ขออธิบาย character ของผมและท่านแม่ก่อน
คุณแม่:
อายุ 50 ต้นๆ เป็นแม่บ้าน (ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้าน ออกไปจ่ายตลาด ทำกับข้าวให้ลูกและสามี) เป็นชาวพุทธแบบเดิมที่ชอบใส่บาตร ไปทำบุญที่วัด พิมพ์หนังสือสวดมนต์แจก สวดมนต์ที่ห้องพระก่อนนอนทุกคืน ละเว้นเนื้อสัตว์โดยเฉพาะวัว(สัตว์ใหญ่) เชื่อในเรื่องผลตอบแทนของการทำบุญ เรื่องภพหน้า (เช่น ทำกรรม x ไว้ ชาติหน้าจะเกิดเป็นสิ่งมีชีวิต x หรือ นาย ก เป็นมะเร็งเพราะทำกรรม x ไว้) เรื่องสวรรค์และนรก เชื่อในการปีนต้นงิ้วและกระทะทองแดง เชื่อในวิธีรักษาโรคแบบแปลกๆตามอินเตอร์เน็ต เช่นล้างพิษ การเคาะคลำ การเป่า ใครมีอะไรมาแนะนำ(โดยเฉพาะน้าของผม) คุณแม่แทบจะเชื่อทั้งหมด.... แต่แทบไม่เคยเชื่อผมเวลาแนะนำเรื่องสุขภาพ
ตัวผม:
อายุ 20 กลางๆ เป็นหมอฟัน ตอนสมัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ผมก็คล้ายๆแม่ผมหละครับ แต่พอเรียนจบ ม ปลาย ผมก็ได้บวชและได้เห็นความเป็นไปภายในวัด(ที่คนที่ไม่เคยบวชอาจไม่เคยสัมผัส)ที่ไม่ค่อยจะดีนัก บวกกับการเรียนต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ไม่มีใครเชื่อมโยงมะเร็งกับบาป ทำให้หลังๆมานี้ ผมเลิกไปวัด เลิกใส่บาตร เลิกทำบุญกับวัด เลิกสวดมนต์ แต่จะชอบบริจาคให้มูลนิธิ คนพิการ คนติดเอดส์ เด็กด้อยโอกาส หมาแมวจรจัด สร้างโรงเรียน ซื้อหนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียน พวกนี้มากกว่า
ปัญหาก็คือ มีอยู่วันหนึ่งแม่ชวนไปทำบุญที่วัดแถวบ้าน (ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในเขตนั้นและรวยมากแล้ว) ผมก็บอกคุณแม่ประมาณว่า ไม่อยากทำบุญกับวัดหรือกับพระแล้ว.... เท่านั้นหละครับโดนร่ายยาวเลย และหลังๆ ก็มักจะมีปากเสียงกันตลอด เป็นคนบาปบ้าง ตายไปตกนรกบ้าง ไม่สะสมบุญไว้ชาติหน้าจะลำบาก และอื่นๆ.... ที่ไม่ชอบเลยคือ น้า น้าของผมเป็นสาวโสดอายุ 50 ปี นิสัยเหมือนแม่ผม แต่จะหนักกว่าเล็กน้อยในเรื่องปฏิบัติทำ (แม่ผมไม่ได้ไป เพราะมีครอบครัวแล้ว) น้า ชอบมาพูดกับคุณแม่ผมว่า ผมเป็นพวกบัวใต้น้ำบ้าง ไม่มีดวงตาเห็นธรรมบ้าง.... คือปกติ แม่จะว่าเฉพาะเวลาชวนไปวัดแล้วผมไม่ไป แต่วันไหนถ้าน้าพูดถึงผมเรื่องนี้ขึ้นมา ผมกลับบ้านมา ก็จะโดนแม่ต่อว่าเหมือนเดิม (แต่น้าอยู่คนละบ้านนะครับ จะเจอกับแม่เดือนละครั้ง)
ใครมีประสบการณ์คล้ายๆกันบ้างครับ แล้วหาทางออกกันยังไง ช่วยแชร์ให้ฟังหน่อยครับ
ปล. วิธี 'เฉยๆไป' ใช้กับแม่ผมไม่ค่อยได้ เพราะท่านเป็นประเภท พูดอะไรแล้ว ต้องตื๊อจนลูกเชื่อแบบนั้นให้ได้
ชอบทะเลาะกับแม่เรื่องการนับถือศาสนาครับ
คุณแม่:
อายุ 50 ต้นๆ เป็นแม่บ้าน (ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้าน ออกไปจ่ายตลาด ทำกับข้าวให้ลูกและสามี) เป็นชาวพุทธแบบเดิมที่ชอบใส่บาตร ไปทำบุญที่วัด พิมพ์หนังสือสวดมนต์แจก สวดมนต์ที่ห้องพระก่อนนอนทุกคืน ละเว้นเนื้อสัตว์โดยเฉพาะวัว(สัตว์ใหญ่) เชื่อในเรื่องผลตอบแทนของการทำบุญ เรื่องภพหน้า (เช่น ทำกรรม x ไว้ ชาติหน้าจะเกิดเป็นสิ่งมีชีวิต x หรือ นาย ก เป็นมะเร็งเพราะทำกรรม x ไว้) เรื่องสวรรค์และนรก เชื่อในการปีนต้นงิ้วและกระทะทองแดง เชื่อในวิธีรักษาโรคแบบแปลกๆตามอินเตอร์เน็ต เช่นล้างพิษ การเคาะคลำ การเป่า ใครมีอะไรมาแนะนำ(โดยเฉพาะน้าของผม) คุณแม่แทบจะเชื่อทั้งหมด.... แต่แทบไม่เคยเชื่อผมเวลาแนะนำเรื่องสุขภาพ
ตัวผม:
อายุ 20 กลางๆ เป็นหมอฟัน ตอนสมัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ผมก็คล้ายๆแม่ผมหละครับ แต่พอเรียนจบ ม ปลาย ผมก็ได้บวชและได้เห็นความเป็นไปภายในวัด(ที่คนที่ไม่เคยบวชอาจไม่เคยสัมผัส)ที่ไม่ค่อยจะดีนัก บวกกับการเรียนต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ไม่มีใครเชื่อมโยงมะเร็งกับบาป ทำให้หลังๆมานี้ ผมเลิกไปวัด เลิกใส่บาตร เลิกทำบุญกับวัด เลิกสวดมนต์ แต่จะชอบบริจาคให้มูลนิธิ คนพิการ คนติดเอดส์ เด็กด้อยโอกาส หมาแมวจรจัด สร้างโรงเรียน ซื้อหนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียน พวกนี้มากกว่า
ปัญหาก็คือ มีอยู่วันหนึ่งแม่ชวนไปทำบุญที่วัดแถวบ้าน (ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในเขตนั้นและรวยมากแล้ว) ผมก็บอกคุณแม่ประมาณว่า ไม่อยากทำบุญกับวัดหรือกับพระแล้ว.... เท่านั้นหละครับโดนร่ายยาวเลย และหลังๆ ก็มักจะมีปากเสียงกันตลอด เป็นคนบาปบ้าง ตายไปตกนรกบ้าง ไม่สะสมบุญไว้ชาติหน้าจะลำบาก และอื่นๆ.... ที่ไม่ชอบเลยคือ น้า น้าของผมเป็นสาวโสดอายุ 50 ปี นิสัยเหมือนแม่ผม แต่จะหนักกว่าเล็กน้อยในเรื่องปฏิบัติทำ (แม่ผมไม่ได้ไป เพราะมีครอบครัวแล้ว) น้า ชอบมาพูดกับคุณแม่ผมว่า ผมเป็นพวกบัวใต้น้ำบ้าง ไม่มีดวงตาเห็นธรรมบ้าง.... คือปกติ แม่จะว่าเฉพาะเวลาชวนไปวัดแล้วผมไม่ไป แต่วันไหนถ้าน้าพูดถึงผมเรื่องนี้ขึ้นมา ผมกลับบ้านมา ก็จะโดนแม่ต่อว่าเหมือนเดิม (แต่น้าอยู่คนละบ้านนะครับ จะเจอกับแม่เดือนละครั้ง)
ใครมีประสบการณ์คล้ายๆกันบ้างครับ แล้วหาทางออกกันยังไง ช่วยแชร์ให้ฟังหน่อยครับ
ปล. วิธี 'เฉยๆไป' ใช้กับแม่ผมไม่ค่อยได้ เพราะท่านเป็นประเภท พูดอะไรแล้ว ต้องตื๊อจนลูกเชื่อแบบนั้นให้ได้