เพิ่งได้วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกามา 10 ปีค่ะ เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆค่ะ เคสของเราง่ายมากก สัมภาษณ์เร็วมากกก
เคสเราคือ โสด ทำงานองค์กรใหญ่องค์กรหนึ่งมา 8 ปี เดินทางคนเดียว ไปพักกับญาติ ญาติเป็น citizen เราแจ้งว่าเราจะเดินทางช่วงปีใหม่ค่ะ
ขั้นตอนการ apply เราขอข้ามนะคะ เพราะมีข้อมูลใน internet เยอะแล้ว
1 เราสมัครนัดสัมภษณ์ 9 โมง คำว่า 9 โมงคือ ได้เข้าไปฝากกระเป๋า ฝากของค่ะ (ไม่ใช่เวลานัดสัมภาษณ์)
2 พอ 9 โมง จนท ขอเช็คใบ confirmation ว่าตรงกับรายชื่อทางสถนฑูตหรือเปล่า ก็ต่อแถวเรียงกันหน้าถนนหน้าสถานฑูต
3 ฝากของ เราเข้าใจว่าเขารับฝากแค่มือถือค่ะ ส่วนพวกอุปกรณ์ electronic เขาไม่ให้ฝากค่ะ เตือนว่าอย่าเอาไปดีกว่า พกแค่โทรศัพท์ไปเครื่องเดียวและกระเป๋าถือพอ พวก power bank, mp3, หูฟัง, ipad, ipod อย่าเอามาวันสัมภษณ์ เพราะเราเห็นที่ฝากของข้างนอกแล้วแบบกลัวของจะหายพูดตรงๆ เดินไปไกลด้วย
ขั้นตอนวัน interview มี 3 ขั้นตอนค่ะ
1 เช็คเอกสาร จนทจะเลือกเอกสารของเราที่จำเป็นเพื่อแยกแฟ้มต่างหากและเราก็เอาเอกสารในแฟ้มนี้ยื่นให้ จนท อีกโต๊ะ สิ่งที่ จนท คัดเอกสารเราไว้คือ ใบ ds-160 (หน้าที่มี barcode) ใบรับรองการทำงาน passport
2 รอบคนไทยสัมภาษณ์และเช็คเอกสารเพิ่มเติม เราว่ารอบนี้สำคัญนะคะ เขาจะขอข้อมูลเราเพิ่มเติม ซักโน่นนี่ จับผิด เพราะเราเจอคนที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ตอบคำถามงงๆ ก็กลับบ้านกันตั้งแต่รอบนี้ค่ะ รอบนี้เราก็ยื่นแฟ้มที่ จนท รอบแรกจัดให้ยื่นไปให้ค่ะ เขาไม่ถามไรเราเลยค่ะ นอกจากให้แสกนนิ้วมือ เราไม่แน่ใจว่า จนท คนไทยรอบนี้ใส่ comment อะไรไปในระบบให้ จนท ฝรั่งไปบ้าง ดังนั้นต้องตั้งใจกันตั้งแต่รอบนี้ค่ะ
3 รอบสุดท้าย รอบตัดสิน ก็เป็นช่องๆค่ะมีการรันคิว คล้ายๆที่แบงค์ตามสาขา 555 พอเข้าไปในส่วนนี้บอกตรงๆว่าเครียดค่ะ ทุกคนหน้าตาเรียบเฉย แอบเครียด คนที่อยู่หน้าเรานะคะ คนก่อนหน้าเราไปพักกับเพื่อนที่ chicago ได้ผ่านค่ะ อีกคนไม่ใช่คนไทยเหมือนเดินทางไปมากับอินเดีย ไม่ผ่านค่ะ จนทบอกว่าผูกพันกับเมืองไทยไม่พอ อีกกลุ่ม แม่ลูก เหมือนลูกผ่านค่ะ แต่แม่ จนท ซักนานมากกก สรุปเราไม่รู้ว่าเขาผ่านมั้ย เพราะถึงคิวเราแล้วค่ะ
เรา: ยื่นเอกสารให้ จนท
จนท: ชื่อไรครับ
เรา: ชื่อ................ (เราพูดใส่ลำโพงด้านขวา จนท หัวเราะและบอกว่าพูดด้านนี้คับ 555)
จนท ไปทำอะไรที่อเมริกา
เรา: ไปเที่ยวและ visit my uncle
จนท: ไปที่ไหนคับ
เรา: ไป.......ค่ะ
จนท: ดูขอมูลในคอม หน้าตาเฉยๆ your uncle เป็นอเมริกัน citizen ใช่มั้ย
เรา: ใช่ค่ะ เป็นคนอเมริกัน
จนท คุณทำงานที่ไหนคับ
เรา: ที่........ค่ะ ทำมา 8 ปีแล้ว
จนท: คุณเคยไปเที่ยวไหนมาบ้าง
เรา: ไปจีน เวียดนาม ฮ่องกง มาเก๊า.......
จนท: ดูข้อมูลในคอมสักพัก วีซ่าคุณผ่านนะคับแล้วจะจัดส่งไปให้ทางไปรษณีย์
เรา: กรี้ดเบาๆค่ะ ยิ้มหน้าบานมากกก
พูดตรงๆว่าไม่รู้ว่า จนท พูดอะไรค่ะ จับใจความคำเดียวได้ว่าผ่านกับไปรษณีย์ 555 เงิน 5,000 ชั้นไม่สูญเปล่าแล้วววว โทรหาแม่ก่อนเลยค่ะว่าได้แล้ว
สรุป เขาดูตัวเราเป็นหลัก การมีญาติอยู่โน่นไม่ใช่ทำให้ไม่ได้วีซ่า เราอ่านในเน็ตมีคนแนะนำว่าให้บอกไปว่าไปเที่ยวคนเดียว ไม่มีญาติ เราว่าไม่จริง ถ้าคุณไม่ใช่นักเดินทาง passport คุณแทบไม่ได้ไปไหน จนท เพ่งเล็งค่ะ เพราะอเมริกาไม่ใช่จะเที่ยวคนเดียวได้ง่าย เราแนะนำว่าอ่านข้อมูลในเน็ต ประมวล profile ตัวเองว่าหลักฐานความผูกพันในไทยเพียงพอมั้ย
แชร์ประสบการณ์ขอวีซ่าอเมริกา จะว่าง่ายก็ง่ายมากกก
เคสเราคือ โสด ทำงานองค์กรใหญ่องค์กรหนึ่งมา 8 ปี เดินทางคนเดียว ไปพักกับญาติ ญาติเป็น citizen เราแจ้งว่าเราจะเดินทางช่วงปีใหม่ค่ะ
ขั้นตอนการ apply เราขอข้ามนะคะ เพราะมีข้อมูลใน internet เยอะแล้ว
1 เราสมัครนัดสัมภษณ์ 9 โมง คำว่า 9 โมงคือ ได้เข้าไปฝากกระเป๋า ฝากของค่ะ (ไม่ใช่เวลานัดสัมภาษณ์)
2 พอ 9 โมง จนท ขอเช็คใบ confirmation ว่าตรงกับรายชื่อทางสถนฑูตหรือเปล่า ก็ต่อแถวเรียงกันหน้าถนนหน้าสถานฑูต
3 ฝากของ เราเข้าใจว่าเขารับฝากแค่มือถือค่ะ ส่วนพวกอุปกรณ์ electronic เขาไม่ให้ฝากค่ะ เตือนว่าอย่าเอาไปดีกว่า พกแค่โทรศัพท์ไปเครื่องเดียวและกระเป๋าถือพอ พวก power bank, mp3, หูฟัง, ipad, ipod อย่าเอามาวันสัมภษณ์ เพราะเราเห็นที่ฝากของข้างนอกแล้วแบบกลัวของจะหายพูดตรงๆ เดินไปไกลด้วย
ขั้นตอนวัน interview มี 3 ขั้นตอนค่ะ
1 เช็คเอกสาร จนทจะเลือกเอกสารของเราที่จำเป็นเพื่อแยกแฟ้มต่างหากและเราก็เอาเอกสารในแฟ้มนี้ยื่นให้ จนท อีกโต๊ะ สิ่งที่ จนท คัดเอกสารเราไว้คือ ใบ ds-160 (หน้าที่มี barcode) ใบรับรองการทำงาน passport
2 รอบคนไทยสัมภาษณ์และเช็คเอกสารเพิ่มเติม เราว่ารอบนี้สำคัญนะคะ เขาจะขอข้อมูลเราเพิ่มเติม ซักโน่นนี่ จับผิด เพราะเราเจอคนที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ตอบคำถามงงๆ ก็กลับบ้านกันตั้งแต่รอบนี้ค่ะ รอบนี้เราก็ยื่นแฟ้มที่ จนท รอบแรกจัดให้ยื่นไปให้ค่ะ เขาไม่ถามไรเราเลยค่ะ นอกจากให้แสกนนิ้วมือ เราไม่แน่ใจว่า จนท คนไทยรอบนี้ใส่ comment อะไรไปในระบบให้ จนท ฝรั่งไปบ้าง ดังนั้นต้องตั้งใจกันตั้งแต่รอบนี้ค่ะ
3 รอบสุดท้าย รอบตัดสิน ก็เป็นช่องๆค่ะมีการรันคิว คล้ายๆที่แบงค์ตามสาขา 555 พอเข้าไปในส่วนนี้บอกตรงๆว่าเครียดค่ะ ทุกคนหน้าตาเรียบเฉย แอบเครียด คนที่อยู่หน้าเรานะคะ คนก่อนหน้าเราไปพักกับเพื่อนที่ chicago ได้ผ่านค่ะ อีกคนไม่ใช่คนไทยเหมือนเดินทางไปมากับอินเดีย ไม่ผ่านค่ะ จนทบอกว่าผูกพันกับเมืองไทยไม่พอ อีกกลุ่ม แม่ลูก เหมือนลูกผ่านค่ะ แต่แม่ จนท ซักนานมากกก สรุปเราไม่รู้ว่าเขาผ่านมั้ย เพราะถึงคิวเราแล้วค่ะ
เรา: ยื่นเอกสารให้ จนท
จนท: ชื่อไรครับ
เรา: ชื่อ................ (เราพูดใส่ลำโพงด้านขวา จนท หัวเราะและบอกว่าพูดด้านนี้คับ 555)
จนท ไปทำอะไรที่อเมริกา
เรา: ไปเที่ยวและ visit my uncle
จนท: ไปที่ไหนคับ
เรา: ไป.......ค่ะ
จนท: ดูขอมูลในคอม หน้าตาเฉยๆ your uncle เป็นอเมริกัน citizen ใช่มั้ย
เรา: ใช่ค่ะ เป็นคนอเมริกัน
จนท คุณทำงานที่ไหนคับ
เรา: ที่........ค่ะ ทำมา 8 ปีแล้ว
จนท: คุณเคยไปเที่ยวไหนมาบ้าง
เรา: ไปจีน เวียดนาม ฮ่องกง มาเก๊า.......
จนท: ดูข้อมูลในคอมสักพัก วีซ่าคุณผ่านนะคับแล้วจะจัดส่งไปให้ทางไปรษณีย์
เรา: กรี้ดเบาๆค่ะ ยิ้มหน้าบานมากกก
พูดตรงๆว่าไม่รู้ว่า จนท พูดอะไรค่ะ จับใจความคำเดียวได้ว่าผ่านกับไปรษณีย์ 555 เงิน 5,000 ชั้นไม่สูญเปล่าแล้วววว โทรหาแม่ก่อนเลยค่ะว่าได้แล้ว
สรุป เขาดูตัวเราเป็นหลัก การมีญาติอยู่โน่นไม่ใช่ทำให้ไม่ได้วีซ่า เราอ่านในเน็ตมีคนแนะนำว่าให้บอกไปว่าไปเที่ยวคนเดียว ไม่มีญาติ เราว่าไม่จริง ถ้าคุณไม่ใช่นักเดินทาง passport คุณแทบไม่ได้ไปไหน จนท เพ่งเล็งค่ะ เพราะอเมริกาไม่ใช่จะเที่ยวคนเดียวได้ง่าย เราแนะนำว่าอ่านข้อมูลในเน็ต ประมวล profile ตัวเองว่าหลักฐานความผูกพันในไทยเพียงพอมั้ย