว่า"กรุงเทพฯเมืองอมร"เนี่ย,สมัยเด็กๆอยู่ชนบทสุโขทัย โหย!อยากเข้ามาอยากเห็น
10กว่าขวบนี่ ขอติดรถสิบล้อของญาติๆเข้าไปเที่ยวเสมอๆ..แต่ก็เดินได้ไม่ห่างรถสิบล้อที่จอดค้างคืนไม่กี่ช่วงตึก..กลัวหลง แฮ่ๆ!
ช่วงวัยรุ่น20ต้นๆ,รับราชการ3-4ปีไม่สะใจโก๋ อุส่าลาออกเข้าไปลุยงานดนตรีในกทม.ซะ10กว่าปี..โอเค!
รู้รสชาดขิงเมืองกรุงอย่างแทบจะทะลุปรุโปร่ง..ยิ่งจับงานด้านบันเทิงเริงราตรีสีสันกรุงเทพด้วยะเฮ้ยย!
ความสุขในกรุงเทพฯสมัย30กว่าปีที่แล้วยังเป็นความสุขและสงบอยู่บ้าง
ผมเคยนั่งเล่นกับแฟนตอนดึกๆบนสนามหญ้าสนามหลวง..นอนเพลินจนเผลอหลับจนสว่าง
(แฟนผมก็ไม่ปลุกนะ..นั่งพัดปัดยุงตลอดเวลา,โอ้ คิดถึงเจี๊ยบจัง)
ผมเคยนั่งรถเมล์สาย18จากสะพานพระราม6จะไป"สี่แยกปทุมวัน"
มาบุญครองยังไม่เกิด)เพื่อไปชมPianoที่โรงเรียนดนตรีสยามกลกาล
ผมนั่งหลับเลยไปจนสุดสาย..กระเป๋าปลุก-นั่งย้อนกลับมา.........นั่นมันยังเป็นความสุข
รถยังไม่เยอะอะไรมากมาย มลพิษก็น้อย
ตอนนั้นผมคิดว่า ผมโคตรจะมีความสุขกับความเป็นอยู่อิสระชนในกรุงเทพแบบสุดๆ
จนกระทั่งปี2538ผมมีคนจ้างไปเล่นดนตรีที่ภูเก็ต..โห!อยู่ไหนหว่าภูเก็ต,ไกลเกินฝันเหลือเกิน
832กิโลเมตรจากกรุงเทพ,ตอนนั้นผมขับรถเก๋ง2วันกว่าจะถึง555
ไปอยู่ภูเก็ตได้แค่1สัปดาห์,จะอกแตกตาย-อยู่ไม่ได้ คิดถึงกรุงเทพเหลือเกิน...เอ้า,ขับรถกลับมา วันเดียวถึงเลย555
แล้วก็ต้องกลับไปอีก เพราะสัญญาการงานต้องเริ่มทำ เล่นดนตรีในคาเฟ่
เพราะเพื่อให้(ทน)อยู่ภูเก็ตได้..บวกกับงานที่เป็นงานบันเทิง-รื่นเริงราตรี-สตรีรุมเร้า-เบียร์เหล้าเมาฟรี-มีชายทะเลให้(เมา)ติดลม
10ปีแรกๆผมโคตรจะสำมะเลเทเมา-เจ้าชู้-บู้ระเบิด-เฉิดฉายสไตล์คนดัง.....ลืมกรุงเทพได้เสียที
แล้วถึงจุด"เบื่อกรุง"ครับ
เพราะ10กว่าปีที่ใช้ชีวิตที่ภูเก็ต ทะเล,ชายหาดสวย เป็นอิสระเสรี มีเนินโขดเขาให้เราเห็นขอบฟ้าไกลโพ้น
ที่สำคัญสุดๆคือ"โอโซน"ครับ
เมื่อวันหนึ่งผมเข้ามาธุระกรุงเทพ..ความคิดตอนก่อนขึ้นรถทัวร์คือ"ตี5ถึงกรุงเทพ-เราจะเดินเบ่นออกกำลังกาย"
แบบที่ทำทุกวันที่ภูเก็ต)
พอลงรถจริงๆ,อ๊ากกกกซ์!!!!หายใจไม่อ๊อกกก,ควันรถ-กลิ่นก๊าซ(รถแท๊กซี่),
ไอเดียที่จะเดินเล่นเมืองกรุงหายไปหมด...เพราะ?
เราเคยหายใจท่ามกลางโอโซน ขายทะเล ริมหน้าผา ป่าเขา สวนยาง มันโล่งจมูกลึกถึงขั้วปอด
กับเมืองกรุงที่..โอย!,คงไม่บรรยายนะครับ
นี่26ปีแล้วครับที่จากเมืองกรุงไป
ผมไม่คิดกลับมาอีกแล้วละ
ผมมีความสุขประจำวันกับการเดิน-วิ่งจ๊ออกกิ้งขนเขาสูงใจกลางเมืองภูเก็ต
บางวันก็ปั่นเสือภูเขาปีนเขาโน้น ลงเขานี้ ลุยป่านั้น คลานลงป่านี้ไปเรื่ิยครับ
แต่ครับ..ความเป็นไปได้ของแต่ละคนนั้นแตกต่าง
ให้ข้อคิดว่า
เราเปลี่ยนแปลงอะไรๆรอบตัวเรามันยาก,เราเปลี่ยนแปลง(ความคิด)ตัวเราให้เข้ากับรอบตัว-ง่ายกว่า"
สวัสดีครับ
แต่แจมในสถานะที่"หนีกรุงเทพไปเรียบร้อยแล้ว"น่ะครับ
อ้ะครือว่า"กรุงเทพฯเมืองอมร"เนี่ย,สมัยเด็กๆอยู่ชนบทสุโขทัย โหย!อยากเข้ามาอยากเห็น
10กว่าขวบนี่ ขอติดรถสิบล้อของญาติๆเข้าไปเที่ยวเสมอๆ..แต่ก็เดินได้ไม่ห่างรถสิบล้อที่จอดค้างคืนไม่กี่ช่วงตึก..กลัวหลง แฮ่ๆ!
ช่วงวัยรุ่น20ต้นๆ,รับราชการ3-4ปีไม่สะใจโก๋ อุส่าลาออกเข้าไปลุยงานดนตรีในกทม.ซะ10กว่าปี..โอเค!
รู้รสชาดขิงเมืองกรุงอย่างแทบจะทะลุปรุโปร่ง..ยิ่งจับงานด้านบันเทิงเริงราตรีสีสันกรุงเทพด้วยะเฮ้ยย!
ความสุขในกรุงเทพฯสมัย30กว่าปีที่แล้วยังเป็นความสุขและสงบอยู่บ้าง
ผมเคยนั่งเล่นกับแฟนตอนดึกๆบนสนามหญ้าสนามหลวง..นอนเพลินจนเผลอหลับจนสว่าง
(แฟนผมก็ไม่ปลุกนะ..นั่งพัดปัดยุงตลอดเวลา,โอ้ คิดถึงเจี๊ยบจัง)
ผมเคยนั่งรถเมล์สาย18จากสะพานพระราม6จะไป"สี่แยกปทุมวัน"
ผมนั่งหลับเลยไปจนสุดสาย..กระเป๋าปลุก-นั่งย้อนกลับมา.........นั่นมันยังเป็นความสุข
รถยังไม่เยอะอะไรมากมาย มลพิษก็น้อย
ตอนนั้นผมคิดว่า ผมโคตรจะมีความสุขกับความเป็นอยู่อิสระชนในกรุงเทพแบบสุดๆ
จนกระทั่งปี2538ผมมีคนจ้างไปเล่นดนตรีที่ภูเก็ต..โห!อยู่ไหนหว่าภูเก็ต,ไกลเกินฝันเหลือเกิน
832กิโลเมตรจากกรุงเทพ,ตอนนั้นผมขับรถเก๋ง2วันกว่าจะถึง555
ไปอยู่ภูเก็ตได้แค่1สัปดาห์,จะอกแตกตาย-อยู่ไม่ได้ คิดถึงกรุงเทพเหลือเกิน...เอ้า,ขับรถกลับมา วันเดียวถึงเลย555
แล้วก็ต้องกลับไปอีก เพราะสัญญาการงานต้องเริ่มทำ เล่นดนตรีในคาเฟ่
เพราะเพื่อให้(ทน)อยู่ภูเก็ตได้..บวกกับงานที่เป็นงานบันเทิง-รื่นเริงราตรี-สตรีรุมเร้า-เบียร์เหล้าเมาฟรี-มีชายทะเลให้(เมา)ติดลม
10ปีแรกๆผมโคตรจะสำมะเลเทเมา-เจ้าชู้-บู้ระเบิด-เฉิดฉายสไตล์คนดัง.....ลืมกรุงเทพได้เสียที
แล้วถึงจุด"เบื่อกรุง"ครับ
เพราะ10กว่าปีที่ใช้ชีวิตที่ภูเก็ต ทะเล,ชายหาดสวย เป็นอิสระเสรี มีเนินโขดเขาให้เราเห็นขอบฟ้าไกลโพ้น
ที่สำคัญสุดๆคือ"โอโซน"ครับ
เมื่อวันหนึ่งผมเข้ามาธุระกรุงเทพ..ความคิดตอนก่อนขึ้นรถทัวร์คือ"ตี5ถึงกรุงเทพ-เราจะเดินเบ่นออกกำลังกาย"
พอลงรถจริงๆ,อ๊ากกกกซ์!!!!หายใจไม่อ๊อกกก,ควันรถ-กลิ่นก๊าซ(รถแท๊กซี่),
ไอเดียที่จะเดินเล่นเมืองกรุงหายไปหมด...เพราะ?
เราเคยหายใจท่ามกลางโอโซน ขายทะเล ริมหน้าผา ป่าเขา สวนยาง มันโล่งจมูกลึกถึงขั้วปอด
กับเมืองกรุงที่..โอย!,คงไม่บรรยายนะครับ
นี่26ปีแล้วครับที่จากเมืองกรุงไป
ผมไม่คิดกลับมาอีกแล้วละ
ผมมีความสุขประจำวันกับการเดิน-วิ่งจ๊ออกกิ้งขนเขาสูงใจกลางเมืองภูเก็ต
บางวันก็ปั่นเสือภูเขาปีนเขาโน้น ลงเขานี้ ลุยป่านั้น คลานลงป่านี้ไปเรื่ิยครับ
แต่ครับ..ความเป็นไปได้ของแต่ละคนนั้นแตกต่าง
ให้ข้อคิดว่า
เราเปลี่ยนแปลงอะไรๆรอบตัวเรามันยาก,เราเปลี่ยนแปลง(ความคิด)ตัวเราให้เข้ากับรอบตัว-ง่ายกว่า"
สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
โคตรรรร อยากหนีไปให้ไกล กับ จ. ที่ชื่อว่า กทม. เลยครับ ใครเป็นแบบผมบ้าง ???
เบื่ออ ใครเป็นแบบผมบ้าง มาๆๆ เรามาหาที่ไป กันครับบบ