ปัญหาเศรษฐกิจ บีบ "คสช." ไม่ใช่การจัดระเบียบรถตู้ วินรถจักรยานยนต์ และการขายลอตเตอรี่เกินราคา ? น่าสนใจ !

โจทย์ใหญ่ที่เป็นงานท้าทายความสามารถของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในขณะนี้ไม่ใช่การจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และการขายลอตเตอรี่เกินราคา


โจทย์ใหญ่ที่เป็นงานท้าทายความสามารถของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในขณะนี้ไม่ใช่การจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และการขายลอตเตอรี่เกินราคา แต่โจทย์ใหญ่ของคสช.คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน เพราะมีสัญญาณว่าหลายภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจกำลังถดถอย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ตัวเลขผู้ว่างงาน และการจัดเก็บรายได้ของกระทรวงการคลัง ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย

วันนี้ธุรกิจท่องเที่ยวกำลังซบเซา เพราะยอดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหายไปเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากข้อมูลของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่าในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 57) ยอดนักท่องเที่ยวปรับตัวลดลงในทุกตลาดรวม 955,648 คน หรือลดลง 42.87% เป็นการปรับลงต่อเนื่องมากตั้งแต่ต้นปี ทั้งนี้ตลาดนักท่องเที่ยวหลัก 10 อันดับแรกของไทย คือ จีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ปรับตัวลดลง 57.11% เหลือเพียงแค่ 326,837 คน รัสเซียลดลง 22.12% อินเดียลดลง 34.11%  ญี่ปุ่นลดลง 65.73% เกาหลีลดลง 53.08% เยอรมนีลดลง 38.46% ฝรั่งเศสลดลง 24.29% ไต้หวันลดลง 69.33% อังกฤษลดลง 47.32% และเวียดนามลดลง 81.52%  

ในส่วนของราคาสินค้าเกษตรก็กำลังตกต่ำอย่างน่าใจหาย เช่น ข้าว และยางพารา จากข้อมูลของสำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 57 ถึงสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกที่ความชื้นไม่เกิน 15% ณ แหล่งรับซื้อในแต่ละท้องถิ่น โดยข้าวหอมมะลิจะอยู่ที่ตันละ 13,800–14,350 บาท ส่วนข้าวขาวทั่วไป (สุพรรณบุรี) ราคาตันละ 7,100 บาท และถ้าเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีความชื้นมากกว่า 15% ราคาจะเหลือไม่ถึงตันละ 7,100 บาท อย่างแน่นอน

ส่วนราคายางพารา ก็ตกต่ำลงมากเช่นกัน จากข้อมูลของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 57 ราคายางแผ่นดิบ กก.ละ 57.90 บาท น้ำยางสด กก.ละ 60.50 บาท ย้อนไปดูข้อมูลเก่าเมื่อวันที่ 8 ก.ค.56 ราคายางแผ่นดิบ กก.ละ 72.80 บาท น้ำยางสด กก.ละ 69 บาท

ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรปลูกข้าว กว่า 3,720,000 ครัวเรือน หรือประมาณ 15 ล้านคน มีเกษตรกรปลูกยางพารากว่า 1,560,000 ครัวเรือน ประมาณ 6 ล้านคน ลองนึกภาพดูว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและยางพารา รวมกันกว่า 20 ล้านคน กำลังประสบปัญหาราคาข้าวและยางพาราตกต่ำ ทำให้เงินในกระเป๋าของเกษตรกรหายไปจำนวนมาก จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และภาวะการจ้างงานมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือนมิ.ย.57 พบว่ามีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป 54.83 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน หรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 38.93 ล้านคน  ประกอบด้วยผู้มีงานทำ 38.38 ล้านคน ผู้ว่างงาน 4.48 แสนคน สำหรับจำนวนผู้ว่างงานในเดือน มิ.ย. 57 ทั้งสิ้น 4.48 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.1 หรือว่างงานเพิ่มขึ้นจาก 2.26 แสนคนในปี 56 เป็น 4.48 แสนคนในปี 57  

ขณะที่กระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อมูลว่าจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา จากสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้รัฐบาลต่ำกว่าเป้าหมาย โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ  57 (ต.ค.56-พ.ค. 57) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิทั้งสิ้น 1,360,034 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 93,286 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบกับช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 56 (ต.ค. 55 - ก.ค.56) รัฐบาลในยุคนั้นสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ 1,753,011 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 86,898 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.2

นี่ยังไม่รวมถึงผลกระทบของผู้ส่งออกสินค้าไปยังยุโรป และอเมริกา ที่จะถูกมาตรการกีดกันทางภาษี จากกรณีการทำรัฐประหารและปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย สรุปว่าปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อจากนี้ จะเป็นดัชนีชี้วัดอนาคตของ คสช.

พยัคฆ์น้อย
http://www.dailynews.co.th/Content/Article/251043/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%81.%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B8%8A.

---------------------------------------------------------------------

เห็นด้วย  เรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อจากนี้ จะเป็นดัชนีชี้วัดอนาคตของ คสช.

ต้องโชว์ให้เหนือกว่า "รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง" เท่านั้น !
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่