ละครเรื่องนี้ เน้นความฮาเป็นหลัก โดยล้อเลียนจากละคร ภาพยนตร์เรื่องต่างๆ มีมุกเสียดสีแบบหยิกแกมหยอก
อุปสรรคในการผลิตใช่น้อย นางเอก ผู้จัดบาดเจ็บ ทีมงานยังไม่ลงตัวในการทำงาน เวลาผลิตที่ยาวนาน
และใช้cg จำนวนมากอย่างที่นึกไม่ถึง ใครว่าละครตลกเบาสมอง ไม่ใช้cg เห็นทีต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่
เป็นละครไทยไม่กี่เรื่องที่เน้นวงการ สิ่งพิมพ์ แฟชั่น รับอิทธิพลมาจาก นางมารสวมปราด้า ทำได้ดีในงบประมาณที่จำกัดมาก
นำเสนอในแง่มุมที่เด็กดูได้ ไม่ล่อแหลมเกินไป และให้แง่คิดในหลายมุม ที่มักซุกไว้ใต้พรม เล่าถึงการทำงานของนางเอกและคู่แข่ง
ทางธุรกิจให้เข้าใจได้ง่าย มีทั้งแข่งขันในเกมส์และนอกเกมส์ และจากมือมืดที่คาดไม่ถึง แต่สุดท้ายความลับไม่มีในโลก และพบจุดจบ
ไปอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าไม่มีความฮาเป็นตัวหลัก ละครเรื่องนี้จะหักเหลี่ยมเฉือนคมไม่น้อย และปรับเข้ากับบ้านเราได้ลงตัว
การเดินเรื่อง
มีเครียดตอนแรกแบบฆาตกรรมปริศนา จากนั้นกลายเป็นชีวิตชาวหมู่บ้านเพนกวินในป่าคอนกรีต
ตัวเดินเรื่องคือนางเอก และนางรอง ส่วนพระเอก พระรอง เป็นตัวเสริม เรื่องของพีทเป็นเหตุให้พระเอกมาใกล้ชิดนางเอก
ไม่มีการสืบเสาะถึงสาเหตุที่พีทเจ็บหนักแต่อย่างใด แต่ผู้ร้ายมาเฉลยตอนท้ายจนพระนาง รู้ในตอนจบ ตามประสาหนังไทยโบราณ
(ดีที่ตำรวจมาช่วยทัน แถมกระสุนแฉลบจากกะละมังที่ท้องนางเอกเลยรอด)
นักแสดง จ้างร้อยเล่นล้าน
รวมรวมที่เจนจัดในฝีมือ และรุ่นใหญ่ ที่พลิกบทบาทอย่างคาดไม่ถึง แสดงได้ดี เด็กใหม่ก็ไม่แข็งมากนัก
เนื่องจากบทได้วางตัวละครรองไว้ไม่ซับซ้อนมากนัก ถึงการแสดงอารมณ์จะเกินจริง เมื่อรวมกับcg แล้วจะทำให้ได้อรรถรส
พระเอก แสดงได้ดีจนแยกออกถึงความต่าง แม้ตอนสุดท้ายไว้ทรงผมเดียวกัน ชุดต่างกัน ก็ดูเป็นคนละคน
น้ำเสียงที่ต่างบุคคลิก มีแต่นางเอกที่แยกไม่ออก จนต้องทดสอบกว่ากินพริกหรือเปล่าถึงรู้
ทั้งที่พอล หมัดหนักขนาดนั้น ไม่ยักสงสัย พีทไม่เป็นมวยเลย ก็จำไม่ได้ ตามหาช้างจนสนั่นซะ แถมช่วยตบยุงจนเลือดอาบ
(ค่าตัวนางเอก คนนั้นแพงมากขนาด จ้างออกอีเวนต์ยังคิดเป็นวินาที ไม่แปลกที่ ผกก.กับผู้จัด จะตกใจมาก)
บู๊ได้ แสดงอารมณ์ดี จ้างคนเดียวเล่นได้สองคน
นางเอก สมฉายาเจ้าแม่คอมเมดี้ ไม่ห่วงสวย บทจะ ค้อน เหวี่ยง วีน ดูน่าเอ็นดู มีโยกคอแบบสาวอินเดียประกอบ
น้ำเสียงที่ดัง แต่ไม่แปดหลอดบาดหู อากัปกิริยา ที่ไม่ล้นไป กรี๊ด เครียดจนขอยาแก้ไมเกรน แลดูขบขัน
บุคคลิกลูกจัน เป็นการรวมกันถึงสามคนหลัก คือ พุดเดิ้ล,โอปอล ,มิแรนด้า พรีสท์ลี่(บก.นิตยสาร รันเวย์)-
ไม่มีย่าทะเล
Devil Wears Prada
จากนั้นเจือความเป็นแมทเข้าไป ทำให้มีความกวน เวอร์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อย่างน่ารัก ดูแล้วเกลียดไม่ลงหรือเยอะไป
(อย่างตอนที่ช่างภาพ ถ่ายรูปนางแบบ นางเอกบอกให้ถ่ายแต่หน้าไม่เอาฉากหลัง แล้วถ่อมาถึงป่าทำไม-
เขาว่าต้องมีแรงบันดาลใจมั้ง)
สามารถปล่อย "ของ" ได้มากขนาดข้ามเรื่อง ย้อนเวลา ยังฮาได้ตลอด นี้ถ้าผู้จัดได้ทำแนวนี้แล้วให้แมทรับบทอีก
พีเรียดเรื่องอื่นๆ คงฮาน้ำหมากกระจายไม่ยาก ดีไม่ดีมีข้ามภพข้ามชาติแถมด้วย ช่วงสามตอนสุดท้าย มีเท่าไหร่ใส่หมด
ตั้งแต่สาวน้อยอ่อนต่อโลก จากบันทึกรักสมัยละอ่อน แม้แต่ปีโป้ยังเลี่ยนที่ได้อ่าน
จนเป็นfugutive ที่ปลอมตัวรอดมาได้ แต่ทิ้งรูปถ่ายโพลาลอยด์ไว้ให้คนร้ายจะได้ตามมาถูก
เป็นร่างประทับทรงให้ ย่าทะเล(คนทรงเจ้า) ที่แสดงความหึงหวงพระเอกอย่างออกนอกหน้า
จากนั้นกลับเป็นสาวเกลียดผู้ชาย ที่ไม่หายชองช้ำจากรักในอดีต จนต้องให้เจ้พีทช่วยเป็นกาวใจในท้ายสุด
(ฉากที่แสดงความคิดขัดแย้งเป็นสองคน คือ หน้าดำ กับหน้าขาว ในกระท่อมที่เกาะทะเลใต้ แสดงฝีมือได้ประจักษ์ ตัดต่อดีมาก)
cg
เรื่องนี้ใช้เยอะมาก แต่ยังมีไม่พอทำให้ตอนแรกๆ มีแต่ตัดต่อช่วย ขาดอรรถรสไป ฉากที่ใช้ได้ดี คือ
ฉากที่มีคำว่า "เบี้ยน" ลอยมาหาพระรอง จนต้องปัดให้ตกลงจอไป
ฉากแสดงพระเอกสองคน มีตลอดเรื่องซ้อนได้ดี ขนาดตอนสุดท้ายที่นางเอกอยู่ตรงกลางก็ดูเนียน
ดีที่ได้ขยายเวลาผลิตจนเสร็จ ถ้าปล่อยลวกๆออกมา คงกร่อยแน่ ไม่ทราบว่าcg ผลิตแบบ hd รึเปล่าเพราะอัตราภาพเป็น16:9
บันทึกเสียง
เสียงชัดตลอดเรื่อง แม้แต่อยู่ริมหาดก็มีเสียงลมแทรกน้อย ระดับเสียงเท่ากันไม่มีเดี๋ยวดัง เดี๋ยวค่อย
และเสียงตรงกับริมฝีปาก เสียงดนตรี เอฟเฟ็กซ์ไม่ล้นไป
ดนตรีประกอบ
ทำได้ดี เลือกได้เหมาะ เพลงบรรเลงเปียโนเพราะมาก
แถมให้พระเอกร้องเองประหยัดไปหลาย เนื้อเพลงเข้ากับบรรยากาศในเรื่อง
ใช้ของ สีฟ้า บางเพลง นึกว่าจะมีของ มัม ลาโคนิค มาด้วย
เพลง ความลับ
ศิลปิน มัม ลาโคนิค
อัลบั้ม Be My Guest
ตอนสุดท้ายมีของ klear ประกอบ ซึ่งเป็นต้นฉบับของเพลงนี้
Klear - รักไม่ต้องการเวลา
เนื้อร้อง เกี้ยวเกล้า พูนชัย
ทำนอง ดนัย ธงสินธุศักดิ์
เรียบเรียง Klear / Dano
ตอนสุดท้ายเพลงที่ร้านอาหาร กลายเป็นริงค์โทน
เพลง: เหงา
ศิลปิน: Peacemaker
อัลบั้ม: Peacemaker
จนต้องให้พีทมาสอนแอ็คติ้ง ให้เอ็กตร้า(เดินผ่าน10รอบ 500บาท)
ที่จัดฉากในสวนสาธารณะ สร้างอารมณ์ลูกจันให้ continue เป็นอย่างยิ่ง จนหยอดมุกที่อยู่ของพระเอกในท้ายสุด
ถ่ายภาพ
เรื่องนี้ใช้กล้องหลักตัวเดียวคุณภาพสูง ถ่ายทำแบบภาพยนตร์ ทำให้ต้องแสดงซ้ำๆในหลายระยะ เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
แต่จะให้ภาพและเสียงที่ดี ในทุกระยะที่ซีนเดียว(เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้จัด เลือกนักแสดงชุดนี้ด้วย เพราะต้องมีวินัยการทำงานที่สูง
ไม่เป็นตัวถ่วงในการทำงานที่ซ้ำซาก และแสดงอารมณ์ให้สัมพันธ์ในแต่ละซีน โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำเรียงตามเส้นเวลาในเรื่อง)
ใช้เครื่องค้ำจุนจำนวนมาก ทำให้ได้ภาพที่นิ่ง แม้แต่ขณะเดิน หรือวิ่ง อย่าง
ฉากที่พระรอง นางรอง วิ่งหนีแถว ถ.รามบุตรี มีถ่ายจากด้านหน้า และหลัง ตั้งแต่เย็นยันมืด
ฉากนางเอกเดินตามหาพระเอกในป่า กล้องไม่สั่นไหว ทั้งที่ทางเดินไม่เรียบ
ฉากที่ป้า ตามหาพีทในคอนโด มีอุปกรณ์ติดกล้องกับตัวทั้งด้านหน้า และหลังนักแสดง ให้ได้ภาพที่รู้สึกใกล้ชิดตัวละคร
ตัดต่อ
ช่วงแรกไม่กระชับ ยืด พอช่วงกลางยืดน้อยลง มีMVมาเพิ่มเวลาจนครบเบรค(ถ้าเปลี่ยนเป็นเพลงแขกคงนึกว่าดูหนังอินเดีย)
ช่วงท้ายๆกระชับสุด เรียงภาพได้ดี ไม่ตกหล่น ไม่เวียนหัว เข้าใจง่าย แต่มีภาพย้อนอดีตเยอะดูจนจำได้
เครื่องแต่งกาย
ดูดี ไม่จืดชืด ดูหลากหลายทั้งชาย หญิง เครื่องประดับเยอะ
โดยเฉพาะนางเอก ชุดเยอะมาก ความรู้สึกของนางเอกจะแสดงออกจากชุดที่ใส่
มีความมั่นใจจะจัดเต็ม ขาดความมั่นใจ(ตอนสุดท้าย)จืดสนิท สู้ลูกน้องที่บริษัทไม่ได้
และหลายคนคงรู้สึกเย็น จึงใส่แขนยาว เสื้อนอก ออกกลางแจ้งบ่อยๆ
กำกับศิลป์
มีการถ่ายทำให้โรงถ่ายหลายฉาก และสวนสาธารณะ จำนวนมาก จัดได้สัมพันธ์กับบท และงบประมาณ
บท
เนื่องจากเป็นละครเบาสมอง จึงข้ามความสมจริงไปบ้าง แต่ได้ความฮามาแทน ทำให้ไม่เน้นที่มาที่ไปในเรื่องมากนัก
เว้นแต่เรื่องของนางเอกที่เน้นตลอดเรื่อง ของพระเอกมาแก้ปมชีวิตช่วงตอนสุดท้าย นอกนั้นมีเป็นประปราย
ตัวละครหลัก จะมีภูมิหลัง ปมด้อย เป็นแรงผลักให้เกิดการกระทำในปัจจุบัน มีความลึก ที่มาที่ไป
กำกับการแสดง
สามารถดึงอารมณ์ ความรู้สึกร่วม ในฉากสำคัญได้ดี สีหน้า แววตา น้ำตา มาครบ
ฉากเข้าพระเข้านางดูน่าเอ็นดู ขบขัน ไม่หื่น ทะเล้นแต่ไม่ทะลึ่ง
มารยาหญิง มารยาชาย ขนมาเพียบ กำลังดีไม่ล้นไป
การแสดงถึงความรัก สนิทสนม ระหว่างพระนาง แตกต่างจากที่นางเอก มีกับคนอื่นอย่างชัดเจน
ขอบคุณผู้จัด คณะ และช่อง3 ที่ผลิตละครเบาสมองให้ผู้ชมได้ผ่อนคลาย
ท้ายนี้ผิดพลาดประการใด ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ขอบคุณครับ
รักนี้เจ้จัดให้ ผู้จัดมือใหม่ แต่นักแสดงเจนฝีมือ
อุปสรรคในการผลิตใช่น้อย นางเอก ผู้จัดบาดเจ็บ ทีมงานยังไม่ลงตัวในการทำงาน เวลาผลิตที่ยาวนาน
และใช้cg จำนวนมากอย่างที่นึกไม่ถึง ใครว่าละครตลกเบาสมอง ไม่ใช้cg เห็นทีต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่
เป็นละครไทยไม่กี่เรื่องที่เน้นวงการ สิ่งพิมพ์ แฟชั่น รับอิทธิพลมาจาก นางมารสวมปราด้า ทำได้ดีในงบประมาณที่จำกัดมาก
นำเสนอในแง่มุมที่เด็กดูได้ ไม่ล่อแหลมเกินไป และให้แง่คิดในหลายมุม ที่มักซุกไว้ใต้พรม เล่าถึงการทำงานของนางเอกและคู่แข่ง
ทางธุรกิจให้เข้าใจได้ง่าย มีทั้งแข่งขันในเกมส์และนอกเกมส์ และจากมือมืดที่คาดไม่ถึง แต่สุดท้ายความลับไม่มีในโลก และพบจุดจบ
ไปอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าไม่มีความฮาเป็นตัวหลัก ละครเรื่องนี้จะหักเหลี่ยมเฉือนคมไม่น้อย และปรับเข้ากับบ้านเราได้ลงตัว
การเดินเรื่อง
มีเครียดตอนแรกแบบฆาตกรรมปริศนา จากนั้นกลายเป็นชีวิตชาวหมู่บ้านเพนกวินในป่าคอนกรีต
ตัวเดินเรื่องคือนางเอก และนางรอง ส่วนพระเอก พระรอง เป็นตัวเสริม เรื่องของพีทเป็นเหตุให้พระเอกมาใกล้ชิดนางเอก
ไม่มีการสืบเสาะถึงสาเหตุที่พีทเจ็บหนักแต่อย่างใด แต่ผู้ร้ายมาเฉลยตอนท้ายจนพระนาง รู้ในตอนจบ ตามประสาหนังไทยโบราณ
(ดีที่ตำรวจมาช่วยทัน แถมกระสุนแฉลบจากกะละมังที่ท้องนางเอกเลยรอด)
นักแสดง จ้างร้อยเล่นล้าน
รวมรวมที่เจนจัดในฝีมือ และรุ่นใหญ่ ที่พลิกบทบาทอย่างคาดไม่ถึง แสดงได้ดี เด็กใหม่ก็ไม่แข็งมากนัก
เนื่องจากบทได้วางตัวละครรองไว้ไม่ซับซ้อนมากนัก ถึงการแสดงอารมณ์จะเกินจริง เมื่อรวมกับcg แล้วจะทำให้ได้อรรถรส
พระเอก แสดงได้ดีจนแยกออกถึงความต่าง แม้ตอนสุดท้ายไว้ทรงผมเดียวกัน ชุดต่างกัน ก็ดูเป็นคนละคน
น้ำเสียงที่ต่างบุคคลิก มีแต่นางเอกที่แยกไม่ออก จนต้องทดสอบกว่ากินพริกหรือเปล่าถึงรู้
ทั้งที่พอล หมัดหนักขนาดนั้น ไม่ยักสงสัย พีทไม่เป็นมวยเลย ก็จำไม่ได้ ตามหาช้างจนสนั่นซะ แถมช่วยตบยุงจนเลือดอาบ
(ค่าตัวนางเอก คนนั้นแพงมากขนาด จ้างออกอีเวนต์ยังคิดเป็นวินาที ไม่แปลกที่ ผกก.กับผู้จัด จะตกใจมาก)
บู๊ได้ แสดงอารมณ์ดี จ้างคนเดียวเล่นได้สองคน
นางเอก สมฉายาเจ้าแม่คอมเมดี้ ไม่ห่วงสวย บทจะ ค้อน เหวี่ยง วีน ดูน่าเอ็นดู มีโยกคอแบบสาวอินเดียประกอบ
น้ำเสียงที่ดัง แต่ไม่แปดหลอดบาดหู อากัปกิริยา ที่ไม่ล้นไป กรี๊ด เครียดจนขอยาแก้ไมเกรน แลดูขบขัน
บุคคลิกลูกจัน เป็นการรวมกันถึงสามคนหลัก คือ พุดเดิ้ล,โอปอล ,มิแรนด้า พรีสท์ลี่(บก.นิตยสาร รันเวย์)-ไม่มีย่าทะเล
Devil Wears Prada
จากนั้นเจือความเป็นแมทเข้าไป ทำให้มีความกวน เวอร์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อย่างน่ารัก ดูแล้วเกลียดไม่ลงหรือเยอะไป
(อย่างตอนที่ช่างภาพ ถ่ายรูปนางแบบ นางเอกบอกให้ถ่ายแต่หน้าไม่เอาฉากหลัง แล้วถ่อมาถึงป่าทำไม-เขาว่าต้องมีแรงบันดาลใจมั้ง)
สามารถปล่อย "ของ" ได้มากขนาดข้ามเรื่อง ย้อนเวลา ยังฮาได้ตลอด นี้ถ้าผู้จัดได้ทำแนวนี้แล้วให้แมทรับบทอีก
พีเรียดเรื่องอื่นๆ คงฮาน้ำหมากกระจายไม่ยาก ดีไม่ดีมีข้ามภพข้ามชาติแถมด้วย ช่วงสามตอนสุดท้าย มีเท่าไหร่ใส่หมด
ตั้งแต่สาวน้อยอ่อนต่อโลก จากบันทึกรักสมัยละอ่อน แม้แต่ปีโป้ยังเลี่ยนที่ได้อ่าน
จนเป็นfugutive ที่ปลอมตัวรอดมาได้ แต่ทิ้งรูปถ่ายโพลาลอยด์ไว้ให้คนร้ายจะได้ตามมาถูก
เป็นร่างประทับทรงให้ ย่าทะเล(คนทรงเจ้า) ที่แสดงความหึงหวงพระเอกอย่างออกนอกหน้า
จากนั้นกลับเป็นสาวเกลียดผู้ชาย ที่ไม่หายชองช้ำจากรักในอดีต จนต้องให้เจ้พีทช่วยเป็นกาวใจในท้ายสุด
(ฉากที่แสดงความคิดขัดแย้งเป็นสองคน คือ หน้าดำ กับหน้าขาว ในกระท่อมที่เกาะทะเลใต้ แสดงฝีมือได้ประจักษ์ ตัดต่อดีมาก)
cg
เรื่องนี้ใช้เยอะมาก แต่ยังมีไม่พอทำให้ตอนแรกๆ มีแต่ตัดต่อช่วย ขาดอรรถรสไป ฉากที่ใช้ได้ดี คือ
ฉากที่มีคำว่า "เบี้ยน" ลอยมาหาพระรอง จนต้องปัดให้ตกลงจอไป
ฉากแสดงพระเอกสองคน มีตลอดเรื่องซ้อนได้ดี ขนาดตอนสุดท้ายที่นางเอกอยู่ตรงกลางก็ดูเนียน
ดีที่ได้ขยายเวลาผลิตจนเสร็จ ถ้าปล่อยลวกๆออกมา คงกร่อยแน่ ไม่ทราบว่าcg ผลิตแบบ hd รึเปล่าเพราะอัตราภาพเป็น16:9
บันทึกเสียง
เสียงชัดตลอดเรื่อง แม้แต่อยู่ริมหาดก็มีเสียงลมแทรกน้อย ระดับเสียงเท่ากันไม่มีเดี๋ยวดัง เดี๋ยวค่อย
และเสียงตรงกับริมฝีปาก เสียงดนตรี เอฟเฟ็กซ์ไม่ล้นไป
ดนตรีประกอบ
ทำได้ดี เลือกได้เหมาะ เพลงบรรเลงเปียโนเพราะมาก
แถมให้พระเอกร้องเองประหยัดไปหลาย เนื้อเพลงเข้ากับบรรยากาศในเรื่อง
ใช้ของ สีฟ้า บางเพลง นึกว่าจะมีของ มัม ลาโคนิค มาด้วย
เพลง ความลับ
ศิลปิน มัม ลาโคนิค
อัลบั้ม Be My Guest
ตอนสุดท้ายมีของ klear ประกอบ ซึ่งเป็นต้นฉบับของเพลงนี้
Klear - รักไม่ต้องการเวลา
เนื้อร้อง เกี้ยวเกล้า พูนชัย
ทำนอง ดนัย ธงสินธุศักดิ์
เรียบเรียง Klear / Dano
ตอนสุดท้ายเพลงที่ร้านอาหาร กลายเป็นริงค์โทน
เพลง: เหงา
ศิลปิน: Peacemaker
อัลบั้ม: Peacemaker
จนต้องให้พีทมาสอนแอ็คติ้ง ให้เอ็กตร้า(เดินผ่าน10รอบ 500บาท)
ที่จัดฉากในสวนสาธารณะ สร้างอารมณ์ลูกจันให้ continue เป็นอย่างยิ่ง จนหยอดมุกที่อยู่ของพระเอกในท้ายสุด
ถ่ายภาพ
เรื่องนี้ใช้กล้องหลักตัวเดียวคุณภาพสูง ถ่ายทำแบบภาพยนตร์ ทำให้ต้องแสดงซ้ำๆในหลายระยะ เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
แต่จะให้ภาพและเสียงที่ดี ในทุกระยะที่ซีนเดียว(เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้จัด เลือกนักแสดงชุดนี้ด้วย เพราะต้องมีวินัยการทำงานที่สูง
ไม่เป็นตัวถ่วงในการทำงานที่ซ้ำซาก และแสดงอารมณ์ให้สัมพันธ์ในแต่ละซีน โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำเรียงตามเส้นเวลาในเรื่อง)
ใช้เครื่องค้ำจุนจำนวนมาก ทำให้ได้ภาพที่นิ่ง แม้แต่ขณะเดิน หรือวิ่ง อย่าง
ฉากที่พระรอง นางรอง วิ่งหนีแถว ถ.รามบุตรี มีถ่ายจากด้านหน้า และหลัง ตั้งแต่เย็นยันมืด
ฉากนางเอกเดินตามหาพระเอกในป่า กล้องไม่สั่นไหว ทั้งที่ทางเดินไม่เรียบ
ฉากที่ป้า ตามหาพีทในคอนโด มีอุปกรณ์ติดกล้องกับตัวทั้งด้านหน้า และหลังนักแสดง ให้ได้ภาพที่รู้สึกใกล้ชิดตัวละคร
ตัดต่อ
ช่วงแรกไม่กระชับ ยืด พอช่วงกลางยืดน้อยลง มีMVมาเพิ่มเวลาจนครบเบรค(ถ้าเปลี่ยนเป็นเพลงแขกคงนึกว่าดูหนังอินเดีย)
ช่วงท้ายๆกระชับสุด เรียงภาพได้ดี ไม่ตกหล่น ไม่เวียนหัว เข้าใจง่าย แต่มีภาพย้อนอดีตเยอะดูจนจำได้
เครื่องแต่งกาย
ดูดี ไม่จืดชืด ดูหลากหลายทั้งชาย หญิง เครื่องประดับเยอะ
โดยเฉพาะนางเอก ชุดเยอะมาก ความรู้สึกของนางเอกจะแสดงออกจากชุดที่ใส่
มีความมั่นใจจะจัดเต็ม ขาดความมั่นใจ(ตอนสุดท้าย)จืดสนิท สู้ลูกน้องที่บริษัทไม่ได้
และหลายคนคงรู้สึกเย็น จึงใส่แขนยาว เสื้อนอก ออกกลางแจ้งบ่อยๆ
กำกับศิลป์
มีการถ่ายทำให้โรงถ่ายหลายฉาก และสวนสาธารณะ จำนวนมาก จัดได้สัมพันธ์กับบท และงบประมาณ
บท
เนื่องจากเป็นละครเบาสมอง จึงข้ามความสมจริงไปบ้าง แต่ได้ความฮามาแทน ทำให้ไม่เน้นที่มาที่ไปในเรื่องมากนัก
เว้นแต่เรื่องของนางเอกที่เน้นตลอดเรื่อง ของพระเอกมาแก้ปมชีวิตช่วงตอนสุดท้าย นอกนั้นมีเป็นประปราย
ตัวละครหลัก จะมีภูมิหลัง ปมด้อย เป็นแรงผลักให้เกิดการกระทำในปัจจุบัน มีความลึก ที่มาที่ไป
กำกับการแสดง
สามารถดึงอารมณ์ ความรู้สึกร่วม ในฉากสำคัญได้ดี สีหน้า แววตา น้ำตา มาครบ
ฉากเข้าพระเข้านางดูน่าเอ็นดู ขบขัน ไม่หื่น ทะเล้นแต่ไม่ทะลึ่ง
มารยาหญิง มารยาชาย ขนมาเพียบ กำลังดีไม่ล้นไป
การแสดงถึงความรัก สนิทสนม ระหว่างพระนาง แตกต่างจากที่นางเอก มีกับคนอื่นอย่างชัดเจน
ขอบคุณผู้จัด คณะ และช่อง3 ที่ผลิตละครเบาสมองให้ผู้ชมได้ผ่อนคลาย
ท้ายนี้ผิดพลาดประการใด ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ขอบคุณครับ