หลายครั้งที่การ์ตูนญี่ปุ่น นำเสนอตัวร้ายประเภท "ผู้สิ้นหวังในมนุษย์ และต้องการทำลายโลก" มักเริ่มต้นด้วยปมของตัวละคร ที่เจอแต่ความเลวร้ายมาตลอด ทั้งในครอบครัว โรงเรียน ฯลฯ
จะบอกว่า..มันไม่ได้เกินจริงเลย อาชญากรหลายคน ก็เกิดมาจากภาวะดังกล่าวก็ได้ครับ และเป็นได้หมดทั้งคนจนและรวย
ขอยกบทความ ที่มีคนเขียนถึง "เสริม สาครราษฎร์" อีกด้านหนึ่งนะครับ
------------
หลังจากฟังคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
ผมต้องการเล่าเรื่องบางเรื่องให้ฟัง...
(มิใช่เพื่อแก้ตัว หรือขอความเห็นใจใด ๆ แค่อยากให้คุณมี
"มุมมองอีกมุมหนึ่ง"
เกี่ยวกับผู้ชายคนที่ชื่อ เสริม สาครราษฎร์ เท่านั้น) เรื่องมีอยู่ว่า
ผมเป็นอีกคนที่รู้จักกับคุณแม่ของ "เสริม สาครราษฎร์"
ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่ถือว่ามีฐานะดี เงินอาจจะไม่มีมากมายอะไร
แต่รวยที่ดิน...
ผมเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ชีวิตของเขาน่าสงสาร
เขาเป็นเด็กที่เก็บกดมาก ๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา
และบางครั้งเขาเงียบจนดูน่ากลัว
(เป็นความเห็นส่วนตัวนะ เพราะเขาเงียบ แต่ดูท่าทางคิดอะไรอยู่ตลอด)
เหตุก็เนื่องมาจาก... พ่อของเขาเป็นคนที่เข้มงวด และเผด็จการมาก
บังคับลูกทุกอย่าง แม้แต่แม่ของเขาก็ไม่สามารถมีปากมีเสียงได้
ไม่ว่ามีเรื่องอะไร เขาจะเล่าให้แม่เขาฟัง ทำให้เขาสนิทกับแม่
และแม่ของเขาก็โอ๋เขามากเช่นกัน (เป็นเพราะสงสารลูกที่ถูกพ่อบังคับและตีมาตลอด)
เขาเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก
เพราะพอเรียนจากโรงเรียนเสร็จมาก็จะต้องไปเรียนกวดวิชาต่อ
จนค่ำมืดดึกดื่น (เป็นแบบนี้ทุกวัน)
ตั้งแต่เรียนหนังสือมา เขาเรียนได้ที่ 1 มาตลอด
รางวัลเรียนดีอะไรต่ออะไรเต็มบ้านไปหมด แต่ดูเป็นคนไม่มีสังคม ไม่มีเพื่อน
เพราะแม่ของเขาบ่นให้ผมฟังว่า... เขาไม่เคยพูดถึงเพื่อนเขาให้ฟังเลย
ครั้นพอเขาเรียนจบมัธยม (เขาเรียนจบเร็วมาก เพราะเขาสอบเทียบหลายปี)
เขาอยากเรียนวิศวะ แต่พ่อต้องการให้เรียนหมอ
เขาก็ไม่เคยเถียงหรือพูดอะไร
แต่พอถึงตอนเอ็นท์ฯ เขาก็ "ขัดใจ" พ่อ โดยการใส่ชื่อคณะวิศวะ
ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง "อันดับเดียว" (ในสมัยนั้นเขาให้เลือกได้ 4 อันดับ)
ผลออกมาก็คือ เขาติดคณะวิศวะสมใจเขา แต่พ่อเขาโกธรมาก และก็ไม่ยอมให้ไปเรียน
บอกว่าให้รอปีหน้าแล้วเอ็นท์ฯใหม่ ระหว่างนั้นก็ทั้งด่า ตี ต่าง ๆ นานา
พอแม่เข้ามาช่วย แม่ก็พลอยโดนลูกหลงเข้าไปด้วย
(คุณเชื่อไหมว่า... พ่อของเขาทั้งด่า และตีเขา "ทุกวัน" ...ทุกวันนะคุณ
ตอนแม่เขาเล่าให้ผมฟัง ผมยังตกใจเลย)
สุดท้าย... แม่เขาสงสารลูก ทนไม่ไหว
จึงแอบส่งลูกไปเรียนมหาวิทยาลัยที่สอบติด
และแอบส่งเงินให้ทุกเดือน ส่วนพอเข้าใจว่า ลูกหนีออกจากบ้าน
ทำให้ประกาศลั่นตัดพ่อตัดลูก
เสริมเรียนเก่งมาก เพราะเขาสามารถจบวิศวะโดยใช้เวลาแค่ 2 ปีครึ่งเท่านั้น !!! (เรื่องจริงนะ)
พอเขาเรียนจบเขาก็กลับบ้านมาด้วยความภูมิใจ หวังจะให้แม่ภูมิใจ
และจะกลับมาดูพ่อด้วยว่า พ่อใกล้ตายหรือยัง? (คำนี้..ผมได้ยินจากปากเขาเลยนะ)
เพราะระหว่างที่เรียนอยู่
แม่เขาจะส่งข่าวมาตลอดว่าพ่อป่วยหนักเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย (เพิ่งตรวจพบ)
ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ เพราะเขา "เกลียด" พ่อ
(คงต้องใช้คำนี้นะ เพราะแม่เขาเล่าให้ฟังแบบนี้)
พอกลับมาที่บ้าน นอกจากพ่อจะไม่ภูมิใจแล้ว พ่อยังด่าทอต่อว่าต่าง ๆ นานา
(แต่ไม่มีปัญญาจะลุกขึ้นมาตีลูกอีกเพราะป่วยหนัก)
แม่ของเขาเล่าให้เขาฟังว่า... พ่อบ่นและเพ้อออกมาตอนป่วยว่า
อยากให้เขาเรียนหมอ อยากให้เขาเป็นหมอ
แม่เขาจึง "ขอร้อง" ให้เขาเรียนหมอ โดยให้ถือซะว่าทำเพื่อแม่
(ไม่ต้องคิดว่าทำเพื่อพ่อ เพราะเขาเกลียดพ่อ คงไม่ทำเพื่อพ่ออยู่แล้ว)
แม่ของเขาขอร้องให้เขาเรียนหมออีกครั้งอยู่นาน
(เพราะต้องการจะทำความหวังของสามีให้เป็นจริงก่อนที่สามีจะตาย)
แม่ของเขาถึงขนาด ร้องหม่ร้องไห้ทุกวัน ไม่กินข้าวกินปลา จนเขาทนไม่ไหว
ด้วยความที่รักแม่ จึงรับปากว่า เขาจะเอ็นท์ฯ และเรียนหมออีกครั้ง"เพื่อแม่"...
(ขณะที่เขาเรียนจบวิศวะมา เขาอายุไม่มากเลย เพราะทั้งสอบเทียบและเรียนจบมาเร็ว)
> โดยเลือก คณะแพทย์ศาสตร์อันดับเดียวเหมือนเดิม ผลออกมาก็คือ
เอ็นท์ฯติดตามระเบียบ
แต่พ่อของเขาไม่สามารถที่จะอยู่เพื่อเห็น "ความสำเร็จ และสิ่งที่บังคับ"
อยากให้ลูกเป็นมาตลอดได้
เพราะหลังจากที่เขาเข้าเรียนได้ไม่กี่เดือน "พ่อเขาก็เสียชีวิต"...
เหตุการณ์หลังจากนั้น คงไม่ต้องให้ผมเล่า
เพราะมันก็เป็นเหมือนอย่างที่ทุกคนเห็น ๆ กันอยู่...
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จะโทษใครดี โทษตัวเขา
ที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
โทษพ่อเขา ที่กดดัน เข้มงวด ดุด่า และตีเขามาตลอด จนกลายเป็นคนเก็บกด
โทษแม่เขา ที่สงสารลูก ตามใจลูก เนื่องมาจากสงสารลูกที่ถูกพ่อตี
และบังคับทุกอย่าง
*** ที่ผมตัดสินเล่าเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ก็เนื่องมาจาก...
อยากให้ทุกคนที่ได้อ่านข้อความนี้ ได้มีมุมมองอีกมุมนึง สำหรับผู้ชายที่ชื่อ
เสริม สาครราษฎร์
*** ไม่ได้หวังที่จะเล่าเพื่อขอความเห็นใจ หรือแก้ตัวให้เขาแต่อย่างใด
เพราะเมื่อเขาทำผิด เขาก็ต้องได้รับโทษ
เพียงแต่ต้องการเสนอมุมมองต่างมุมที่บางคน (ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่นะ)
ไม่ทราบได้รับรู้ว่า "เด็กคนนี้ เป็นเด็กที่น่าสงสารมาตั้งแต่เด็กแล้ว"
เท่านั้นเอง...
(ลืมบอกไปว่า เรื่องทั้งหมดนี้ บางอย่างผมก็เห็นเอง
บางอย่างแม่ของเขาเล่าให้ผมฟังเอง เพราะผมค่อนข้างจะสนิทกับครอบครัวนี้มาก)
poor parenting
dysfunctional family
domestic violence
common pattern
--> พ่อเข้มงวด
--> แม่ตามใจเพื่อชดเชยความสุขให้ลูก ( ก็พ่อเขาเข้มงวดมามากแล้ว ไอ้เราก็อยากให้ลูกได้พักได้เล่นได้มีความสุขเสียหน่อย )
--> พ่อยิ่งเข้มงวดเพราะเห็นแม่ตามใจ
--> แม่ยิ่งเอาใจตามใจเพราะสงสารลูก
--> วงจรอุบาnว์ที่ทำร้ายลูก
ถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรจะได้มีความรู้เรื่อง parenting / child rearing / healthy family อย่างถูกต้องซะที....
ที่มา :
http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=1273
---------------------
ผมเห็นหลายคน เอาเสริม สาครราษฎร์ ไปเทียบกับคนที่ข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้ม
ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง
- แม้จะมีการฆ่ากันตายเหมือนกัน แต่นายเสริมฆ่าเพราะความแค้นที่ผู้ตายตีตัวออกห่าง ส่วนคนที่ฆ่าน้องแก้ม เห็นเหยื่อแล้วเล็งจะข่มขืน เมื่อผู้ตายขัดขืนจึงฆ่า
- นายเสริมไม่ใช่อาชญากรอาชีพ ก่อนฆ่าเจนจิรา เขาไม่มีประวัติเกเร เสพยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฏหมายใดๆ ส่วนคนที่ฆ่าน้องแก้ม เคยถูกจับคดีค้ายาเสพติด และยังเคยข่มขืน พนง.รถไฟด้วยกันมาแล้ว 2 ครั้ง ถือเป็นอาชญากรอาชีพ
--------------
ถึงเป็นการฆาตกรรมเหมือนกัน แต่มูลเหตุต่างกัน ปูมหลังทางอาชญากรรมก็ต่างกัน จะเทียบได้ยังไง?
-----------------
อีกอย่าง ผมหงุดหงิดนะ เวลามีคนทำผิดไม่ว่าข้อหาใดก็ตาม พวก "คนปกติ" ที่แสนจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง ( จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้? ) ต้องออกมาประณาม ต้องบอกห้ามให้อภัย โดยไม่แยกแยะเป็นเรื่องๆ
ไม่รู้นะ ประวัตินายเสริม ข้างต้นเป็นเรื่องจริงหรือแต่ง แต่ถ้าจริง ผมอ่านแล้วสะเทือนใจ..
ในสังคมเรา ยังมีเรื่องทำนองนี้อีกมาก และมีทุกฐานะครอบครัว หรือถ้าไม่ใช่ครอบครัว ก็เป็นสังคมรอบๆ ( ถูกกดดัน คาดหวัง หรือไม่ก็ถูกดูถูก ดูหมิ่น เหยียดหยาม )
เด็กที่โตมาในสังคมแบบนี้ มีแนวโน้มที่จะเสพติดความรุนแรง ถ้าไม่ลงกับคนอื่น ( เป็นอันธพาล ฆาตกร ) ก็จะลงกับตัวเอง ( ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง )
ขอยกเรื่องของตัวเองหน่อย ผมเลือกทางหลังครับ ( ใส่สปอยครอบนะ )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผมเป็นคนที่ถูกมองแบบ "ไม่ปกติ" ตั้งแต่จำความได้ละครับ
ผู้คนทั่วไป มองว่าผมเป็นพวกเพี้ยนๆ ไม่เต็มบาท
ยิ่งเพศตรงข้าม ยิ่งเหยียดผมแบบสุดๆ ( ผมชินกับสายตาและท่าทางแบบนั้นซะแล้ว แต่ก็อดน้อยใจ + เคืองไม่ได้ )
โลกนี้ สังคมนี้ โชคดีนะครับ ที่ผมไม่มี sense ด้านการต่อสู้หรือก่ออาชญากรรม ดังนั้นผมจึงเลือกทางทำร้ายตัวเอง เมื่อพวกคนปกติอย่างพวกคุณดูถูกผม
ผมเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการทำแบบนี้มาเหมือนกัน
- กรีดแขน และตามตัว ทุกครั้งที่ทำงาน หรือทำสิ่งต่างๆ พลาด จนตอนนี้ดูตรงไหนก็มีแต่รอยมีด ( ต้องทำเพราะเตือนตัวเอง เพราะโลกมองผมในฐานะ "ตัวประหลาด" มาตลอด เมื่อถูกตำหนิผมอาจไม่โดนคนเดียว แต่พ่อแม่ หรือคนที่หางานให้ทำ จะโดนเย้ยหยันไปด้วย ว่าให้ "คนไม่เต็มบาท" มาทำงานได้ยังไง )
- ต่อยกำแพง จนทุกวันนี้กำหมัดแน่นๆ ไม่ได้แล้ว ( อันนี้สารภาพว่าเพราะอกหักครับ แห้วทีก็ซัดผนังปูนเป็นชุด )
- ซัดพาราไป 1 กำมือ จนตาค้าง อาเจียนทั้งคืน ออกมาหมดจนมีแต่น้ำย่อยเปล่าๆ ก็ยังไม่หยุด ( อันนี้เรื่องงาน โดนเบื้องบนสั่งงานแบบเร่งๆ แทบไม่มีเวลาเตรียมตัว )
- ทำกิจกรรมเสี่ยงๆ เช่นเดินบนถนนล่อรถที่วิ่งไปมา พอรถมาใกล้ๆ ค่อยโดดขึ้นมายืนบนขอบฟุตบาท แล้วก็ลงไปเดินบนถนนใหม่ ( อันนี้ประชดชีวิต เพราะเกิดเป็นชายแท้ แต่ไร้ความสามารถทางการต่อสู้ แต่ก็ไม่กล้าพอจะจบชีวิตตัวเอง )
----------------
มันเป็นอารมณ์หนึ่งของคนที่รู้สึกสิ้นหวังกับตัวเอง รู้สึกหมดทาง เลยไปแสดงออกแบบนั้น
อาการนี้จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่า คนๆ นั้นมี "ที่พึ่งทางใจ" แค่ไหน เช่นพ่อแม่ เพื่อนฝูง อาจารย์ หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่นธรรมะของศาสนาที่เขานับถือ ถ้าเขารู้สึกว่ามีคนที่เข้าใจเขา เขาย่อมไม่ทำแบบนี้ หรือถึงทำ ก็จะไม่บ่อยครั่งนัก
พึงระลึกไว้อย่าง อย่าคิดว่าคนที่ชอบทำร้ายร่างกายตัวเอง เป็นพวกเรียกร้องความสนใจเสมอไป บางคนอาจจะทำโดยไม่ให้คนอื่นเห็นก็ได้
เรื่องแบบนี้ คนที่สมบูรณ์พร้อมทางจิตใจ อารมณ์ และสังคม ยากที่จะเข้าใจครับ
"พวกคนปกติน่ะ ไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่คนไม่ปกติเจอหรอก"
[ขวางกระแส] เดี๋ยวนี้ใครทำผิดไม่ว่าเรื่องไหน รุนแรงแค่ไหน แรงจูงใจคืออะไร ในสายตาเทวดา-นางฟ้า คือพวกเลวเท่ากันหมดสินะ
จะบอกว่า..มันไม่ได้เกินจริงเลย อาชญากรหลายคน ก็เกิดมาจากภาวะดังกล่าวก็ได้ครับ และเป็นได้หมดทั้งคนจนและรวย
ขอยกบทความ ที่มีคนเขียนถึง "เสริม สาครราษฎร์" อีกด้านหนึ่งนะครับ
------------
หลังจากฟังคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
ผมต้องการเล่าเรื่องบางเรื่องให้ฟัง...
(มิใช่เพื่อแก้ตัว หรือขอความเห็นใจใด ๆ แค่อยากให้คุณมี
"มุมมองอีกมุมหนึ่ง"
เกี่ยวกับผู้ชายคนที่ชื่อ เสริม สาครราษฎร์ เท่านั้น) เรื่องมีอยู่ว่า
ผมเป็นอีกคนที่รู้จักกับคุณแม่ของ "เสริม สาครราษฎร์"
ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่ถือว่ามีฐานะดี เงินอาจจะไม่มีมากมายอะไร
แต่รวยที่ดิน...
ผมเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ชีวิตของเขาน่าสงสาร
เขาเป็นเด็กที่เก็บกดมาก ๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา
และบางครั้งเขาเงียบจนดูน่ากลัว
(เป็นความเห็นส่วนตัวนะ เพราะเขาเงียบ แต่ดูท่าทางคิดอะไรอยู่ตลอด)
เหตุก็เนื่องมาจาก... พ่อของเขาเป็นคนที่เข้มงวด และเผด็จการมาก
บังคับลูกทุกอย่าง แม้แต่แม่ของเขาก็ไม่สามารถมีปากมีเสียงได้
ไม่ว่ามีเรื่องอะไร เขาจะเล่าให้แม่เขาฟัง ทำให้เขาสนิทกับแม่
และแม่ของเขาก็โอ๋เขามากเช่นกัน (เป็นเพราะสงสารลูกที่ถูกพ่อบังคับและตีมาตลอด)
เขาเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก
เพราะพอเรียนจากโรงเรียนเสร็จมาก็จะต้องไปเรียนกวดวิชาต่อ
จนค่ำมืดดึกดื่น (เป็นแบบนี้ทุกวัน)
ตั้งแต่เรียนหนังสือมา เขาเรียนได้ที่ 1 มาตลอด
รางวัลเรียนดีอะไรต่ออะไรเต็มบ้านไปหมด แต่ดูเป็นคนไม่มีสังคม ไม่มีเพื่อน
เพราะแม่ของเขาบ่นให้ผมฟังว่า... เขาไม่เคยพูดถึงเพื่อนเขาให้ฟังเลย
ครั้นพอเขาเรียนจบมัธยม (เขาเรียนจบเร็วมาก เพราะเขาสอบเทียบหลายปี)
เขาอยากเรียนวิศวะ แต่พ่อต้องการให้เรียนหมอ
เขาก็ไม่เคยเถียงหรือพูดอะไร
แต่พอถึงตอนเอ็นท์ฯ เขาก็ "ขัดใจ" พ่อ โดยการใส่ชื่อคณะวิศวะ
ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง "อันดับเดียว" (ในสมัยนั้นเขาให้เลือกได้ 4 อันดับ)
ผลออกมาก็คือ เขาติดคณะวิศวะสมใจเขา แต่พ่อเขาโกธรมาก และก็ไม่ยอมให้ไปเรียน
บอกว่าให้รอปีหน้าแล้วเอ็นท์ฯใหม่ ระหว่างนั้นก็ทั้งด่า ตี ต่าง ๆ นานา
พอแม่เข้ามาช่วย แม่ก็พลอยโดนลูกหลงเข้าไปด้วย
(คุณเชื่อไหมว่า... พ่อของเขาทั้งด่า และตีเขา "ทุกวัน" ...ทุกวันนะคุณ
ตอนแม่เขาเล่าให้ผมฟัง ผมยังตกใจเลย)
สุดท้าย... แม่เขาสงสารลูก ทนไม่ไหว
จึงแอบส่งลูกไปเรียนมหาวิทยาลัยที่สอบติด
และแอบส่งเงินให้ทุกเดือน ส่วนพอเข้าใจว่า ลูกหนีออกจากบ้าน
ทำให้ประกาศลั่นตัดพ่อตัดลูก
เสริมเรียนเก่งมาก เพราะเขาสามารถจบวิศวะโดยใช้เวลาแค่ 2 ปีครึ่งเท่านั้น !!! (เรื่องจริงนะ)
พอเขาเรียนจบเขาก็กลับบ้านมาด้วยความภูมิใจ หวังจะให้แม่ภูมิใจ
และจะกลับมาดูพ่อด้วยว่า พ่อใกล้ตายหรือยัง? (คำนี้..ผมได้ยินจากปากเขาเลยนะ)
เพราะระหว่างที่เรียนอยู่
แม่เขาจะส่งข่าวมาตลอดว่าพ่อป่วยหนักเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย (เพิ่งตรวจพบ)
ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ เพราะเขา "เกลียด" พ่อ
(คงต้องใช้คำนี้นะ เพราะแม่เขาเล่าให้ฟังแบบนี้)
พอกลับมาที่บ้าน นอกจากพ่อจะไม่ภูมิใจแล้ว พ่อยังด่าทอต่อว่าต่าง ๆ นานา
(แต่ไม่มีปัญญาจะลุกขึ้นมาตีลูกอีกเพราะป่วยหนัก)
แม่ของเขาเล่าให้เขาฟังว่า... พ่อบ่นและเพ้อออกมาตอนป่วยว่า
อยากให้เขาเรียนหมอ อยากให้เขาเป็นหมอ
แม่เขาจึง "ขอร้อง" ให้เขาเรียนหมอ โดยให้ถือซะว่าทำเพื่อแม่
(ไม่ต้องคิดว่าทำเพื่อพ่อ เพราะเขาเกลียดพ่อ คงไม่ทำเพื่อพ่ออยู่แล้ว)
แม่ของเขาขอร้องให้เขาเรียนหมออีกครั้งอยู่นาน
(เพราะต้องการจะทำความหวังของสามีให้เป็นจริงก่อนที่สามีจะตาย)
แม่ของเขาถึงขนาด ร้องหม่ร้องไห้ทุกวัน ไม่กินข้าวกินปลา จนเขาทนไม่ไหว
ด้วยความที่รักแม่ จึงรับปากว่า เขาจะเอ็นท์ฯ และเรียนหมออีกครั้ง"เพื่อแม่"...
(ขณะที่เขาเรียนจบวิศวะมา เขาอายุไม่มากเลย เพราะทั้งสอบเทียบและเรียนจบมาเร็ว)
> โดยเลือก คณะแพทย์ศาสตร์อันดับเดียวเหมือนเดิม ผลออกมาก็คือ
เอ็นท์ฯติดตามระเบียบ
แต่พ่อของเขาไม่สามารถที่จะอยู่เพื่อเห็น "ความสำเร็จ และสิ่งที่บังคับ"
อยากให้ลูกเป็นมาตลอดได้
เพราะหลังจากที่เขาเข้าเรียนได้ไม่กี่เดือน "พ่อเขาก็เสียชีวิต"...
เหตุการณ์หลังจากนั้น คงไม่ต้องให้ผมเล่า
เพราะมันก็เป็นเหมือนอย่างที่ทุกคนเห็น ๆ กันอยู่...
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จะโทษใครดี โทษตัวเขา
ที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
โทษพ่อเขา ที่กดดัน เข้มงวด ดุด่า และตีเขามาตลอด จนกลายเป็นคนเก็บกด
โทษแม่เขา ที่สงสารลูก ตามใจลูก เนื่องมาจากสงสารลูกที่ถูกพ่อตี
และบังคับทุกอย่าง
*** ที่ผมตัดสินเล่าเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ก็เนื่องมาจาก...
อยากให้ทุกคนที่ได้อ่านข้อความนี้ ได้มีมุมมองอีกมุมนึง สำหรับผู้ชายที่ชื่อ
เสริม สาครราษฎร์
*** ไม่ได้หวังที่จะเล่าเพื่อขอความเห็นใจ หรือแก้ตัวให้เขาแต่อย่างใด
เพราะเมื่อเขาทำผิด เขาก็ต้องได้รับโทษ
เพียงแต่ต้องการเสนอมุมมองต่างมุมที่บางคน (ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่นะ)
ไม่ทราบได้รับรู้ว่า "เด็กคนนี้ เป็นเด็กที่น่าสงสารมาตั้งแต่เด็กแล้ว"
เท่านั้นเอง...
(ลืมบอกไปว่า เรื่องทั้งหมดนี้ บางอย่างผมก็เห็นเอง
บางอย่างแม่ของเขาเล่าให้ผมฟังเอง เพราะผมค่อนข้างจะสนิทกับครอบครัวนี้มาก)
poor parenting
dysfunctional family
domestic violence
common pattern
--> พ่อเข้มงวด
--> แม่ตามใจเพื่อชดเชยความสุขให้ลูก ( ก็พ่อเขาเข้มงวดมามากแล้ว ไอ้เราก็อยากให้ลูกได้พักได้เล่นได้มีความสุขเสียหน่อย )
--> พ่อยิ่งเข้มงวดเพราะเห็นแม่ตามใจ
--> แม่ยิ่งเอาใจตามใจเพราะสงสารลูก
--> วงจรอุบาnว์ที่ทำร้ายลูก
ถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรจะได้มีความรู้เรื่อง parenting / child rearing / healthy family อย่างถูกต้องซะที....
ที่มา : http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=1273
---------------------
ผมเห็นหลายคน เอาเสริม สาครราษฎร์ ไปเทียบกับคนที่ข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้ม
ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง
- แม้จะมีการฆ่ากันตายเหมือนกัน แต่นายเสริมฆ่าเพราะความแค้นที่ผู้ตายตีตัวออกห่าง ส่วนคนที่ฆ่าน้องแก้ม เห็นเหยื่อแล้วเล็งจะข่มขืน เมื่อผู้ตายขัดขืนจึงฆ่า
- นายเสริมไม่ใช่อาชญากรอาชีพ ก่อนฆ่าเจนจิรา เขาไม่มีประวัติเกเร เสพยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฏหมายใดๆ ส่วนคนที่ฆ่าน้องแก้ม เคยถูกจับคดีค้ายาเสพติด และยังเคยข่มขืน พนง.รถไฟด้วยกันมาแล้ว 2 ครั้ง ถือเป็นอาชญากรอาชีพ
--------------
ถึงเป็นการฆาตกรรมเหมือนกัน แต่มูลเหตุต่างกัน ปูมหลังทางอาชญากรรมก็ต่างกัน จะเทียบได้ยังไง?
-----------------
อีกอย่าง ผมหงุดหงิดนะ เวลามีคนทำผิดไม่ว่าข้อหาใดก็ตาม พวก "คนปกติ" ที่แสนจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง ( จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้? ) ต้องออกมาประณาม ต้องบอกห้ามให้อภัย โดยไม่แยกแยะเป็นเรื่องๆ
ไม่รู้นะ ประวัตินายเสริม ข้างต้นเป็นเรื่องจริงหรือแต่ง แต่ถ้าจริง ผมอ่านแล้วสะเทือนใจ..
ในสังคมเรา ยังมีเรื่องทำนองนี้อีกมาก และมีทุกฐานะครอบครัว หรือถ้าไม่ใช่ครอบครัว ก็เป็นสังคมรอบๆ ( ถูกกดดัน คาดหวัง หรือไม่ก็ถูกดูถูก ดูหมิ่น เหยียดหยาม )
เด็กที่โตมาในสังคมแบบนี้ มีแนวโน้มที่จะเสพติดความรุนแรง ถ้าไม่ลงกับคนอื่น ( เป็นอันธพาล ฆาตกร ) ก็จะลงกับตัวเอง ( ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง )
ขอยกเรื่องของตัวเองหน่อย ผมเลือกทางหลังครับ ( ใส่สปอยครอบนะ )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
"พวกคนปกติน่ะ ไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่คนไม่ปกติเจอหรอก"