ฟุตบอลโลก 2014 เดินทางเข้าสู่วันปิดฉากแล้ว นอกจากชัยชนะ ความภาคภูมิใจ และถ้วยแชมป์ ยังมีเงินรางวัลอีกมหาศาลที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จะมอบให้
เวิลด์คัพหนนี้ถือเป็นครั้งที่มีมูลค่ามหาศาลที่สุดในประวัติศาสตร์ มีเงินรายได้ประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.44 แสนล้านบาท จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ผู้สนับสนุนและส่วนอื่นๆ
สำหรับทีมแชมป์ฟุตบอลโลกจะได้รับเงินรางวัล 35 ล้านดอลลาร์ (1,120 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 4 ปีที่แล้ว 5 ล้านดอลลาร์ (160 ล้านบาท) ส่วนรองแชมป์จะได้รับ 25 ล้านดอลลาร์ (800 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 4 ปีที่แล้ว 1 ล้านดอลลาร์ (32 ล้านบาท) ในส่วนการเตะชิงอันดับ 3 ที่ถูกวิจารณ์ว่าเสียเวลาเปล่านั้น แต่ถ้ามองในแง่ของเงินรางวัลแล้ว อันดับ 3 ได้ 22 ล้านดอลลาร์ (704 ล้านบาท) อันดับ 4 ได้ 20 ล้านดอลลาร์ (640 ล้านบาท) ถือว่ามีรายได้ต่างกันถึง 64 ล้านบาทเลยทีเดียว
สำหรับการแบ่งเงินรางวัลให้นักเตะในแต่ละชาติ ฟีฟ่าจะให้สหพันธ์ฟุตบอลหรือสมาคมฟุตบอลนั้นๆ เลือกวิธีการแบ่งเงินให้ 23 นักเตะในทีม เยอรมนี เลือกที่จะแบ่งให้นักเตะคนละ 408,000 ดอลลาร์ (13.056 ล้านบาท) ในกรณีที่คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 ได้สำเร็จ ซึ่งเมื่อเทียบแล้ว อาจจะเป็นแค่เงินค่าเหนื่อยไม่กี่สัปดาห์ที่ได้รับจากสโมสรเท่านั้น
ทีมที่ตกรอบก่อนหน้านี้จะได้เงินรางวัลต่างกันไป ตกรอบ 8 ทีม ได้ 14 ล้านดอลลาร์ (448 ล้านบาท) ตกรอบ 16 ทีม ได้ 9 ล้านดอลลาร์ (288 ล้านบาท) และทีมที่ตกรอบแบ่งกลุ่มได้รับ 8 ล้านดอลลาร์ (256 ล้านบาท) นอกจากทีมชาติแล้ว สโมสรต่างๆ ที่มีนักเตะมาลงเตะในฟุตบอลโลกจะได้เงินชดเชยที่ปล่อยนักเตะออกมาร่วมแข่งขันรวมกันทั้งสิ้น 70 ล้านดอลลาร์ (2,240) จากนักเตะ 736 คน
มีการวิจารณ์เรื่องผลงานของหลายทีมที่ตกรอบแรก บางทีมตกรอบอย่างฉิวเฉียด หลายคนตกรอบแบบไร้คะแนน แต่กลับได้รับเงินรางวัลเท่ากัน หรือทีมที่ตกรอบ 16 ทีม แต่เล่นได้ชนะใจคนดู เช่น เม็กซิโก ได้รับเงินมากกว่าทีมที่ตกรอบแรกแบบไร้แต้มอย่าง แคเมอรูน เพียง 32 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่มีใครร้องขอฟีฟ่าให้พิจารณาในเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของหลายทีมคือ ความไม่ไว้วางใจในตัวผู้บริหารฟุตบอลในประเทศตัวเอง 3 ทีมในแอฟริกา แคเมอรูน กานา ไนจีเรีย มีเรื่องเงินเข้ามาทำลายกำลังใจในการแข่งขัน แคเมอรูนเดินทางถึงบราซิลช้ากว่ากำหนด 1 วัน เพราะสหพันธ์ฟุตบอลของตัวเองไม่ยอมจ่ายเงินส่วนแบ่งก่อนจะเดินทางตามสัญญา จนสหพันธ์ต้องกู้เงินมาจ่าย นักเตะถึงจะยอมออกเดินทาง หรือประธานาธิบดีกานาต้องขนเงินบินมาให้นักเตะถึงบราซิลระหว่างการแข่งขัน ซึ่งฟีฟ่ากำลังจะออกกฎให้แต่ละประเทศจ่ายเงินที่นักเตะควรจะได้รับก่อนการเดินทางไปยังประเทศเจ้าภาพ และจะเริ่มบังคับใช้ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย
เรื่องเงินๆ ทองๆ ซับซ้อนเสมอไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหนของโลก
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
"ว่าด้วยเรื่องเงินๆ ทองๆ ก่อนปิดฉากฟุตบอลโลก"!?
เวิลด์คัพหนนี้ถือเป็นครั้งที่มีมูลค่ามหาศาลที่สุดในประวัติศาสตร์ มีเงินรายได้ประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.44 แสนล้านบาท จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ผู้สนับสนุนและส่วนอื่นๆ
สำหรับทีมแชมป์ฟุตบอลโลกจะได้รับเงินรางวัล 35 ล้านดอลลาร์ (1,120 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 4 ปีที่แล้ว 5 ล้านดอลลาร์ (160 ล้านบาท) ส่วนรองแชมป์จะได้รับ 25 ล้านดอลลาร์ (800 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 4 ปีที่แล้ว 1 ล้านดอลลาร์ (32 ล้านบาท) ในส่วนการเตะชิงอันดับ 3 ที่ถูกวิจารณ์ว่าเสียเวลาเปล่านั้น แต่ถ้ามองในแง่ของเงินรางวัลแล้ว อันดับ 3 ได้ 22 ล้านดอลลาร์ (704 ล้านบาท) อันดับ 4 ได้ 20 ล้านดอลลาร์ (640 ล้านบาท) ถือว่ามีรายได้ต่างกันถึง 64 ล้านบาทเลยทีเดียว
สำหรับการแบ่งเงินรางวัลให้นักเตะในแต่ละชาติ ฟีฟ่าจะให้สหพันธ์ฟุตบอลหรือสมาคมฟุตบอลนั้นๆ เลือกวิธีการแบ่งเงินให้ 23 นักเตะในทีม เยอรมนี เลือกที่จะแบ่งให้นักเตะคนละ 408,000 ดอลลาร์ (13.056 ล้านบาท) ในกรณีที่คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 ได้สำเร็จ ซึ่งเมื่อเทียบแล้ว อาจจะเป็นแค่เงินค่าเหนื่อยไม่กี่สัปดาห์ที่ได้รับจากสโมสรเท่านั้น
ทีมที่ตกรอบก่อนหน้านี้จะได้เงินรางวัลต่างกันไป ตกรอบ 8 ทีม ได้ 14 ล้านดอลลาร์ (448 ล้านบาท) ตกรอบ 16 ทีม ได้ 9 ล้านดอลลาร์ (288 ล้านบาท) และทีมที่ตกรอบแบ่งกลุ่มได้รับ 8 ล้านดอลลาร์ (256 ล้านบาท) นอกจากทีมชาติแล้ว สโมสรต่างๆ ที่มีนักเตะมาลงเตะในฟุตบอลโลกจะได้เงินชดเชยที่ปล่อยนักเตะออกมาร่วมแข่งขันรวมกันทั้งสิ้น 70 ล้านดอลลาร์ (2,240) จากนักเตะ 736 คน
มีการวิจารณ์เรื่องผลงานของหลายทีมที่ตกรอบแรก บางทีมตกรอบอย่างฉิวเฉียด หลายคนตกรอบแบบไร้คะแนน แต่กลับได้รับเงินรางวัลเท่ากัน หรือทีมที่ตกรอบ 16 ทีม แต่เล่นได้ชนะใจคนดู เช่น เม็กซิโก ได้รับเงินมากกว่าทีมที่ตกรอบแรกแบบไร้แต้มอย่าง แคเมอรูน เพียง 32 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่มีใครร้องขอฟีฟ่าให้พิจารณาในเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของหลายทีมคือ ความไม่ไว้วางใจในตัวผู้บริหารฟุตบอลในประเทศตัวเอง 3 ทีมในแอฟริกา แคเมอรูน กานา ไนจีเรีย มีเรื่องเงินเข้ามาทำลายกำลังใจในการแข่งขัน แคเมอรูนเดินทางถึงบราซิลช้ากว่ากำหนด 1 วัน เพราะสหพันธ์ฟุตบอลของตัวเองไม่ยอมจ่ายเงินส่วนแบ่งก่อนจะเดินทางตามสัญญา จนสหพันธ์ต้องกู้เงินมาจ่าย นักเตะถึงจะยอมออกเดินทาง หรือประธานาธิบดีกานาต้องขนเงินบินมาให้นักเตะถึงบราซิลระหว่างการแข่งขัน ซึ่งฟีฟ่ากำลังจะออกกฎให้แต่ละประเทศจ่ายเงินที่นักเตะควรจะได้รับก่อนการเดินทางไปยังประเทศเจ้าภาพ และจะเริ่มบังคับใช้ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย
เรื่องเงินๆ ทองๆ ซับซ้อนเสมอไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหนของโลก
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557