ก่อนหน้านี้เราซื้อคอนโดอยู่คอนเดียวมา 3 ปีกว่าค่ะ ความรู้สึกมันเริ่มเบื่อ ๆ การใช้ชีวิตในห้อง 32.5 ตร.ม. จะให้ไปซื้อบ้านก็คงต้องขายคอนโดก่อน แต่ราคาบ้านที่พอ ๆ กับคอนโดนี้ มีหวังคงต้องไปอยู่ชานเมืองแน่ ๆ คิด ๆ ๆ ทำไงดี
จากนั้น ปล่อยให้เช่าคอนโดสิคะ แล้วมาเช่าบ้านอยู่ค่ะ ค่าเช่าบ้านถูกกว่ารายได้จากคอนโดด้วย แค่อยู่ในซอย หุ ๆ ๆ
บ้านที่เราเจอ เจ้าของปล่อยเช่าตามสภาพค่ะ ไม่ได้ซ่อมอะไรก่อนให้เช่า เพราะฉะนั้น เราต้องจัดการเองหมด สำรวจแล้วตัวบ้านไม่ได้มีอะไรสึกหรอมาก เว้นแต่สวนหลังบ้านนี่หล่ะค่ะ คนเช่าเดิมปลูกผักสวนครัวไว้ แต่มันเป็นอย่างงี้อ่า
ต้นฟักอะไรซักอย่างค่ะ มันเลื้อยไปทั่วเลย สารภาพว่าพอตกค่ำ ไม่กล้าเดินออกไปอะ
แต่เราจะปล่อยแบบนี้ไม่ได้ ๆ ๆ ต้องตัด ๆ ๆ
ตัดไปครึ่งทาง หมดถุงขยะใบใหญ่ยักษ์ไป 2 ใบ กับเจอฟักเหี่ยว ๆ 1 ลูก -_-"
ตัดจนหมด ก็หมดวันพอดี และหมดไปพร้อมกับแรงของเรา เหนื่อยแทบขาดใจเลยค่ะ ไป fitness ยังไม่เหนื่อยเท่านี้
ใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ถึง 2 สัปดาห์ (เฉพาะเสาร์ อาทิตย์) ค่ะ
ได้เวลาเอาต้นไม้มาลงแล้ว เย้ ๆ ๆ
ที่ไหนที่เราจะได้ทุกอย่างครบ แวบแรกที่คิดได้เลย ตลาดต้นไม้คลอง 15 ค่ะ ไปแล้วไม่ผิดหวัง ระรานตามาก เลือกไม่ถูกเลย ต้นไม้ถูกมาก ๆ ด้วย ที่เราสามารถขนมาด้วยรถ 5 ประตูเล็ก ๆ ของเรามาได้คือ
- พื้น 5 อัน
- ต้นไผ่สีสุก (เป็นมงคลมาก) 5 ต้น
- อิฐ
- กล้วยไม้จำนวนหนึ่ง ต้นละ 100 เอง (Vanda ในเมือง ขายกัน 300-400 แหนะ)
- ต้นไม้แขวน
- ดอก forget me not ของไทย (จริง ๆ เค้าชื่อ แวววิเชียรค่ะ)
ขอเตือนสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากปูพื้นด้วยตัวเองนะคะ ตอนเอาขึ้นรถมีคนเอาใส่ให้ แต่ตอนเอาลงจากรถนี่สิคะ ตายอนาถค่ะ... หนักมากก.กก.
มีอิฐด้วย กว่าจะขนของลงหมด ก็หมดแรงอีกวันค่ะ
และนี่คือโฉมหน้าของสวนเราค๊า
ต้นมะละกอที่ผู้เช่าเดิมปลูกไว้ค่ะ
ส่วนนี่เพื่อนใหม่ ขาประจำ
ขาจร
แถมต้นไม้หน้าบ้านนะคะ
อาจจะไม่สวยเหมือนมืออาชีพ แต่เราภูมิใจมากเลยค่ะที่ได้ลงมือทำด้วยตัวเอง
ตอนเช้า ๆ ตื่นมาได้ยินเสียงนกร้อง แทนเสียงรถยนต์และเสียงบีบแตร มันเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ถ้าไม่ลอง ก็ไม่มีวันได้เจอค่ะ
เริ่มเข้าใจคำว่า "แค่คุณเปิด โลกก็เปลี่ยน" แล้วค่ะ
สวนหลังบ้าน (เช่า) เราจัดคนเดียว (ก็) ได้
จากนั้น ปล่อยให้เช่าคอนโดสิคะ แล้วมาเช่าบ้านอยู่ค่ะ ค่าเช่าบ้านถูกกว่ารายได้จากคอนโดด้วย แค่อยู่ในซอย หุ ๆ ๆ
บ้านที่เราเจอ เจ้าของปล่อยเช่าตามสภาพค่ะ ไม่ได้ซ่อมอะไรก่อนให้เช่า เพราะฉะนั้น เราต้องจัดการเองหมด สำรวจแล้วตัวบ้านไม่ได้มีอะไรสึกหรอมาก เว้นแต่สวนหลังบ้านนี่หล่ะค่ะ คนเช่าเดิมปลูกผักสวนครัวไว้ แต่มันเป็นอย่างงี้อ่า
ต้นฟักอะไรซักอย่างค่ะ มันเลื้อยไปทั่วเลย สารภาพว่าพอตกค่ำ ไม่กล้าเดินออกไปอะ
แต่เราจะปล่อยแบบนี้ไม่ได้ ๆ ๆ ต้องตัด ๆ ๆ
ตัดไปครึ่งทาง หมดถุงขยะใบใหญ่ยักษ์ไป 2 ใบ กับเจอฟักเหี่ยว ๆ 1 ลูก -_-"
ตัดจนหมด ก็หมดวันพอดี และหมดไปพร้อมกับแรงของเรา เหนื่อยแทบขาดใจเลยค่ะ ไป fitness ยังไม่เหนื่อยเท่านี้
ใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ถึง 2 สัปดาห์ (เฉพาะเสาร์ อาทิตย์) ค่ะ
ได้เวลาเอาต้นไม้มาลงแล้ว เย้ ๆ ๆ
ที่ไหนที่เราจะได้ทุกอย่างครบ แวบแรกที่คิดได้เลย ตลาดต้นไม้คลอง 15 ค่ะ ไปแล้วไม่ผิดหวัง ระรานตามาก เลือกไม่ถูกเลย ต้นไม้ถูกมาก ๆ ด้วย ที่เราสามารถขนมาด้วยรถ 5 ประตูเล็ก ๆ ของเรามาได้คือ
- พื้น 5 อัน
- ต้นไผ่สีสุก (เป็นมงคลมาก) 5 ต้น
- อิฐ
- กล้วยไม้จำนวนหนึ่ง ต้นละ 100 เอง (Vanda ในเมือง ขายกัน 300-400 แหนะ)
- ต้นไม้แขวน
- ดอก forget me not ของไทย (จริง ๆ เค้าชื่อ แวววิเชียรค่ะ)
ขอเตือนสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากปูพื้นด้วยตัวเองนะคะ ตอนเอาขึ้นรถมีคนเอาใส่ให้ แต่ตอนเอาลงจากรถนี่สิคะ ตายอนาถค่ะ... หนักมากก.กก.
มีอิฐด้วย กว่าจะขนของลงหมด ก็หมดแรงอีกวันค่ะ
และนี่คือโฉมหน้าของสวนเราค๊า
ต้นมะละกอที่ผู้เช่าเดิมปลูกไว้ค่ะ
ส่วนนี่เพื่อนใหม่ ขาประจำ
ขาจร
แถมต้นไม้หน้าบ้านนะคะ
อาจจะไม่สวยเหมือนมืออาชีพ แต่เราภูมิใจมากเลยค่ะที่ได้ลงมือทำด้วยตัวเอง
ตอนเช้า ๆ ตื่นมาได้ยินเสียงนกร้อง แทนเสียงรถยนต์และเสียงบีบแตร มันเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ถ้าไม่ลอง ก็ไม่มีวันได้เจอค่ะ
เริ่มเข้าใจคำว่า "แค่คุณเปิด โลกก็เปลี่ยน" แล้วค่ะ