ตอนนี้ผมกำลังคุยกับผู้ชายอยู่คนนึงครับ เค้าอายุมากกว่าผม ประมาณ4ปี แต่อยู่คนละอำเภอ เราเจอกันจากเว็บหาเพื่อนครับ (แต่ผมตั้งใจจะหาแฟนนะ เพราะรู้สึกว่าโสดมาก็หลายเดือนแล้ว) แล้วก็ผมแอ๊ดไลน์ของพี่เค้าไป แล้วผมก็ทักไป วันต่อมา พี่เค้าก็ตอบกลับมา เราก็คุยกันทั่วไปครับ แต่โชคดีที่พี่เค้าเป็นคนชวนคุยครับ เลยยิงมุขใส่กันแหลกลาน ก็เลยคุยกันสนุกเลย มีเรื่องให้คุยกันทุกวัน จนมันกลายเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เรามีให้กัน เราเลยตกลงแลกเบอร์โทร กัน แล้วพี่เค้าก็โทรหาผมแทบทุกวัน คือจริงๆ แล้วพี่เค้าอยากจะโทรหาผมทุกวัน แต่ด้วยงานของผมที่เลิกค่ำหน่อย มันเป็นงานบริการน่ะครับ แล้วพี่เค้าก็ทำงานราชการ เลยต้องนอนเร็ว2ทุ่มก็นอนแล้ว ส่วนผมน่ะหรอ เลิกงานไปก็กินข้าว เล่นเน็ต อาบน้ำ แล้วก็นอนครับ แต่ไม่เคยนอนก่อนเที่ยงคืนเลยครับ55 เป็นแบบนี้ประจำ จากวันตั้งแต่เราได้รู้จักกัน ได้คุยกัน มันเลยทำให้เราอยากเจอกันจริงๆ แต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่า วันหยุดเราไม่ตรงกัน เพราะงานราชการก็จะหยุด เสาร์-อาทิตย์ แต่ผมจะได้หยุดวันธรรมดา ทำไงล่ะครับทีนี้ ก็ได้แต่ดูปฏิทิน ว่าพอจะมีวันไหนที่เราได้หยุดตรงกันบ้างนะ ปรากฏว่าเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ครับ ซึ่งงานราชการต้องหยุดอยู่แล้ว และมันก็ตรงกับวันที่ผมหยุดพอดีเลย เราก็เลยตกลงกันว่าวันนั้นเราจะเจอกัน โดยที่พี่เค้าจะเป็นคนมาหาผม เพราะผมอยู่คนเดียว ส่วนพี่เค้าอยู่กับน้องชาย แล้วก็พ่อครับ ผมก็รู้สึกดีใจมากครับ ที่จะได้เจอกับพี่เค้า ต้องบอกก่อนเลยนะครับว่า พี่เค้าไม่ได้หล่อเลย แต่หุ่นดีครับ เหอๆ ส่วนผมน่ะหรอ ก็แล้วแต่คนมองละกันครับ บางคนก็ว่าผมหล่อ แต่สำหรับผม ผมว่าผมก็ไม่ได้หล่ออะไรนะครับ แต่เรามีอะไรที่เหมือนกันหลายอย่างทั้งนิสัยที่ตรงๆ เหมือนกัน และการใช้ชีวิตในแต่ละวัน คือไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนกัน แถมแม่ของเรา2คน ก็ยังเสียชีวิตแล้วเหมือนกันอีกครับ เฮอะๆ อะไรจะบังเอิญขนดนั้นนะ และจากความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันนี้ มันก็เลยทำให้ผมอยากมี เซ๊กส์ กับพี่เค้านั่นแหละนะครับ ซึ่งผมมองว่ามันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา ไม่ว่าเพศไหน ไม่ว่าจะชาย ญ เกย์ กระเทย ทอม ดี้ เลสเบี้ยน หรือ ไบเซ๊กชวล ก็ล้วนแล้วแต่มีความต้องการทางเพศด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า เซ๊กส์ มันจะเกิดขึ้นมั้ย แต่เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะถึงวันนั้น ผมเลยตัดสินใจไปตรวจเลือด เพื่อป้องกันเอาไว้ พอถึงวันตรวจ ผมก็ไปถึง เจาะเลือดเสร็จ จ่ายตัง400.- แล้วผมก็นึกในใจว่า (ทำไมมันแพงกว่าเดิมตั้งเยอะวะ เคยมาตรวจไป 2ครั้งจำได้ว่า ประมาณ 180-200.- เองนะ) แล้วเจ้าหน้าที่ที่ตรวจก็บอกผมว่า มารับผลได้ตอนบ่าย 1นะคะ ผมก็ถามว่า วันนี้หรอครับ เค้าก็บอกว่า ค่ะ ใช่ค่ะ หลังบ่ายโมงวันนี้มารับได้เลยค่ะ ผมก็เลยนึกในใจอีกว่า (ทำไมแต่ก่อนตั้งหลายวันวะ เป็นอาทิตย์เลยมั้ง อ่อสงสัยค่าบริการแพงกว่าเดิมเลยได้รับผลไวกว่าเดิมมั้ง) แล้วผมก็กลับมาที่ห้อง ผ่านไปสักพักมีเบอร์แปลกโทรเข้ามือถือผม ผมก็รับสาย เค้าก็ถามชื่อผม ผมก็บอกว่าใช่ครับ แล้วเค้าก็บอกว่า จะโทรมาเลื่อนการรับผลน่ะค่ะ ว่าขอเลื่อนเป็น วันพรุ่งนี้นะคะ หลังบ่ายโมงเหมือนเดิมค่ะ ผมก็ตอบไปว่า ได้ครับ แต่คงจะเป็นสัปดาห์หน้า เพราะพรุ่งนี้ผมทำงาน เลิกก็ค่ำแล้ว งั้นขอเป็นสัปดาห์หน้าผมจะเข้าไปรับนะครับ เค้าบอกว่า อ๋อ ได้ค่ะ และวันนี้เองครับเป็นวันที่ผมไปรับผลตรวจ พอถึงที่ ผมเปิดประตูเข้าไป บอกว่า มารับผลตรวจครับ คนที่เจาะเลือดให้ผม ทำหน้างง ๆ แล้วมีเจ้าหน้าที่อีกคนนึงเดินออกมา บอกว่า เดี๋ยวพี่รับเอง เค้าเลยถามผมว่า ชื่ออะไรคะ ผมก็ตอบไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกผมว่า ค่ะ เอาผลไปให้คุณหมอดูให้นะคะ ผมตกใจว่า และนึกในใจว่า (เฮ่ย! ทำไมต้องเอาไปให้หมอดูล่ะวะ มันผลของเรา แล้วเจ้าหน้าที่ก็เย็บแม๊กปิดซองให้ผมเลยครับ ผมรู้สึกว่า มันต้องมีอะไรแน่ๆ) ผมเลยรีบไปทำธุระต่อ แล้วรีบกลับมาที่ห้อง เพื่อเปิดดูผล ปรากฏว่า ผมมีผลการตรวจเป็น + ครับ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ผมได้รับเชื้อHIVเข้าสู่ร่างกายมาแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้หมดอะไร ตายอยาก สิ้นหวัง อะไรขนาดนั้นนะครับ เพราะผมก็เคยได้ยินมาว่า "เอดส์ รู้เร็วรักษาได้" ผมเลยรีบหาข้อมูลว่าผมต้องทำยังไงต่อ ถามว่ากังวลมั้ย ก็ในระดับนึงครับ แต่ผมต้องให้กำลังใจตัวเอง ว่าผมต้องไม่เป็นAIDSเพราะจากที่ผมหาข้อมูลมา ผู้ที่ได้รับเชื้อมาก็มีคนที่ไม่ได้เป็นเอดส์ก็มี ต้องขออธิบายก่อนนะครับว่าHIVเป็นเชื้อไวรัส แต่เอดส์เป็นภาวะที่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันโรคใด ๆ ได้แล้ว ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย ที่เรียกว่าโรคฉวยโอกาสครับ ซึ่งสำหรับผู้ติดเชื้อHIVหากดูแลร่างกายดูเองได้อย่างดีแล้ว ก็ดูเหมือนคนปกติทั่วไปครับ และเชื้อไวรัสนี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ครับ (อันนี้ผมรู้มานานแล้วนะ เพราะผมก็ไม่เคยรังเกียจพวกเค้า ให้ผมกอด ผมก็กอดได้ พูดตรงๆ ครับ) ถ้าจะติดต่อกันทางน้ำลาย ก็ได้ครับ แต่น้ำลายต้องเป็นถังๆ เลยครับ สัมผัสร่างกายกันก็ไม่ติดครับ จูบกันก็ไม่ติดครับ แต่ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ก็ต้องสวมถุงยางทุกครั้งครับ อะพอๆ ขอเล่าเหตุการณ์ของผมต่อละกันนะครับ จากที่ผมหาข้อมูล มันก็ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมาอีกนิดนึงครับ และวันนี้พี่เค้าไปทำงานครับ พอถึงเวลาว่างพี่เค้าก็ทักมาในไลน์ แล้วก็ถามผมว่าว่างมั้ย ผมก็ตอบว่าว่างครับ พี่เค้าก็บอกว่า โทรหาได้มั้ย ผมก็บอกว่าได้ครับ จากนั้นไม่กี่วินาที พี่เค้าก็โทรมา ผมก็รับสาย ก็คุยกันปกติ แล้วพี่เค้าก็ถามผมว่า ไปรับผลมาเป็นไงมั่ง ผมก็เงียบไป พี่เค้าก็บอกว่า อ้าว เงียบเลย เป็นไรไปรึเปล่า หมอเค้าบอกว่าไงอ่า ผมเลยตัดสินใจบอกกับพี่เค้าไปว่า ผมไม่รู้นะ ว่าถ้าผมบอกพี่ไปแล้ว เราจะยังเหมือนเดิมกันรึเปล่า พี่เค้าเลยบอกผมว่า เหมือนเดิมสิ ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมแหละ ผมพอจะเดาออกละล่ะ ว่าอะไร ผมเลยขิงบอกไปว่า ใช่ครับ ผมติดเชื้อ HIV พี่จะไม่มาหาผมแล้วก็ได้นะ ผมเข้าใจว่าโรคนี้มันเป็นโรคที่น่ารังเกียจ พี่เค้าบอกว่าผม ไปสิ ผมบอกแล้วว่า ผมยังไงก็อย่างงั้น โรคนี้มันไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ สักหน่อย ผมไม่ใช่พวกหัวโบราณนะ อย่าคิดมากนะ เดี๋ยวนี้เค้ามียาต้านไวรัสแล้วนี่ ประกันสังคมเราก็มี ไปใช้สิทธิ์ได้เลย ในใจผมไม่ได้คิดอะไร นอกจากคิดว่าเค้าพูดจริงหรอวะ เค้าไม่รังเกียจเราจริงหรอวะ เค้ารักเราจริงๆ หรอวะ เค้าจะมาหาเราจริงๆ หรอวะ แล้วเค้าก็บอกผมว่า ที่จริงผมอยากไปหาทุกเสาร์เลย แล้วอาทิตย์ก็ค่อยกลับ แต่กลัวผมจะเบื่อเอา เลยไม่กล้าบอกไป มันทำให้ผมรู้สึกว่า ในโลกนี้มันมีคนที่ยังอยากจะเป็นแฟนกับคนที่ติดเชื้อHIVอย่างเราด้วยหรอวะ มันแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะคิดว่าผมคงไม่มีใครได้อีกแล้ว ถ้าพี่เค้าทิ้งผมไป ผมถือว่าพี่เค้าเป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับผม แล้วเราก็คุยกันเรื่องอื่น จนพี่เค้าวางสาย เพราะต้องกลับบ้านไปทำธุระ แล้วก็บอกว่าจะโทรหาอีกเวลาเดิม พอพี่เค้าถึงบ้านก็ทัก ไลน์ มา เราก็คุยกัน แล้วพอถึงเวลาที่นัด พี่เค้าก็โทรมาเหมือนปกติในทุกๆ วันที่เคยทำ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับผม จนถึงเวลาที่พี่เค้าจะต้องเข้านอน ผมก็บอกฝันดี กู๊ดไน้ท์ พี่เค้าก็วางสายไป แล้วมาคุยกันต่อในไลน์ อีกนิดหน่อย ผมบอกขอบคุณพี่เค้า แล้วบอก กู๊ดไน้ท์ อีกรอบ แล้วผมก็มาพิมพ์เรื่องนี้แหละครับ และพรุ่งนี้ผมก็ต้องรีบไปหาหมอ เพื่อขอคำปรึกษาว่าผมจะต้องทำยังไงต่อไป งั้นผมต้องขอตัวไปนอนก่อนนะครับ เพราะต้องรีบตื่นแต่เช้า คงเป็นคืนนี้แหละครับ ที่ผมจะเข้านอนก่อนเที่ยงคืน ไงจะมาเล่าต่อนะครับ ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ฝันดีครับ ราตรีสวัสดิ์ครับพี่น้องทุกคน
พอถึงวันนั้นผมก็ตื่นแต่เช้าไปโรงพยาบาล เค้าก็ให้ผมเจาะเลือดอีกครั้ง เพราะที่ที่ผมไปตรวจมา เป็นของเอกชน เค้าบอกแบบนี้ ผมก็ไปเจาะ ปรากฏผลก็ออกมาตรงกัน แต่พยาบาลที่ให้คำปรึกษา บอกผมว่า โหย เพิ่งรับเชื้อมาเองอะ น่าเสียดายเนาะ ผมฟังแล้วรู้สึกงงๆ ผสมกับมีกำลังใจ เลยถามพยาบาลไปว่า น่าเสียดาย หมายถึงยังไงหรอครับ พยาบาลตอบว่า ก็แสดงว่าเพิ่งได้รับมาจากแฟนคนล่าสุดแหละ ไม่น่าเลยเนาะ น่าจะป้องกัน ผมก็เลย อ่อครับ (นึกว่าจะหาย) แหะๆ พอพยาบาลให้คำปรึกษาเสร็จ ก็บอกให้ผมไปพบหมอ ผมก็รอจนได้พบหมอ หมอก็ถามผมว่า ทำไมถึงมาตรวจล่ะคะ ผมก็ตอบไปว่า ไม่ได้ตรวจนานละครับ ก็เลยอยากตรวจ หมอก็ถามผมอีกว่า ตรวจมากี่ครั้งละคะ ผมก็ตอบ 2 ครับ หมอถามอีกว่า แล้วเป็นมั้ยคะ แล้วหมอก็บอกว่า เป็น ผมก็รีบออกตัวว่า ไม่เป๊นครับ หมอก็ยิ้ม จากนั้นหมอก็ให้ผมไปตรวจเลือดหาโรคเพิ่มเติมอีก ผมก็เลยถามหมอ ตรวจเลือด อีกแล้วหรอครับ หมอยิ้มแหย ๆ ค่ะ ใช่ค่ะ ผมก็ ครับ แล้วก็เดินไปเจาะเลือดเป็นรอบที่สองของวัน พอถึงที่ตรวจ เค้าเรียกชื่อผมไปนั่ง ผมก็ยื่นแขนเดิมให้เจาะ จนท. บอกว่า ฮึ้ย นี่เราเพิ่งเจาะไปนี่ ใช่มั้ย รอยยังอยู่เลย เอาอีกข้างนึงละกัน ผมเลยบอกว่า พรุ่งนี้ต้องทำงานอะครับ ขอเป็นข้างเดิมละกันนะครับ จนท. เลยบอกว่า อือ ได้ๆ งั้นเอาเส้นใหม่ละกัน เส้นเดิมมันเป็นรอยแตกแล้วอะ ผมก็ครับๆ แล้วก็ให้เค้าเจาะ พร้อมกับมารับผลในสัปดาห์ต่อไป ผมอยากบอกว่า ทำไมครั้งแรก(ตอนเช้า) มันปวด แล้วครั้งล่าสุดนี่มันเจ็บวะ แต่ที่ผมตรวจจากแล็บข้างนอกมา อยากบอกว่าไม่เจ็บ ไม่ปวดเลยนะครับ แล้วผมก็กลับมาพักผ่อนที่ห้อง
วันต่อมา ผมก็ไปทำงานตามปกติ จนมาถึงวันที่พี่เค้าบอกว่าจะมาหาผม ซึ่งพี่เค้าก็มาจริงๆ ครับ ซึ่งพี่เค้ามารอแถวๆ ที่ทำงานผม หลังเลิกงาน ผมเลยรับพี่เค้ากลับมาห้องด้วย อยากบอกว่าพี่เค้าดูเด็กกว่าในรูป ในกล้อง แต่ตัวเตี้ยกว่าผมอีกนิดหน่อย55 แล้วเราก็ได้คุยกัน ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ก็มีความสุขดีครับ และเวลาแห่งความสุขก็ผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน พอมันถึงเวลาที่พี่เค้าต้องกลับไปต่างอำเภอละครับ เพราะมีเข้าเวร ผมก็ไปส่งที่สถานีรถไฟ แล้วก็นั่งดูจนรถไฟออก ขณะที่นั่งอยู่ผมน้ำตาคลอ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนที่รักคนที่ติดเชื้อฯ อย่างเรา เค้าดูแลผมดีมากครับ เอาใจใส่ผมมากๆ พอรถไฟออก ผมก็ปาดน้ำตา ก่อนจะขี่รถกลับมาที่ห้อง พอที่เค้าถึงที่หมาย ก็ทักไลน์มาบอก เราก็คุยกันในไลน์ปกติ แล้วก็ได้วิดีโอคุยกันด้วยครับ จนถึงเวลาที่พี่เค้าต้องเข้านอน เราก็วางสายกัน แล้วพี่เค้าก็นอน ส่วนผมก็ยังหาอะไรดูไปเรื่อย แล้วก็ต้องรีบนอน เพราะตื่นมาก็เป็นวันที่ต้องไปโรงพยาบาลอีกแล้ว แต่วันนี้หมอนัดเอ๊กซเรย์ครับ ผมก็ไปตามนัด ไปถึง ผมอ่านเจอ ห้ามใส่สร้อย กางเกงที่มีตะขอ กระดุม ซิป แล้วผมก็นึกในใจ อ้าว งั้นกูก็ต้องเหลือแต่กางเกงในสิ เพราะกางเกงกูมีทั้งกระดุม ทั้งซิปเลย แล้ว จนท. ก็เรียกชื่อผมไปตรวจ ถอดสร้อย ถอดเสื้อ ออกให้หมดเลยนะครับ ผมก็ทำตามซึ่งอย่างแรกที่ผมถอดก็คือนาฬิกา จนท. เห็นผมถอดนาฬิกา ก็ดุผม บอกให้ถอดแค่เสื้อค่ะ แหมถอดนาฬิกาอย่างแรกเลยนะคะ ผมก็นึกในใจ อ้าวก็คนมันไม่เคยนี่หน่า สรุปผมก็ได้ถอดแค่เสื้อครับ โล่งใจไป เสร็จแล้วผมก็กลับมาที่ห้องปรึกษาเหมือนเดิม พยาบาลที่บอกผมว่า น่าเสียดายเนาะ จำผมได้ ก็เลยถามผมว่า เป็นไงตัวเอง มันมีอาการอะไรเพิ่มขึ้นมั้ย ผมก็บอกว่า มันแสบคอ แล้วก็มีไอบ้างนิดหน่อยครับ แต่ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันมั้ยนะครับ พยาบาลก็ อ๋อ มันระคายคอหรอ แล้วไอมีเสมหะมั้ย ผมก็บอก ไม่มีครับ แล้วก็นานๆ ทีจะไปนะครับ แล้วพยาบาลก็ให้ผมไปพบหมอ หมอก็บอกว่าจะยาต้านไวรัสผมมากิน แต่ยานี้ต้องกินไปตลอดชีวิต และต้องกินทุก12ชม. หมอให้เลือกระหว่าง7โมงกับ1ทุ่ม และ 8โมงกับ2ทุ่ม ผมจะเลือกเวลาไหน ผมเลยเลือก8โมงกับ2ทุ่มครับ หมอบอกผมว่า ยานี้อาจจะมีผลข้างเคียงคือ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว จนมือผื่นแดงขึ้น ถ้ามีอาการพวกนี้จนกินยาไม่ได้ ให้รีบมาหาหมอนะคะ อย่าหยุดกินยาเอง แล้วก็ไม่ต้องรอจนถึงวันนัดนะคะ ผมก็ตกลง แล้วคราวหน้าหมอจะให้เจาะเลือดหาไวรัสตับอักเสบนะ ผมก็ตกลง แล้วผมก็ไปรับยา แล้วก็กลับมาถึงห้อง สักประมาณเที่ยง พี่เค้าก็โทรไลน์มาหาผม ถามรายละเอียด ว่ายังไง ได้ยามากินมั้ย ได้เยอะมั้ย หมอบอกว่าไงบ้าง ผมรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมเค้าห่วงเราจังวะ ทั้งๆ ที่เค้าก็มีทางเลือกไปคบกับคนอื่นที่น่าจะมีอนาคตดีกว่าผม มีชีวิตที่ดีกว่าผม เพราะผมก็ไม่รู้ว่าผมจะสู้กับโรคนี้ได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้กำลังใจเดียวที่ผมมี ก็คือพี่เค้านี่แหละครับ เพราะเรื่องนี้ผมยังไม่ได้บอกใคร พี่เค้าเป็นคนแรก และคนต่อไป ก็คือทุกคนที่อ่านกระทู้นี้ของผมนี่แหละครับ ขอบคุณครับ
ขอเพียงกำลังใจ (เกย์ติดเชื้อฯ)
พอถึงวันนั้นผมก็ตื่นแต่เช้าไปโรงพยาบาล เค้าก็ให้ผมเจาะเลือดอีกครั้ง เพราะที่ที่ผมไปตรวจมา เป็นของเอกชน เค้าบอกแบบนี้ ผมก็ไปเจาะ ปรากฏผลก็ออกมาตรงกัน แต่พยาบาลที่ให้คำปรึกษา บอกผมว่า โหย เพิ่งรับเชื้อมาเองอะ น่าเสียดายเนาะ ผมฟังแล้วรู้สึกงงๆ ผสมกับมีกำลังใจ เลยถามพยาบาลไปว่า น่าเสียดาย หมายถึงยังไงหรอครับ พยาบาลตอบว่า ก็แสดงว่าเพิ่งได้รับมาจากแฟนคนล่าสุดแหละ ไม่น่าเลยเนาะ น่าจะป้องกัน ผมก็เลย อ่อครับ (นึกว่าจะหาย) แหะๆ พอพยาบาลให้คำปรึกษาเสร็จ ก็บอกให้ผมไปพบหมอ ผมก็รอจนได้พบหมอ หมอก็ถามผมว่า ทำไมถึงมาตรวจล่ะคะ ผมก็ตอบไปว่า ไม่ได้ตรวจนานละครับ ก็เลยอยากตรวจ หมอก็ถามผมอีกว่า ตรวจมากี่ครั้งละคะ ผมก็ตอบ 2 ครับ หมอถามอีกว่า แล้วเป็นมั้ยคะ แล้วหมอก็บอกว่า เป็น ผมก็รีบออกตัวว่า ไม่เป๊นครับ หมอก็ยิ้ม จากนั้นหมอก็ให้ผมไปตรวจเลือดหาโรคเพิ่มเติมอีก ผมก็เลยถามหมอ ตรวจเลือด อีกแล้วหรอครับ หมอยิ้มแหย ๆ ค่ะ ใช่ค่ะ ผมก็ ครับ แล้วก็เดินไปเจาะเลือดเป็นรอบที่สองของวัน พอถึงที่ตรวจ เค้าเรียกชื่อผมไปนั่ง ผมก็ยื่นแขนเดิมให้เจาะ จนท. บอกว่า ฮึ้ย นี่เราเพิ่งเจาะไปนี่ ใช่มั้ย รอยยังอยู่เลย เอาอีกข้างนึงละกัน ผมเลยบอกว่า พรุ่งนี้ต้องทำงานอะครับ ขอเป็นข้างเดิมละกันนะครับ จนท. เลยบอกว่า อือ ได้ๆ งั้นเอาเส้นใหม่ละกัน เส้นเดิมมันเป็นรอยแตกแล้วอะ ผมก็ครับๆ แล้วก็ให้เค้าเจาะ พร้อมกับมารับผลในสัปดาห์ต่อไป ผมอยากบอกว่า ทำไมครั้งแรก(ตอนเช้า) มันปวด แล้วครั้งล่าสุดนี่มันเจ็บวะ แต่ที่ผมตรวจจากแล็บข้างนอกมา อยากบอกว่าไม่เจ็บ ไม่ปวดเลยนะครับ แล้วผมก็กลับมาพักผ่อนที่ห้อง
วันต่อมา ผมก็ไปทำงานตามปกติ จนมาถึงวันที่พี่เค้าบอกว่าจะมาหาผม ซึ่งพี่เค้าก็มาจริงๆ ครับ ซึ่งพี่เค้ามารอแถวๆ ที่ทำงานผม หลังเลิกงาน ผมเลยรับพี่เค้ากลับมาห้องด้วย อยากบอกว่าพี่เค้าดูเด็กกว่าในรูป ในกล้อง แต่ตัวเตี้ยกว่าผมอีกนิดหน่อย55 แล้วเราก็ได้คุยกัน ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ก็มีความสุขดีครับ และเวลาแห่งความสุขก็ผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน พอมันถึงเวลาที่พี่เค้าต้องกลับไปต่างอำเภอละครับ เพราะมีเข้าเวร ผมก็ไปส่งที่สถานีรถไฟ แล้วก็นั่งดูจนรถไฟออก ขณะที่นั่งอยู่ผมน้ำตาคลอ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนที่รักคนที่ติดเชื้อฯ อย่างเรา เค้าดูแลผมดีมากครับ เอาใจใส่ผมมากๆ พอรถไฟออก ผมก็ปาดน้ำตา ก่อนจะขี่รถกลับมาที่ห้อง พอที่เค้าถึงที่หมาย ก็ทักไลน์มาบอก เราก็คุยกันในไลน์ปกติ แล้วก็ได้วิดีโอคุยกันด้วยครับ จนถึงเวลาที่พี่เค้าต้องเข้านอน เราก็วางสายกัน แล้วพี่เค้าก็นอน ส่วนผมก็ยังหาอะไรดูไปเรื่อย แล้วก็ต้องรีบนอน เพราะตื่นมาก็เป็นวันที่ต้องไปโรงพยาบาลอีกแล้ว แต่วันนี้หมอนัดเอ๊กซเรย์ครับ ผมก็ไปตามนัด ไปถึง ผมอ่านเจอ ห้ามใส่สร้อย กางเกงที่มีตะขอ กระดุม ซิป แล้วผมก็นึกในใจ อ้าว งั้นกูก็ต้องเหลือแต่กางเกงในสิ เพราะกางเกงกูมีทั้งกระดุม ทั้งซิปเลย แล้ว จนท. ก็เรียกชื่อผมไปตรวจ ถอดสร้อย ถอดเสื้อ ออกให้หมดเลยนะครับ ผมก็ทำตามซึ่งอย่างแรกที่ผมถอดก็คือนาฬิกา จนท. เห็นผมถอดนาฬิกา ก็ดุผม บอกให้ถอดแค่เสื้อค่ะ แหมถอดนาฬิกาอย่างแรกเลยนะคะ ผมก็นึกในใจ อ้าวก็คนมันไม่เคยนี่หน่า สรุปผมก็ได้ถอดแค่เสื้อครับ โล่งใจไป เสร็จแล้วผมก็กลับมาที่ห้องปรึกษาเหมือนเดิม พยาบาลที่บอกผมว่า น่าเสียดายเนาะ จำผมได้ ก็เลยถามผมว่า เป็นไงตัวเอง มันมีอาการอะไรเพิ่มขึ้นมั้ย ผมก็บอกว่า มันแสบคอ แล้วก็มีไอบ้างนิดหน่อยครับ แต่ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันมั้ยนะครับ พยาบาลก็ อ๋อ มันระคายคอหรอ แล้วไอมีเสมหะมั้ย ผมก็บอก ไม่มีครับ แล้วก็นานๆ ทีจะไปนะครับ แล้วพยาบาลก็ให้ผมไปพบหมอ หมอก็บอกว่าจะยาต้านไวรัสผมมากิน แต่ยานี้ต้องกินไปตลอดชีวิต และต้องกินทุก12ชม. หมอให้เลือกระหว่าง7โมงกับ1ทุ่ม และ 8โมงกับ2ทุ่ม ผมจะเลือกเวลาไหน ผมเลยเลือก8โมงกับ2ทุ่มครับ หมอบอกผมว่า ยานี้อาจจะมีผลข้างเคียงคือ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว จนมือผื่นแดงขึ้น ถ้ามีอาการพวกนี้จนกินยาไม่ได้ ให้รีบมาหาหมอนะคะ อย่าหยุดกินยาเอง แล้วก็ไม่ต้องรอจนถึงวันนัดนะคะ ผมก็ตกลง แล้วคราวหน้าหมอจะให้เจาะเลือดหาไวรัสตับอักเสบนะ ผมก็ตกลง แล้วผมก็ไปรับยา แล้วก็กลับมาถึงห้อง สักประมาณเที่ยง พี่เค้าก็โทรไลน์มาหาผม ถามรายละเอียด ว่ายังไง ได้ยามากินมั้ย ได้เยอะมั้ย หมอบอกว่าไงบ้าง ผมรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมเค้าห่วงเราจังวะ ทั้งๆ ที่เค้าก็มีทางเลือกไปคบกับคนอื่นที่น่าจะมีอนาคตดีกว่าผม มีชีวิตที่ดีกว่าผม เพราะผมก็ไม่รู้ว่าผมจะสู้กับโรคนี้ได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้กำลังใจเดียวที่ผมมี ก็คือพี่เค้านี่แหละครับ เพราะเรื่องนี้ผมยังไม่ได้บอกใคร พี่เค้าเป็นคนแรก และคนต่อไป ก็คือทุกคนที่อ่านกระทู้นี้ของผมนี่แหละครับ ขอบคุณครับ