วันนี้เป็นวันแรกในชีวิตทำงาน ที่'ผม'เตรียมมื้อเที่ยงจากร้านเซเว่นมาด้วย เมนูแสนธรรมดาสองห่อแรกเป็นสไตล์ฝรั่งผสมไทย เพราะมันคือขนมปังไส้เผือกกับขนมปังไส้สังขยากลิ่นใบเตย ห่อที่สามเป็นแซนด์วิชไส้เนยกลิ่นโรตี เมนูนี้พอจะรู้แล้วว่าทำมาเอาใจใคร ห่อสุดท้ายฉีกแนวไปเป็นฝรั่งผสมจีน นั่นคือขนมปังไส้หมูหยองกลิ่นซีอิ๊วดำ
เจ้าของไอเดียคนคิดเมนูพวกนี้ ผมว่าเขาคงมีลูกน้องในโรงงานหลายเชื้อชาติแน่ๆ เวลามองเห็นหน้าลูกน้องแต่ละคน ไอเดียกระฉูดคงจะค่อยๆสแกนผ่านหน้าลูกน้องไปยังโต๊ะกินข้าวแต่ละนานาประเทศ จากนั้นคงจะค่อยๆโฟกัสเข้าไปในจานอาหารลูกน้อง เพื่อเก็บเอามาถอดรหัสเป็นสูตรขนมพิสดารในขั้นตอนสุดท้าย
เออ แค่ขนมร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ก็ทำให้ผมคิดไปโน่นได้แฮะ
พอเปิดฝาขวดชาเขียวออก กำลังจะยกขวดขึ้นกระดกอยู่รอมร่อ เสียงสัญญาณพร้อมทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ข้างหลังก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี อ้อ... เพิ่งนึกได้ตอนนี้เองว่า ตัวเองปิดเครื่องไปเมื่อตอนเขียนแบบเสร็จ เลยทำให้ต้องบู๊ตเครื่องใหม่อีกรอบ
ผมหมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทำงานใหม่ มองเห็นจอมอนิเตอร์กำลังแสดงผลภาพพักหน้าจอเป็นภาพใบหน้าผู้ชายคมเข้มคนหนึ่ง
ใบหน้าเอียงข้างหน่อยๆ ผมเผ้าตัดสั้นเรียบร้อย วงหน้าเข้มน่าจะเป็นผลมาจากเรียวเหลี่ยมกรามสองข้างกำลังพอดี ดูแล้วรู้สึกถึงความแกร่งกำลังเหมาะ จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มได้รูป แม้จะดูครึ้มหนวดครึ้มเคราไปหน่อย แต่เค้าหน้าใช้ได้ดีทีเดียว ไม่จำเป็นต้องหล่อแบบเกาหลี แต่คมเข้มแบบไทยๆก็พอแล้ว ผมแอบภูมิใจในใบหน้าตัวเองอยู่เป็นประจำ แม้กระทั่งตอนนี้ แฮะๆ
ลากเม้าท์มากดคลิกเข้าเว็ปพันทิป
เข้าผ่านล็อกอินอีกที หน้าจอเปลี่ยนหน้ามาเป็น
............
เอาอีกแล้วไง
ว่าแล้วเชียว
มีหนึ่งหลังไมค์ส่งมาหา ตามที่สังหรณ์ใจไว้แต่แรกไม่มีผิด ผมกดเข้าไปที่เจ้าซองจดหมายต่อ
ถึงแม้จะจั๊กจี้ทุกครั้งที่เห็นข้อความจากล็อกอินนาย"
ตฤนกร" แต่พอเปิดเว็ปพันทิปเห็นมีแจ้งหลังไมค์ทีไร ผมอดไม่ได้สักทีที่จะต้องตามเข้าไปดู แล้วคำทักทายชวนจั๊กจี้จั๊กเดียมแบบนี้ก็จะมีมาให้ถอนหายใจทุกทีเช่นกัน
แต่ถ้าจะว่าไป ความผิดมันน่าจะอยู่ทางฝั่งผมมากกว่านะ
ผิดเพราะดันทะลึ่งไปแสดงตัวตนเป็นผู้หญิงตั้งแต่เริ่มได้ล็อกอิน"
ชฎายา" มาแท้ๆ
เรื่องของเรื่อง จริงๆมันก็แค่เริ่มต้นมาจากความรู้สึกที่อยากจะเข้ามาศึกษาเรื่องอาหารจากห้องก้นครัวแค่นั้น ซึ่งไปๆมาๆ ผมก็ทำได้อยู่แต่ ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ตุ๋น ไข่ขยี้ ไข่ขยำ ไข่น้ำอยู่ดี พอผ่านไปสักพัก ก็หันไปเก็บรายละเอียดต้นไม้ดอกไม้จากห้องต้นไม้กับห้องกล้อง เพื่อจะได้นำไปยั่วยุจินตนาการให้เขียนออกมาเป็นกลอนแนวชมนกชมไม้ จะได้ส่งโพสต์ร่วมกระทู้กลอนในห้องถนนนักเขียนกับใครเขาได้ นั่นคือความตั้งใจแรกเริ่มเดิมทีของชฎายาจริงๆ
แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องขึ้นมาที่ห้องถนนนักเขียนนี่เอง
คงเพราะอารมณ์กลอนซึ่งมีเหลือล้น ทำให้งานเขียนของชฎายาในแต่ละครั้งเริ่มเป็นที่ยอมรับในกลุ่มบรรดาอาจารย์นักกลอนทั้งหลาย
จากที่เคยแต่เข้าไปโพสต์ร่วมกระทู้ของคนอื่น ล็อกอิน"
ชฎายา"เริ่มขยับขึ้นไปตั้งกระทู้เอง แล้วคอยทักทาย คอยตอบเป็นกลอนกับสมาชิกที่เข้ามาชมเชย เข้ามาทักทาย พอตอบกลับเสร็จ สาวน้อยชฎายาก็ได้แต่นั่งอมยิ้มหน้าบานเป็นบ้าอยู่คนเดียว เป็นไปได้นะเรา
แค่นั้นยังไม่พอ
อย่างกระทู้แนะนำล่าสุดนั้น
ผมท่าจะเผลอให้วิญญาณสาวน้อยชฎายาเข้ามาสิงร่างเต็มๆเป็นแน่ เพราะเมื่อเห็นคะแนนโหวตของตัวเองขึ้นไปถึงยี่สิบกว่า ตามด้วยรายชื่อผู้ร่วมแสดงความรู้สึกอีกยี่สิบกว่ารายชื่อ สองแขนมันชักจะทำท่าเหยียดบิดไปบิดมาซะแล้วสิ
ปลื้มจังค่ะ ไม่ใช่สิ ปลื้มชิบ...เลยแฮะ
วันนี้
แสดงว่าวันนี้นาย"ตฤนกร"จะต้องเข้าไปต่อกลอนกับกระทู้นั้นมาแน่ๆถึงได้หลังไมค์มาบอก ผมกระโดดถอยหลังลงไปที่กรอบคอมเม้นท์ล่างสุด นั่นไงว่าแล้วไม่มีผิด ความคิดเห็นที่ 20 โชว์หราหน้าบานอยู่นี่เอง
แหม...........ได้ทั้งโหวต ได้ทั้งถูกใจ,หลงรัก,ซึ้ง เชียวนะ
.........................
ความรู้สึกจั๊กจี้คราวนี้เปลี่ยนเป็นขนลุกแล้วสิ ไม่ขนลุกได้ไง ถ้าเขารู้ว่าผมเป็นผู้ชาย เขาก็คงรู้สึกไม่ต่างไปกว่าผมแน่
แต่ยอมรับนะว่า เขาเขียนบทกลอนได้ละมุนละไมไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน หากผมเป็นสาวน้อยห้องกลอนจริงๆ ไม่แน่นะ ผมอาจจะหลงละเมอเพ้อพกไปกับนายตฤนไปแล้วก็ได้ สำนวนโวหารในกลอนโต้ตอบแบบนี้ ต่อให้สาวใสวัยเพิ่งมัธยมต้นอ่าน รับรองได้เลยว่า พวกเธอต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันทั้งนั้นแน่
พี่... พวกหนูว่า เขากำลังจีบพี่อยู่เวรี่เวรี่ชัวร์... พี่สิ อาร์ยูชัวร์? ถ้าพี่เป็นเกย์ก็ตอบรับเขาไปเถอะ อีซี่อีซี่เอง...
เอาเข้าไป
ผมตั้งสมาธิใหม่ เอาไงดีล่ะทีนี้ หากไม่ตอบกลอนกลับไปจะต้องมีหลังไมค์มากวนอีกแน่ แต่ถ้าตอบกลับไป ย่อมแน่นอนเหมือนกันว่าต้องมีข้อความจากนายตฤนกรกลับมาอยู่ดี ล้านเปอร์เซ็นต์ ตอบกลับหรือไม่ตอบกลับ ในเมื่อผลลัพธ์มันไม่ต่างกัน งั้นก็ตอบมันซะเลย
อย่างน้อยผมก็ตอบด้วยวิญญาณของคนรักบทกวีนี่นา
อารามจดๆจ้องๆอยู่แต่หน้าจอ ทำให้ผมลืมมื้อเที่ยงไปซะเฉยๆ เอื้อมมือคว้าห่อแซนด์วิชจากโตํะอีกตัวหนึ่งได้ ฉีกถุงใสฉับเดียวก็เริ่มต้นคำแรกได้แล้ว รสชาติแซนด์วิชทำให้นึกเห็นหน้าอาบังขายโรตีจริงๆด้วย ผมงับมื้อเที่ยงค้างไว้ก่อน ในขณะที่นิ้วมือเริ่มบรรจงเคาะแป้นพิมพ์
ใช้เวลาประมาณสิบห้านาที
แล้วผมก็กดส่งโพสต์ไป
.............
(ยังมีต่อ)
☻ รักสับสน .... ในห้องถนนนักเขียน ☻
วันนี้เป็นวันแรกในชีวิตทำงาน ที่'ผม'เตรียมมื้อเที่ยงจากร้านเซเว่นมาด้วย เมนูแสนธรรมดาสองห่อแรกเป็นสไตล์ฝรั่งผสมไทย เพราะมันคือขนมปังไส้เผือกกับขนมปังไส้สังขยากลิ่นใบเตย ห่อที่สามเป็นแซนด์วิชไส้เนยกลิ่นโรตี เมนูนี้พอจะรู้แล้วว่าทำมาเอาใจใคร ห่อสุดท้ายฉีกแนวไปเป็นฝรั่งผสมจีน นั่นคือขนมปังไส้หมูหยองกลิ่นซีอิ๊วดำ
เจ้าของไอเดียคนคิดเมนูพวกนี้ ผมว่าเขาคงมีลูกน้องในโรงงานหลายเชื้อชาติแน่ๆ เวลามองเห็นหน้าลูกน้องแต่ละคน ไอเดียกระฉูดคงจะค่อยๆสแกนผ่านหน้าลูกน้องไปยังโต๊ะกินข้าวแต่ละนานาประเทศ จากนั้นคงจะค่อยๆโฟกัสเข้าไปในจานอาหารลูกน้อง เพื่อเก็บเอามาถอดรหัสเป็นสูตรขนมพิสดารในขั้นตอนสุดท้าย
เออ แค่ขนมร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ก็ทำให้ผมคิดไปโน่นได้แฮะ
พอเปิดฝาขวดชาเขียวออก กำลังจะยกขวดขึ้นกระดกอยู่รอมร่อ เสียงสัญญาณพร้อมทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ข้างหลังก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี อ้อ... เพิ่งนึกได้ตอนนี้เองว่า ตัวเองปิดเครื่องไปเมื่อตอนเขียนแบบเสร็จ เลยทำให้ต้องบู๊ตเครื่องใหม่อีกรอบ
ผมหมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทำงานใหม่ มองเห็นจอมอนิเตอร์กำลังแสดงผลภาพพักหน้าจอเป็นภาพใบหน้าผู้ชายคมเข้มคนหนึ่ง
ใบหน้าเอียงข้างหน่อยๆ ผมเผ้าตัดสั้นเรียบร้อย วงหน้าเข้มน่าจะเป็นผลมาจากเรียวเหลี่ยมกรามสองข้างกำลังพอดี ดูแล้วรู้สึกถึงความแกร่งกำลังเหมาะ จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มได้รูป แม้จะดูครึ้มหนวดครึ้มเคราไปหน่อย แต่เค้าหน้าใช้ได้ดีทีเดียว ไม่จำเป็นต้องหล่อแบบเกาหลี แต่คมเข้มแบบไทยๆก็พอแล้ว ผมแอบภูมิใจในใบหน้าตัวเองอยู่เป็นประจำ แม้กระทั่งตอนนี้ แฮะๆ
ลากเม้าท์มากดคลิกเข้าเว็ปพันทิป
เข้าผ่านล็อกอินอีกที หน้าจอเปลี่ยนหน้ามาเป็น
............
เอาอีกแล้วไง
ว่าแล้วเชียว
มีหนึ่งหลังไมค์ส่งมาหา ตามที่สังหรณ์ใจไว้แต่แรกไม่มีผิด ผมกดเข้าไปที่เจ้าซองจดหมายต่อ
ถึงแม้จะจั๊กจี้ทุกครั้งที่เห็นข้อความจากล็อกอินนาย"ตฤนกร" แต่พอเปิดเว็ปพันทิปเห็นมีแจ้งหลังไมค์ทีไร ผมอดไม่ได้สักทีที่จะต้องตามเข้าไปดู แล้วคำทักทายชวนจั๊กจี้จั๊กเดียมแบบนี้ก็จะมีมาให้ถอนหายใจทุกทีเช่นกัน
แต่ถ้าจะว่าไป ความผิดมันน่าจะอยู่ทางฝั่งผมมากกว่านะ
ผิดเพราะดันทะลึ่งไปแสดงตัวตนเป็นผู้หญิงตั้งแต่เริ่มได้ล็อกอิน"ชฎายา" มาแท้ๆ
เรื่องของเรื่อง จริงๆมันก็แค่เริ่มต้นมาจากความรู้สึกที่อยากจะเข้ามาศึกษาเรื่องอาหารจากห้องก้นครัวแค่นั้น ซึ่งไปๆมาๆ ผมก็ทำได้อยู่แต่ ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ตุ๋น ไข่ขยี้ ไข่ขยำ ไข่น้ำอยู่ดี พอผ่านไปสักพัก ก็หันไปเก็บรายละเอียดต้นไม้ดอกไม้จากห้องต้นไม้กับห้องกล้อง เพื่อจะได้นำไปยั่วยุจินตนาการให้เขียนออกมาเป็นกลอนแนวชมนกชมไม้ จะได้ส่งโพสต์ร่วมกระทู้กลอนในห้องถนนนักเขียนกับใครเขาได้ นั่นคือความตั้งใจแรกเริ่มเดิมทีของชฎายาจริงๆ
แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องขึ้นมาที่ห้องถนนนักเขียนนี่เอง
คงเพราะอารมณ์กลอนซึ่งมีเหลือล้น ทำให้งานเขียนของชฎายาในแต่ละครั้งเริ่มเป็นที่ยอมรับในกลุ่มบรรดาอาจารย์นักกลอนทั้งหลาย
จากที่เคยแต่เข้าไปโพสต์ร่วมกระทู้ของคนอื่น ล็อกอิน"ชฎายา"เริ่มขยับขึ้นไปตั้งกระทู้เอง แล้วคอยทักทาย คอยตอบเป็นกลอนกับสมาชิกที่เข้ามาชมเชย เข้ามาทักทาย พอตอบกลับเสร็จ สาวน้อยชฎายาก็ได้แต่นั่งอมยิ้มหน้าบานเป็นบ้าอยู่คนเดียว เป็นไปได้นะเรา
แค่นั้นยังไม่พอ
อย่างกระทู้แนะนำล่าสุดนั้น
ผมท่าจะเผลอให้วิญญาณสาวน้อยชฎายาเข้ามาสิงร่างเต็มๆเป็นแน่ เพราะเมื่อเห็นคะแนนโหวตของตัวเองขึ้นไปถึงยี่สิบกว่า ตามด้วยรายชื่อผู้ร่วมแสดงความรู้สึกอีกยี่สิบกว่ารายชื่อ สองแขนมันชักจะทำท่าเหยียดบิดไปบิดมาซะแล้วสิ
ปลื้มจังค่ะ ไม่ใช่สิ ปลื้มชิบ...เลยแฮะ
วันนี้
แสดงว่าวันนี้นาย"ตฤนกร"จะต้องเข้าไปต่อกลอนกับกระทู้นั้นมาแน่ๆถึงได้หลังไมค์มาบอก ผมกระโดดถอยหลังลงไปที่กรอบคอมเม้นท์ล่างสุด นั่นไงว่าแล้วไม่มีผิด ความคิดเห็นที่ 20 โชว์หราหน้าบานอยู่นี่เอง
แหม...........ได้ทั้งโหวต ได้ทั้งถูกใจ,หลงรัก,ซึ้ง เชียวนะ
.........................
ความรู้สึกจั๊กจี้คราวนี้เปลี่ยนเป็นขนลุกแล้วสิ ไม่ขนลุกได้ไง ถ้าเขารู้ว่าผมเป็นผู้ชาย เขาก็คงรู้สึกไม่ต่างไปกว่าผมแน่
แต่ยอมรับนะว่า เขาเขียนบทกลอนได้ละมุนละไมไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน หากผมเป็นสาวน้อยห้องกลอนจริงๆ ไม่แน่นะ ผมอาจจะหลงละเมอเพ้อพกไปกับนายตฤนไปแล้วก็ได้ สำนวนโวหารในกลอนโต้ตอบแบบนี้ ต่อให้สาวใสวัยเพิ่งมัธยมต้นอ่าน รับรองได้เลยว่า พวกเธอต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันทั้งนั้นแน่
พี่... พวกหนูว่า เขากำลังจีบพี่อยู่เวรี่เวรี่ชัวร์... พี่สิ อาร์ยูชัวร์? ถ้าพี่เป็นเกย์ก็ตอบรับเขาไปเถอะ อีซี่อีซี่เอง...
เอาเข้าไป
ผมตั้งสมาธิใหม่ เอาไงดีล่ะทีนี้ หากไม่ตอบกลอนกลับไปจะต้องมีหลังไมค์มากวนอีกแน่ แต่ถ้าตอบกลับไป ย่อมแน่นอนเหมือนกันว่าต้องมีข้อความจากนายตฤนกรกลับมาอยู่ดี ล้านเปอร์เซ็นต์ ตอบกลับหรือไม่ตอบกลับ ในเมื่อผลลัพธ์มันไม่ต่างกัน งั้นก็ตอบมันซะเลย
อย่างน้อยผมก็ตอบด้วยวิญญาณของคนรักบทกวีนี่นา
อารามจดๆจ้องๆอยู่แต่หน้าจอ ทำให้ผมลืมมื้อเที่ยงไปซะเฉยๆ เอื้อมมือคว้าห่อแซนด์วิชจากโตํะอีกตัวหนึ่งได้ ฉีกถุงใสฉับเดียวก็เริ่มต้นคำแรกได้แล้ว รสชาติแซนด์วิชทำให้นึกเห็นหน้าอาบังขายโรตีจริงๆด้วย ผมงับมื้อเที่ยงค้างไว้ก่อน ในขณะที่นิ้วมือเริ่มบรรจงเคาะแป้นพิมพ์
ใช้เวลาประมาณสิบห้านาที
แล้วผมก็กดส่งโพสต์ไป
.............
(ยังมีต่อ)