วันที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 13:52 น. ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปร่วมประชุมระดับสูงของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) ระหว่างวันที่ 7–9 ก.ค. บรรยายสรุปภารกิจแก่สื่อมวลชนในวันที่ 8 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
ประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่ การพบปะกับนางแครอล ไกอาโคโม บรรณาธิการฝ่ายต่างประเทศ และนายไวกาส์ บาจจาจ์ บรรณาธิการฝ่ายธุรกิจและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ เนื่องจากประเทศตะวันตกมองไทยอย่างไร ขึ้นอยู่กับการรายงานข่าวของสื่อ และนิวยอร์ก ไทมส์ ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยและมีอิทธิพลพอสมควร จึงอยากให้เข้าใจบริบทของการเมืองไทยมากยิ่งขึ้น
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สื่อต่างประเทศไม่อธิบายเหตุผลของเหตุการณ์เมื่อ 22 พ.ค. 57 ว่าเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใด เนื่องจากต่างประเทศมีมุมมองเกี่ยวกับการยึดอำนาจในรูปแบบหนึ่ง (อย่างที่เกิดขึ้นในที่ประเทศละตินอเมริกา) ในขณะที่เหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. เกิดขึ้นเพื่อเป็นการรักษาประชาธิปไตยของไทยไม่ให้ล้ม และเสริมสร้างประชาธิปไตยในระยะยาว
นอกจากนี้ เป็นโอกาสในการให้ข้อมูลการดำเนินตามแผนแม่บท เช่น การปฏิรูปสภา ซึ่งจะต้องสะท้อนความเห็นของทุกฝ่าย และนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยคงไม่สามารถทำให้สหรัฐและประเทศตะวันตกเปลี่ยนความคิดมุมมองได้ แต่เราอยากให้เขาเปิดมุมมองของเขา ไม่ควรใช้บรรทัดฐานเดียวกัน เนื่องจากสถานการณ์ในแต่ประเทศแตกต่างออกไป และประเทศไทยจะไม่หายจากแผนที่โลก เราเป็นเศรษฐกิจอันดับ 2 ของอาเซียน จึงอยากให้ประเทศตะวันตกคำนึงถึงความสัมพันธ์ระยะยาว
นายสีหศักดิ์กล่าวว่าได้รับการสอบถามประเด็นรายงานการประเมินผลการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ Tip Report / Human Trafficking ซึ่งได้ชี้แจงว่า เราทำเต็มที่แล้ว แต่ประเทศไทยไม่ได้รับเครดิตเพียงพอ เราถูกลดไปอยู่ระดับต่ำสุด ไปอยู่กับประเทศทีไม่มีความพยายาม เรามีคณะผู้แทนไทยไปหารือกับทางฝ่ายสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามอย่างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนประเด็นที่นิวยอร์กไทมส์สงสัยว่าเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. จะแก้ไขปัญหาการเมืองไทยได้จริงหรือไม่ ซึ่งในสายตาตะวันตกรับกับการยึดอำนาจไม่ได้ แต่กลับไม่คิดว่าหากไม่เกิดเหตุเมื่อ 22 พ.ค. อาจมีการนองเลือดมากกว่านี้
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ยังพบปะกับผู้บริหาร Asia Society เพื่ออธิบายสถานการณ์การเมืองไทย เนื่องจาก Asia Society มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียและสหรัฐ และต้องการให้ Asia Society ช่วยสื่อสารกับเครือข่ายของเขา โดยอาจจะพิจารณาจัดประชุมขึ้นมาเพื่อเป็นการนำฝ่ายไทยมาพบ policy makers ของสหรัฐฯ รวมทั้งพบปะกับรัฐสภาและองค์กรวิชาการ
นายสีหศักดิ์อธิบายและชี้แจงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐไม่สามารถหยุดลงได้ และการที่เราจะรักษาความสัมพันธ์นั้น ต้องเดินหน้าของทั้งสองฝ่าย
สำหรับภารกิจการเข้าประชุมในวันที่ 8 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการนำเสนอผลการประชุม Asia Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD) ที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัด 2 ครั้ง เพื่อนำมาเสนอผลลัพท์ในที่ประชุมนิวยอร์กครั้งนี้ โดยได้เสนอข้อเสนอแนะของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความคืบหน้าอย่างมากในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) โดยเฉพาะในเรื่องการลดสัดส่วนของจำนวนคนยากจน
อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าการบรรลุเป้าหมายของแต่ละประเทศและระหว่างประชาชนภายในประเทศยังมีความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในภูมิภาคไม่สามารถแก้ไขได้โดยกลไกการตลาดแต่เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยกลไกการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมหลักนิติธรรม การพัฒนาสถาบันให้มีความรับผิดชอบและเข้าถึงได้ และการคุ้มครองทางสังคม ด้วยการบริหารจัดการระดับรัฐบาล เป็นต้น
ด้านภารกิจในวันที่ 9 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติติดภารกิจ ดังนั้นนายสีหศักดิ์จะพบกับ นายจอห์น ดับเบิลยู. อาเช่ ประธานการประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 68 นางซูซานา มัลคอร์รา Chef de cabinet to the Executive Office และ นายมาร์ติน ซาจดิก ประธาน ECOSOC รวมทั้งพบปะกับชุมชนคนไทยด้วย
*****************
น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เลขาธิการสหประชาชาติติดภาระกิจ ไม่สามารถเข้าพบเพื่อชี้แจงได้
ปลัดบัวแก้วแจง นิวยอร์กไทมส์ - ชี้คสช. ยึดอำนาจ 22 พ.ค. เพื่อสร้าง “ประชาธิปไตยยั่งยืน”....
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปร่วมประชุมระดับสูงของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) ระหว่างวันที่ 7–9 ก.ค. บรรยายสรุปภารกิจแก่สื่อมวลชนในวันที่ 8 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
ประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่ การพบปะกับนางแครอล ไกอาโคโม บรรณาธิการฝ่ายต่างประเทศ และนายไวกาส์ บาจจาจ์ บรรณาธิการฝ่ายธุรกิจและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ เนื่องจากประเทศตะวันตกมองไทยอย่างไร ขึ้นอยู่กับการรายงานข่าวของสื่อ และนิวยอร์ก ไทมส์ ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยและมีอิทธิพลพอสมควร จึงอยากให้เข้าใจบริบทของการเมืองไทยมากยิ่งขึ้น
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สื่อต่างประเทศไม่อธิบายเหตุผลของเหตุการณ์เมื่อ 22 พ.ค. 57 ว่าเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใด เนื่องจากต่างประเทศมีมุมมองเกี่ยวกับการยึดอำนาจในรูปแบบหนึ่ง (อย่างที่เกิดขึ้นในที่ประเทศละตินอเมริกา) ในขณะที่เหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. เกิดขึ้นเพื่อเป็นการรักษาประชาธิปไตยของไทยไม่ให้ล้ม และเสริมสร้างประชาธิปไตยในระยะยาว
นอกจากนี้ เป็นโอกาสในการให้ข้อมูลการดำเนินตามแผนแม่บท เช่น การปฏิรูปสภา ซึ่งจะต้องสะท้อนความเห็นของทุกฝ่าย และนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยคงไม่สามารถทำให้สหรัฐและประเทศตะวันตกเปลี่ยนความคิดมุมมองได้ แต่เราอยากให้เขาเปิดมุมมองของเขา ไม่ควรใช้บรรทัดฐานเดียวกัน เนื่องจากสถานการณ์ในแต่ประเทศแตกต่างออกไป และประเทศไทยจะไม่หายจากแผนที่โลก เราเป็นเศรษฐกิจอันดับ 2 ของอาเซียน จึงอยากให้ประเทศตะวันตกคำนึงถึงความสัมพันธ์ระยะยาว
นายสีหศักดิ์กล่าวว่าได้รับการสอบถามประเด็นรายงานการประเมินผลการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ Tip Report / Human Trafficking ซึ่งได้ชี้แจงว่า เราทำเต็มที่แล้ว แต่ประเทศไทยไม่ได้รับเครดิตเพียงพอ เราถูกลดไปอยู่ระดับต่ำสุด ไปอยู่กับประเทศทีไม่มีความพยายาม เรามีคณะผู้แทนไทยไปหารือกับทางฝ่ายสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามอย่างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนประเด็นที่นิวยอร์กไทมส์สงสัยว่าเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. จะแก้ไขปัญหาการเมืองไทยได้จริงหรือไม่ ซึ่งในสายตาตะวันตกรับกับการยึดอำนาจไม่ได้ แต่กลับไม่คิดว่าหากไม่เกิดเหตุเมื่อ 22 พ.ค. อาจมีการนองเลือดมากกว่านี้
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ยังพบปะกับผู้บริหาร Asia Society เพื่ออธิบายสถานการณ์การเมืองไทย เนื่องจาก Asia Society มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียและสหรัฐ และต้องการให้ Asia Society ช่วยสื่อสารกับเครือข่ายของเขา โดยอาจจะพิจารณาจัดประชุมขึ้นมาเพื่อเป็นการนำฝ่ายไทยมาพบ policy makers ของสหรัฐฯ รวมทั้งพบปะกับรัฐสภาและองค์กรวิชาการ
นายสีหศักดิ์อธิบายและชี้แจงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐไม่สามารถหยุดลงได้ และการที่เราจะรักษาความสัมพันธ์นั้น ต้องเดินหน้าของทั้งสองฝ่าย
สำหรับภารกิจการเข้าประชุมในวันที่ 8 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการนำเสนอผลการประชุม Asia Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD) ที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัด 2 ครั้ง เพื่อนำมาเสนอผลลัพท์ในที่ประชุมนิวยอร์กครั้งนี้ โดยได้เสนอข้อเสนอแนะของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความคืบหน้าอย่างมากในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) โดยเฉพาะในเรื่องการลดสัดส่วนของจำนวนคนยากจน
อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าการบรรลุเป้าหมายของแต่ละประเทศและระหว่างประชาชนภายในประเทศยังมีความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในภูมิภาคไม่สามารถแก้ไขได้โดยกลไกการตลาดแต่เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยกลไกการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมหลักนิติธรรม การพัฒนาสถาบันให้มีความรับผิดชอบและเข้าถึงได้ และการคุ้มครองทางสังคม ด้วยการบริหารจัดการระดับรัฐบาล เป็นต้น
ด้านภารกิจในวันที่ 9 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติติดภารกิจ ดังนั้นนายสีหศักดิ์จะพบกับ นายจอห์น ดับเบิลยู. อาเช่ ประธานการประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 68 นางซูซานา มัลคอร์รา Chef de cabinet to the Executive Office และ นายมาร์ติน ซาจดิก ประธาน ECOSOC รวมทั้งพบปะกับชุมชนคนไทยด้วย
*****************
น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เลขาธิการสหประชาชาติติดภาระกิจ ไม่สามารถเข้าพบเพื่อชี้แจงได้